ขณะที่ "น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล" กรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญงบประมาณ 2567 พรรคก้าวไกล กล่าวว่า ในฐานะที่ตนดูด้านเศรษฐกิจ ก็ได้สอบถามวิกฤติเศรษฐกิจจะต้องหน้าตาเป็นอย่างไร มีตัวชี้วัดอย่างไร แต่ละหน่วยงานก็ตอบคำถามกัน ยกเว้นสำนักงบประมาณ ซึ่งวิกฤตมีทั้งทางด้านการเงิน ที่มีเอ็นพีแอลสูง คนแห่ไปถอนเงิน วิกฤตภายนอกจากต่างประเทศ เช่น การส่งออก นำเข้า การขาดดุลบัญชีเดินสะพัด ทำให้ค่าเงินบาทอ่อน หรือวิกฤตด้านแรงงาน คนตกงานจำนวนมาก วิกฤตการคลังคือเงินคงคลังลดต่ำเหลือน้อย
ทั้งนี้ ซึ่งถือว่าเป็นโอกาสที่ดีที่ได้แลกเปลี่ยนกลับหน่วยงานทางด้านเศรษฐกิจ และอาจจะเป็นหน่วยงานที่อยู่ในคณะกรรมการนโยบายดิจิทัลวอลเล็ตด้วย ที่จะต้องให้ความเห็นกับนายกรัฐมนตรี ว่าประเทศไทยอยู่ในช่วงวิกฤตหรือไม่ ซึ่งแต่ละหน่วยงานก็ให้ข้อมูลข้อเท็จจริงกับ กมธ. และเท่าที่ไล่ดู 5-6 วิกฤตนี้ ยังไม่มีอันไหนสามารถอธิบายเหตุการณ์ ณ ปัจจุบันได้
เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ชี้แจงแบบนี้ จะผ่านด่านการพิจารณาของคณะกรรมการดิจิทัลวอลเล็ตหรือไม่ น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า ก็เห็นอยู่ ก็ไม่รู้ว่าต้องไปค้นวิกฤตใหม่ๆ ขึ้นมาหรือไม่ เพื่อทำให้เกิดวิกฤตจริงๆ ซึ่งต้องเข้าใจว่าเศรษฐกิจไทยไม่สู้ดีจริงๆ โตต่ำจริงๆ และต้องการสิ่งที่ทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นจริง แต่ด้วยข้อจำกัดทางด้านกฎหมาย ที่ต้องตีความว่ามันเกิดวิกฤต จึงสามารถกู้ได้ ก็เลยเป็นอุปสรรค ที่สำคัญคือมันจะเป็นบรรทัดฐานด้วย
"ถ้าร่างพ.ร.บ.นี้สามารถผ่านได้ ต่อจากนี้ไป รัฐบาลก็ไม่ต้องแคร์งบประมาณรายจ่ายประจำปีแล้ว บอกแค่ประเทศต้องการการกู้เงิน ก็สามารถทำได้เลยแบบนี้ก็จะทำให้เป็นมาตรฐานที่ไม่ดีในอนาคต" น.ส.ศิริกัญญา กล่าว
ส่วนกรณีที่ฝั่งรัฐบาลให้ไปไล่ดูตลาดว่าเศรษฐกิจเป็นอย่างไรนั้น น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า อย่างที่บอกเศรษฐกิจไม่ดี การจับจ่ายใช้สอยอะไรก็ฝืดไปหมด และต้องการเข้าไปแก้ไขปัญหาของรัฐบาลโดยเร่งด่วน โดยที่ไม่ต้องรอให้ถึงเดือนพ.ค. ถ้าวันนี้ตลาดมันเงียบ มันฝืด ค้าขายลำบาก ก็ให้รัฐบาลเริ่มทำตั้งแต่วันนี้ ไม่ต้องรอให้ถึงเดือนพ.ค. แล้วค่อยไปแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน
ทั้งนี้ ถ้า พ.ร.บ.กู้เงินผ่านสภาแล้วฝ่ายค้านจะมีมติเป็นอย่างไรนั้น ต้องดูในรายละเอียดก่อนว่าหน้าตาร่างจะเป็นอย่างไร ในเชิงหลักการ จะต้องตีความตามกฎหมายว่าเป็นไปตามเงื่อนไขที่กฤษฎีกาได้ตีความหรือไม่ แต่ความเร่งด่วนทางเศรษฐกิจตอนนี้ ยังไม่เห็น ก็คงจะต้องโหวตไม่รับร่างไปก่อน และต้องดูเนื้อหาประกอบ ส่วนจะทันในเดือนพ.ค.หรือไม่นั้น ก็คงต้องช่วยกันลุ้น
"วันนี้ยังไม่มีการนัดประชุมคณะกรรมการดิจิทัลวอลเล็ตชุดใหญ่เลย และยังต้องเสนอ ครม. ให้ความเห็นชอบก่อนที่จะเสนอเข้ามายังสภา ซึ่งประเมินว่าก็คงจะผ่านสภา เนื่องจากรัฐบาลมีเสียงข้างมาก แต่ก็ยังมีด่าน สว. ที่อาจจะล่าช้าได้อีก ถ้าไม่รับหลักการ ก็ต้องตีกลับมาที่สภาผู้แทนราษฎรว่าจะเห็นชอบร่างนี้หรือไม่ ยังไม่รวมอีกหลายหน่วยงานที่จะไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเป็นผู้ตรวจการแผ่นดิน หรือนักร้องเจ้าประจำต่างๆ" น.ส.ศิริกัญญา ยิ้ม ก่อนระบุทิ้งท้ายว่า ดังนั้นต้องช่วยกันลุ้นว่าจะทันเดือน พ.ค. หรือไม่
"จุรินทร์"ย้ำกฤษฎีกามีหน้าที่ปรึกษากฎหมายไม่ใช่นโยบาย
