เนชั่นทีวี

การเมือง

"2 บิ๊กกากี" งัดข้อทำสะเทือน สตช.-นายกฯต้องเบรคก่อนแตก

20 มี.ค. 2567 | chairat_pat

"2 บิ๊กกากี" งัดข้อทำสะเทือน สตช.-นายกฯต้องเบรคก่อนแตก

เกิดเป็นแรงสั่นสะเทือนภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ สตช. ไม่น้อย หลังจาก "เศรษฐา ทวีสิน" นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ในฐานะประธาน ก.ตร. มีคำสั่งให้ 2 บิ๊กสีกากี อย่าง "บิ๊กต่อ" และ "บิ๊กโจ๊ก" เข้าช่วยราชการในสำนักนายกรัฐมนตรี จากปมปัญหาความขัดแย้ง

ย้อนปมร้าว "บิ๊กต่อ-บิ๊กโจ๊ก"

สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ ทั้ง "พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล" ผบ.ตร. และ "พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล" รอง ผบ.ตร. เคยปะทะกันมาแล้ว 1 ยก ในช่วงแต่งตั้ง ผบ.ตร. รอบที่ผ่านมา

เพราะทั้ง "บิ๊กต่อ" และ "บิ๊กโจ๊ก" ต่างก็มีชื่อเป็นตัวเต็งเข้าวินนั่ง ผบ.ตร. คนถัดไป ทว่า ก็มีข่าวเล็ดรอดออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเรื่องความไม่ลงรอยกัน 

สำหรับ 4 รายชื่อเต็งนั่ง ผบ.ตร. เวลานั้น

  • อันดับ 1 "พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์" นักเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่น 40 อายุ 59 ปี เกษียณอายุราชการปี 2567 
  • อันดับ 2 พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล นักเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่น 47 อายุ 53 ปี เกษียณอายุราชการปี 2574
  • อันดับ 3 พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ นักเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่น 41 อายุ 58 ปี เกษียณอายุราชการปี 2569
  • อันดับ 4 พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อายุ 59 ปี เกษียณอายุราชการปี 2567


กระทั่งในวันที่ 25 ก.ย. 2566 หรือ 2 วัน ก่อนเลือก ผบ.ตร. เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ตำรวจไซเบอร์ และชุดคอมมานโด พร้อมอาวุธครบมือ บุกเข้าค้นบ้านหลังหนึ่ง ภายใต้ "ยุทธการ Big Cleaning Day"

โดยบ้านหลังดังกล่าว ตั้งอยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งหลังสโมสรตำรวจ ซอยวิภาวดีรังสิต 60 พบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์ และในวันที่ 27 ก.ย. 2566 ที่ประชุม ก.ตร. มีมติเลือก "บิ๊กต่อ" ให้ดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร. คนที่ 14 จึงกลายเป็นชนวนบาดหมางตามมาหลังจากนั้น

กระทั่งช่วงค่ำ วันที่ 28 ก.ย. 2566 ได้ปรากฏภาพ "บิ๊กโจ๊ก" เข้าพบ "บิ๊กต่อ" ที่กองปฎิบัติการพิเศษต่อต้านก่อการร้าย (คอมมานโด) ย่านเมืองทองธานี ถือเป็นการยุติความขัดแย้ง (รอบแรก)

กลิ่นบาดหมางยังไม่จบ

กระทั่งกลิ่นอายความขัดแย้งรอบใหม่กลับมาปะทุขึ้นอีกครั้ง เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ระหว่าง "บิ๊กโจ๊ก" และ "พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว" หรือ "บิ๊กเต่า" ในคดีเว็บพนัน โดยเฉพาะการให้สัมภาษณ์ของ "บิ๊กเต่า" ที่ได้ทวงถามคดีกับทาง ป.ป.ช.  

ก่อนที่ต่อมา "บิ๊กโจ๊ก" ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวเมื่อวันที่ 22 ก.พ. 2567 โดยเนื้อหาช่วงหนึ่งของถ้อยแถลงครั้งนั้น ยังมีการพูดถึงนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ใน สตช. อีกหลายคน ที่รับเงินจากเว็บไซต์พนันออนไลน์กว่า 100 ล้านบาท และใช้เงินจากบัญชีม้า พร้อมทั้งอยากให้ตำรวจยศระดับ พลเอก , พลโท ออกมาชี้แจงในประเด็นนี้บ้าง

ยิ่งตอกย้ำความคลางแคลงใจที่ยังมีต่อกัน จนกระทั่งวานนี้ (19มี.ค.) ทีมทนายความ "บิ๊กโจ๊ก" ออกมาชี้แจงถึงเส้นทางการเงิน เพื่อยืนยันว่าไม่มีได้ส่วนพัวพันหรือเกี่ยวข้องกับเว็บพนัน รวมทั้งยังได้เปิดเผยว่ามีตำรวจกว่า 30 นาย โดยยศใหญ่สุดเป็นถึง "พลตำรวจตรี" เกี่ยวข้องกับการรับเงินจากเว็บพนัน กว่า 300 ล้านบาท 

ซึ่งถัดมาไม่นาน ทาง "บิ๊กต่อ" ได้ออกมาย้ำถึงทีมทนาย "บิ๊กโจ๊ก" ให้เปิดเผยชื่อจริง เพื่อที่จะจัดการ เพราะหากออกมาระบุแบบนี้ ไม่ต่างจากเป็นการด้อยค่า สตช. 

