อย่ามองให้เป็นเรื่องการเมือง
สำหรับการเดินทางไป จ.เชียงใหม่ ของนายทักษิณ จะเป็นการเคลื่อนไหวทางการเมืองหรือมีนัยสำคัญกับพรรคเพื่อไทยหรือไม่นั้น ก็แล้วแต่คนถามและสังคมจะคิด แต่นายทักษิณไม่ได้อยู่ประเทศไทย 17 ปี ก็เป็นเรื่องที่คนคิดถึง และนายทักษิณก็คงคิดถึงลูกหลาน
"เท่าที่จำได้ท่านมีบรรพบุรุษที่จะต้องไปกราบไหว้เป็นประจำ และที่ผมจำได้เพราะผมเคยไป ส่วนจะให้สัมภาษณ์เรื่องการเมืองได้หรือไม่นั้น ผมไม่ทราบเงื่อนไขของกรมคุมประพฤติไม่ได้ลงรายละเอียด ซึ่งกรณีของนายทักษิณไม่ได้แตกต่างจากนักโทษคนอื่น เป็นปกติของการพักโทษ เพียงแต่คนอื่นไม่มีสื่อมวลชนไปตาม ถือเป็นกรณีศึกษาอย่างดี สำหรับญาติพี่น้องผู้ต้องขังคนอื่นที่จะได้เรียนรู้ว่าในเรื่องประกาศหรือกฎระเบียบกรมราชทัณฑ์จะได้รู้ไปพร้อมๆ กัน" รองนายกฯ ระบุ
สส.เพื่อไทยไร้นัดหมายเข้าพบ
ส่วนที่ฝ่ายตรงข้ามหรือกลุ่มเห็นต่าง จะนำประเด็นนี้มาโจมตี เพราะเกี่ยวกับรัฐบาลด้วย เชื่อว่าจะตอบคำถามได้ และคงไม่น่าเป็นห่วงอะไร และก็ยังไม่สส. พรรคเพื่อไทย นัดหมายเดินทางไปพบนายทักษิณ และส่วนตัวก็ยังไม่ได้พบนายทักษิณ "อยากไปพบ แต่ท่านยังไม่ให้พบ"
ไม่รู้จะมีโอกาสได้เจอหรือไม่
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า มีโอกาสที่จะไปพบที่ จ.เชียงใหม่ หรือไม่ นายสมศักดิ์ หัวเราะก่อนกล่าวว่า ก็คงไม่มีโอกาส
ส่วนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่เป็นปีใหม่ไทยจะมีโอกาสไปรดน้ำขอพรนายทักษิณหรือไม่นั้น นายสมศักดิ์ กล่าวด้วยเสียงอ่อยๆ ว่า "ก็คงต้องขอไป ไม่รู้จะให้ไปหรือเปล่า"
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ขอไปแล้วแต่นายทักษิณ ยังไม่ตอบรับใช่หรือไม่ นายสมศักดิ์ ตอบกลับว่า "ยังไม่ตอบรับ"
คนจากบ้านนานก็อยากกลับไป
ขณะเดียวกันมีการตั้งข้อสังเกตว่านายทักษิณป่วย แต่เดินทางไปจังหวัดที่มีค่าฝุ่นสูงอาจจะกระทบต่อสุขภาพได้ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า "บางครั้งคนเราถ้ายังขยับตัวได้อยู่ ก็คิดถึงบ้านเรือนที่เคยอยู่อาศัยเหมือนพวกเรา" ก่อนยกตัวอย่าง ตนออกมาจาก จ.สุโขทัย เป็นเดือนแล้วยังไม่ได้กลับ ตนก็ต้องกลับไปนอนคืนหนึ่ง กลับมากรุงเทพฯ ไม่งั้นนอนไม่หลับก็เริ่มจะป่วย ถ้าไม่ได้เห็น ดังนั้น ใครก็แล้วถ้ามีภูมิลำเนาที่ไหนก็ต้องกลับไปหาญาติพี่น้อง
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในฐานะที่เป็นนักการเมืองอาวุโสประเด็นนายทักษิณควรก้าวข้ามมองเป็นเรื่องธรรมดาหรือไม่ นายสมศักดิ์ อุทาน "โอ้ย อย่าไปขอร้อง ใครเขาจะมองอย่างไร ก็มองไปเถอะ ตอบคำถามได้ก็ชี้แจงกันไป แบ่งความรู้ ให้รู้กันทั่วไป ไม่ต้องไปห่วงใครต่อใคร เป็นสิทธิของแต่ละคน อย่าจะมอง พูด คิด อย่างไร ที่จะไม่ได้ละเมิดสิทธิคนอื่นก็ว่าไป เรามีหน้าที่ตอบ ก็ตอบไป สนุกดีออก"
