ขณะเดียวกัน ยังกำหนดผู้ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานควบคุมการปล่อยทิ้งอากาศเสียจากแหล่งกำเนิดมลพิษ จะมีโทษปรับ 50,000 บาท ผู้ที่เผาในที่โล่งโดยไม่ได้รับอนุญาต ปรับไม่เกิน 50,000 บาท ผู้ที่ปล่อยทิ้งอากาศเสียโดยไม่มีการบำบัดให้มีคุณภาพตามมาตรฐานควบคุม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ผู้ครองครองแหล่งกำเนิดมลพิษทางอากาศนอกประเทศ ระวางโทษปรับไม่เกิน 2,000,000 บาท เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม ร่างกฎหมายอากาศสะอาดดังกล่าว ยังมีการถูกเสนอโดยภาคประชาชนจำนวนกว่า 22,000 รายชื่อ รวมถึง สส.พรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย พรรคพลังประชารัฐ และพรรคประชาธิปัตย์ และร่างกฎหมายอากาศเป็นพิษ รวมทั้งสิ้น 7 ฉบับ โดยมีหลักการและเหตุผลสำคัญในทิศทางเดียวกัน คือ เพื่อให้มีกฎหมายกำกับดูแล การจัดการอากาศสะอาด เพื่อสุขภาพของประชาชน อันเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน
ด้าน "นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล" สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน หรือ วิปฝ่ายค้าน กล่าวภายหลังนายกฯ ได้ลงนามรับรองร่างพ.ร.บ.ฝุ่นพิษและการก่อมลพิษข้ามพรมแดน หรือ ร่างกฎหมายอากาศเป็นพิษของพรรคแล้วว่า ส่วนตัวรู้สึกยินดี ซึ่งตลอด 2 วันที่ผ่านมา ก้าวไกลได้ติดตามว่า จะเข้าทันวาระการพิจารณาพร้อมกับร่างกฎหมายจากพรรคอื่น ๆ หรือไม่ และหวังว่าจะไม่มีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นอีก เพื่อให้การทำงานเป็นไปด้วยความรอบคอบ พร้อมกับขอบคุณทุกฝ่ายที่ทำให้ปัญหาดังกล่าวจบด้วยดี โดยไม่ได้มองว่าเป็นเรื่องการเมือง แต่เป็นเรื่องความไม่รอบคอบ