ก่อนต่อมามีข่าว นายกฯ เรียกให้ 2 บิ๊กผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ เข้าพบที่ทำเนียบรัฐบาลวันนี้ (20มี.ค.) และย้ำถึงปัญหาที่ต้องจบ กระทั่ง บิ๊กต่อ และ บิ๊กโจ๊ก กลับไปยัง สตช. เพื่อแถลงข่าวยุติความขัดแย้ง กระทั่งไม่นานนักก็มีคำสั่งให้ทั้งคู่ ไปช่วยราชการที่สำนักนายกฯ 

ลดผลกระทบภาพลักษณ์ สตช.

ขณะที่ "รศ.พ.ต.ท.ดร.กฤษณพงศ์ พูตระกูล" ผู้ช่วยอธิการบดี และประธานกรรมการคณะอาชญาวิทยา มหาวิทยาลัยรังสิต มองปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น โดยยอมรับกระทบต่อภาพลักษณ์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

โดยการสั่งย้าย "บิ๊กต่อ-บิ๊กโจ๊ก" อยู่ในขอบเขตอำนาจที่นายกรัฐมนตรีสามารถทำได้ โดยเชื่อว่านายกฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อลดความสถานการณ์ความขัดแย้งในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และเปิดทางให้มีการตั้งคณะกรรมการกลาง เพื่อเข้ามาดำเนินการพิสูจน์ความจริง 

ส่วนการตั้งคณะกรรมการตรวจตรวจสอบ ต้องประกอบไปด้วย บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องหรืออยู่ในหน่วยงานของตำรวจ เป็นการแสดงความโปร่งใส ยกตัวอย่าง บอสกระทิงแดง ซึ่งคดีนั้นมีการกล่าวหาว่ามีเจ้าหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้องในการเปลี่ยนแปลงหลักฐาน เพื่อช่วยให้ผู้ต้องหาพ้นผิด ซึ่งขณะนั้นมีการตั้ง "วิชา มหาคุณ" เป็นประธาน และในส่วนกรรมการประกอบด้วย ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย นักกฎหมาย ผู้เชี่ยวชาญการตรวจสอบเส้นทางการเงิน 

 

"ประเด็นหลักความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ความไม่เห็นต่าง หรือไม่ลงรอย แต่ปัญหาเรื่องเว็บพนันออนไลน์ เกี่ยวข้องหลายภาคส่วน ตำรวจก็ด้วย จึงเป็นเรื่องความโปร่งใส่ของประเทศ ถ้าไม่แก้ปัญหาตรงนี้ ปัญหาอื่นก็ไม่ได้รับการแก้ไข"


เบรคความขัดแย้งก่อนลุกลาม 

ด้าน "พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ" อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล มองว่า กรณีนายกฯสั่งย้าย "บิ๊กต่อ-บิ๊กโจ๊ก" มาช่วยงานที่สำนักนายกฯ เพราะรู้ปัญหาว่ามีการแตกแยก และรู้ว่าคู่แตกแยกคือใคร จึงเรียกทั้ง 2 มาคุยเพื่อให้ยุติความขัดแย้ง แต่มองว่าหลังจากที่มาแถลงข่าว ซึ่งนายกฯคงได้ดูและมาวิเคราะห์ ว่าสิ่งที่ทั้ง 2 คน ออกมาแถลง คือ ประชาชนรับไม่ได้ว่ามีการเกี้ยเซี๊ยะกัน เพราะคดีความเริ่มแล้ว

ทั้งนี้ จะออกมาบอกว่าจบแล้ว อาจทำให้ประชาชนมองว่า นายกฯสั่งให้จบใช่หรือไม่ หรือเอาคดีความเข้าซุกใต้พรมหรือไม่ ดังนั้น เพื่อป้องกันคความเข้าใจผิด นายกฯจึงสั่งให้ทั้ง 2 เข้ามาช่วยที่สำนักนายกฯ คือ

  1. เบรคความแตกแยก
  2. ให้ดำเนินคดีไปอย่างเป็นธรรม 

 

"ขอชื่นชมนายกฯว่าแก้ปัญหานี้ได้ดี ตัดสินใจได้เร็ว มองว่าท่านก็จะได้คะแนน เพราะช่วงนี้มีคดีฉาวเกี่ยวกับวงการสีกากีเยอะ โดยเฉพาะคดีเว็บพนัน เป็นต้นตอสาเหตุของปัญหาทั้งหมด เพราะตำรวจเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง"
 

 

ข่าวล่าสุด