ด้าน "นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์" สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การที่คณะกรรมการกฤษฎีกา ให้ความเห็นการกู้เงินของรัฐบาลเพื่อดำเนินโครงการดิจิทัลวอลเล็ตนั้น โดยกฤษฎีกา เป็นแค่ที่ปรึกษากฎหมาย แต่ไม่ใช่ที่ปรึกษาด้านนโยบายของรัฐบาล เพราะฉะนั้น ถ้าฟังคำตอบจากเลขากฤษฎีกา ก็จะเห็นว่าได้ตอบข้อกฎหมายชัดเจนแล้วว่า รัฐบาลสามารถออกกฎหมายกู้เงินมาทำดิจิทัลวอลเล็ตได้ ทั้ง พ.ร.ก. และ พ.ร.บ. และตอบว่า มีกฎหมายฉบับใด และมาตราใด ที่ต้องคำนึงถึงบ้าง
"แต่การที่จะให้กฤษฎีกาตอบว่าควรทำ หรือไม่ควรทำ เป็นเรื่องของนโยบาย ซึ่งไม่ใช่หน้าที่กฤษฎีกา แต่เป็นเรื่องของรัฐบาลที่เป็นฝ่ายนโยบายต้องตัดสินใจเอง" นายจุรินทร์ ระบุ
ส่วนถ้ารัฐบาลเห็นว่าการกู้เงิน 500,000 ล้านบาท เป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วน และเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่กำลังวิกฤตนั้น ขอถามรัฐบาลอีกครั้งว่า ถ้าวิกฤตจำเป็นและเร่งด่วนจริงอย่างรัฐบาลพูด ทำไมจึงไม่เสนอเป็น พ.ร.ก. เพราะจะมีผลให้กู้เงินได้ทันที ทำไมจึงเลี่ยงไปเสนอในรูป พ.ร.บ. ซึ่งจะทำให้ล่าช้า ยืดเยื้อ เหมือนซื้อเวลาออกไปอีก
สำหรับเรื่องการถกเถียงว่าเศรษฐกิจไทยกำลังวิกฤตหรือไม่นั้น ส่วนตัวเห็นว่าข้อแนะนำของ "นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์" สมาชิกวุฒิสภา ที่ให้รัฐบาลเชิญหน่วยงานหรือสถาบันทางเศรษฐกิจที่เชื่อถือได้ มาร่วมนิยามคำว่า "วิกฤต" ให้ชัดเจน เป็นเรื่องที่รัฐบาลควรรับฟัง
"หมอมิ้ง"ยันไทยอยู่ในสภาวะกบถูกต้ม
ขณะเดียวกัน วันนี้ที่อาคารรัฐสภา ได้มีการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ได้เป็นการพิจารณางบประมาณในส่วนของสำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี โดยมี "นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช" เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เข้าชี้แจงด้วยตัวเอง
ทั้งนี้ ระหว่างการประชุม "นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์" ในฐานะ กมธ.วิสามัญ ได้อภิปรายสอบถามสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศไทยว่าอยู่ในภาวะวิกฤตหรือไม่ หลังจากเลขาธิการนายกฯ มักให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนหลายครั้งว่า เศรษฐกิจประเทศอยู่ในช่วงของการเจริญเติบโตช้า
โดย นพ.พรหมมินทร์ กล่าวว่า เศรษฐกิจขณะนี้อยู่ในภาวะวิกฤติอย่างต่อเนื่อง เหมือนกับกบที่ถูกต้ม หมายความว่า จะค่อยๆ ซึมยาวจนไม่รู้สึก แต่พอเมื่อรู้สึกตัวแล้วก็จะมีปัญหา ซึ่งสถานการณ์ตอนนี้ขอแบ่งออกเป็น 3 ช่วง ได้แก่
- ตั้งแต่ปี 2550 ก่อนมาถึงเหตุการณ์แพร่ระบาดโควิด จะพบว่าตัวเลขส่งออกของประเทศเริ่มมีปัญหาแล้ว
- ช่วงโควิด โดยเศรษฐกิจของไทย ตกลึกที่สุดในภูมิภาคนี้และเติบโตช้าที่สุด
- ปัจจุบัน สะท้อนให้เห็นชัดจากอัตราเงินเฟ้อที่ตกลง แต่ดอกเบี้ยยังสูงขึ้น ประเทศไทยโตแบบไม่เท่ากัน จำนวนหนี้ครัวเรือนมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในรอบ 10 ปี จาก 70% ต่อจีดีพี เป็น 91.6 % ต่อจีดีพี แสดงว่าคนจนกำลังยากจนลงเรื่อยๆ
"เวลาเอาตัวเลขภาพรวมอาจจะดูไม่ชัด แต่คนทื่เดือดร้อน ถ้าลองถามประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ เดือดร้อนแล้ว เขาถือว่าวิกฤติ เพราะฉะนั้นอัตราการเกิดการกระทำที่ผิดกฎหมายจะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย จึงขอตอบว่าภาวะของประเทศอยู่ในวิกฤติซึมยาว จำเป็นต้องมีมาตรการในการแก้ไข" เลขาธิการนายกฯ กล่าว