ไม่รู้ศูนย์กลางอยู่ตรงไหน
ส่วนจะเป็นการตอกย้ำหรือไม่ว่า รัฐบาลมีนายกรัฐมนตรี 2 คน นายสมศักดิ์ ตอบว่า ก็แล้วแต่จะคิด ก็ไม่รู้ว่าศูนย์กลางอยู่ตรงไหนอะไรอย่างไร แต่วันนี้ (8มี.ค.) มีนายกฯ ที่มีกฎหมายเป็นเครื่องมือทำงานอยู่ สั่งการดำเนินการ คนอื่นไม่มีเครื่องมือบริหารทำงานต่างๆ จะห้ามแต่ว่าจะไม่ให้คนอื่นคิดหรือห้ามคนอื่นพูดคงไม่ได้ มันเป็นเรื่องของการเมือง ทำจิตทำใจไว้
เมื่อถามว่า ประเด็นนายทักษิณ ฝ่ายค้านจะหยิบไปอภิปรายทั่วไปด้วย นายสมศักดิ์ ตอบว่า "ขอบคุณที่บอกให้ทราบก่อนหัวเราะ"
คปท. ชี้ "ทักษิณ" กลับเชียงใหม่หวังผลการเมืองท้องถิ่น
ขณะที่ "นายพิชิต ไชยมงคล" แกนนำเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) มองว่า การที่นายทักษิณ เตรียมเดินทางไปไหว้บรรพบุรุษที่ จ.เชียงใหม่ ถือเป็นการเคลื่อนไหวทางการเมือง ซึ่งอาจจะขัดกับที่คณะกรรมการพักโทษ ที่ออกมาระบุว่านายทักษิณป่วย จนไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่านายทักษิณใช้ชีวิตปกติ เหมือนคนทั่วไป
อย่างไรก็ตาม ต้องดูว่ากรมคุมประพฤติจะพิจารณาอย่างไรหลังจากนี้ เนื่องจากมีผลคาบเกี่ยวทางการเมือง ซึ่งมองว่าการเดินทางไป จ.เชียงใหม่เพื่อไหว้บรรพบุรุษเป็นเพียงข้ออ้าง ซึ่งก่อนหน้านี้พรรคก้าวไกล ก็ลงพื้นที่เพื่อเคลื่อนไหวทางการเมืองในการเลือกตั้งท้องถิ่น จึงตั้งข้อสังเกตว่าการที่นายทักษิณ เดินทางไปครั้งนี้เพื่อกระชับอำนาจของมวลชนคนเสื้อแดง เพราะมีการออกมาขานรับว่าจะออกมาต้อนรับนายทักษิณเป็นอย่างดี ซึ่งกรมคุมประพฤติต้องควบคุมเรื่องนี้ให้ดี
ส่วนการลงพื้นที่ของ "นายเศรษฐา ทวีสิน" นายกรัฐมนตรี ที่ตรงกับการเดินทางไป จ.เชียงใหม่ของนายทักษิณนั้น มองว่าเป็นการใช้อำนาจรัฐ เพราะนายทักษิณเป็นผู้มีอิทธิพลทางความคิดทางการเมือง ของพรรคเพื่อไทย ตั้งใจลงไปเพื่อหวังผลทางการเมืองหรือไม่ ทำให้มองว่าการพักโทษของนายทักษิณ เป็นการพักโทษที่ออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองได้
เตรียมพิจารณ์ยื่นอุทธรณ์พักโทษ
ทั้งนี้ ทาง คปท. กำลังพิจารณาพิจารณายื่นอุทธรณ์ การพักโทษไปยังคณะกรรมการการพักโทษ โดยขอดูก่อนว่าการที่นายทักษิณเดินทางไปในวันที่ 14 มี.ค. จะมีลักษณะอย่างไร หากการเดินทางเป็นไปตามปกติ โดยไม่มีผู้อนุบาล ถือว่าการพักโทษครั้งนี้มีปัญหาแน่นอน คปท. จะรวบรวมหลักฐานต่อไป และยืนยันว่าจะยังคงมีการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง
สำหรับบรรยากาศการชุมนุมของกลุ่ม คปท. ยังคงปักหลัก บริเวณเชิงสะพานชมัยมรุเชษฐ์ เนื่องจากมีการขออนุญาตถึงวันที่ 2 พ.ค. โดยมีการติดตั้งเครื่องปั่นไฟ ถังน้ำมันลิตรปริมาณ 1,000 ลิตร จำนวน 5 ถัง พร้อมทั้งโรงครัวเคลื่อนที่จากกองทัพธรรม เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับกลุ่มผู้ร่วมชุมนุม