11.กลุ่มผู้ประกอบธุรกิจหรืออาชีพด้านการท่องเที่ยว ได้แก่ มัคคุเทศก์ ผู้ประกอบกิจการหรือพนักงานโรงแรม หรืออื่นๆ ในทำนองเดียวกัน
12.กลุ่มผู้ประกอบอุตสาหกรรม หรืออื่นๆ ในทำนองเดียวกัน
13.กลุ่มผู้ประกอบอาชีพด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การสื่อสาร การพัฒนานวัตรกรรม หรืออื่นๆ ในทำนองเดียวกัน
14.กลุ่มสตรี
15.กลุ่มผู้สูงอายุ คนพิการหรือทุพพลภาพ กลุ่มชาติพันธุ์ กลุ่มอัตลักษณ์อื่น หรืออื่นๆ ในทำนองเดียวกัน
16.กลุ่มศิลปะ วัฒนธรรม ดนตรี การแสดงและบันเทิง นักกีฬา หรืออื่นๆ ในทำนองเดียวกัน
17.กลุ่มประชาสังคม กลุ่มองค์กรสาธารณประโยชน์ หรืออื่นๆ ในทำนองเดียวกัน
18.กลุ่มสื่อสารมวลชน ผู้สร้างสรรค์วรรณกรรม หรืออื่นๆ ในทำนองเดียวกัน
19.กลุ่มผู้ประกอบวิชาชีพอิสระ หรืออื่นๆ ในทำนองเดียวกัน
20.กลุ่มอื่นๆ
ศึก "อุดมการณ์-ผลประโยชน์"
โดย "ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์" ประธานสถาบันอนาคตศึกษาเพื่อการพัฒนา มองถึงประเด็นนี้ว่า ที่ผ่านมาทั้งสองพรรคมีคะแนนเสียงที่ใกล้เคียงกันพอสมควร และคะแนนเสียงของทั้งสองพรรคยังมีการสลับไปมาอยู่ระหว่างกัน ดังนั้น เป็นไปไม่ได้ว่าทั้งสองพรรค จะเป็นมิตรแท้กันอย่างถาวร
อย่างไรก็ตาม การคัดเลือก สว.ในครั้งนี้ ก็สำคัญมากสำหรับทั้งสองพรรค แม้ สว.ชุดต่อไปไม่มีอำนาจในการเลือกนายกรัฐมนตรี แต่ก็ยังมีอำนาจในรเลือกคณะกรรมการในองค์กรอิสระ เช่น ป.ป.ช. และศาลรัฐธรรมนูญ ดังนั้น สว.ที่ถูกคัดเลือกเข้ามาจึงมีความสำคัญกับแต่ละพรรคมากเช่นเดียวกัน จึงอาจจะนำมาซึ่งการบล๊อกโหวต
"ในอดีตการบล็อกโหวตจะเกิดขึ้นกับกลุ่ม สว. ที่มีใจฝักใฝ่ในเรื่องของผลประโยชน์ กับ สว.ที่มีการฝักใฝ่ในอุดมการณ์ ซึ่งการที่จะบล๊อกโหวตในฝั่งของผลประโยชน์ง่ายมาก ก็แค่อัดผลประโยชน์มาให้เต็มเหยียด ยิ่งมีการโหวตไขว้ข้ามสายอาชีพ เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าใครจับฉลากเข้ามาให้แท่งของเราบ้าง ดังนั้น การที่จะบล๊กโหวต ก็ต้องทุ่มผลประโยชน์มหาศาล"
ขณะเดียวกัน ฝั่ง สว.อุดมการณ์ จะต้องมีเครือข่ายอุดมการณ์เดียวกัน การจะสร้างเครือข่ายที่มากขนาดบล๊อกโหวตได้ในเวลาที่จำกัด ก็เป็นการบ้านที่ท้าทาย
ทั้งหมดเป็นเรื่องต้องจับตาถึงการห้ำหั่นกันในสนามนี้ จะมีมากน้อยเพียงใดเหมือนสนามการเมืองระดับชาติอย่างเช่น สส. หรือไม่ เมื่อ สว. จากชุดคณะรักษาความสงบแห่งชาติ นับถอยหลังหมดวาระ แล้วอำนาจนั้นจะตกอยู่กับฝั่งใด