ขณะที่ตัวแทนเด็กและเยาวชน ได้กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติและดีใจที่ได้รับคัดเลือกเป็นเด็กและเยาวชนดีเด่น และนำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติ ประจำปี 2567 รางวัลนี้เป็นรางวัลระดับประเทศที่มีความหมาย เป็นเกียรติประวัติอย่างสูงแก่ครอบครัว เชื่อว่าตัวเองโชคดีมากที่ได้เข้าพบนายกฯ รวมถึงได้รับโล่รางวัลของที่ระลึก อันมีคุณค่าจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมขอบคุณที่เมตตากรุณาคัดเลือกให้ได้รับรางวัล และจัดงานในวันนี้ โดยจะจดจำไว้ในใจไม่รู้ลืม และขอตั้งปณิธานว่า จะเป็นเด็กดี ตั้งใจเรียนด้วยความเพียรพยายาม เพื่อเป็นคนดีของสังคม ประเทศชาติ สร้างสรรค์ประโยชน์เพื่อส่วนรวมต่อไป
ภายหลังการมอบโอวาท นายกรัฐมนตรีได้เดินทักทายเด็กและเยาวชนรวมถึงบรรผู้ปกครอง ซึ่งบรรยากาศเป็นไปคึกคัก โดยเด็กและเยาวชนต่างส่งเสียงกรี๊ดเมื่อเห็นนายกฯ และขอถ่ายเซลฟี่เพื่อเป็นที่ระลึก และช่วงหนึ่งนายกฯได้อุ้มเด็กพูดคุยทักทายอย่างเป็นกันเอง
ขณะเดียวกันยังมีเด็กและเยาวชนกลุ่มหนึ่ง ได้ขอถ่ายรูปร่วมกับนายกฯ พร้อมกับบอกว่า "ผมเชียร์ลิเวอร์พูลครับ" นายกฯ ชูนิ้วโป้งขึ้นมา พร้อมบอกว่า "แบบนี้เอาไปสองนิ้วเลย"
คลิป ผมเชียร์ลิเวอร์พูลครับ
ทั้งนี้ เมื่อเวลา 09.39 น.วันนี้(10 ม.ค.) นายกฯ โพสต์ข้อความผ่าน X ระบุว่า เด็ก ซึ่งเป็นอนาคตของชาติทุกคน ต้องได้เรียนครับ
ผมขับเคลื่อนเรื่องลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาด้วยตัวเอง มาตั้งแต่ก่อนเข้ามารับตำแหน่งนายกฯ หลายปีแล้วครับ เพราะผมปรารถนาที่จะเห็นเด็กไทยได้รับความเท่าเทียมในเรื่องนี้ โดยตั้งเป้าให้จำนวนเด็กที่ต้องหลุดระบบการศึกษาเป็น "ศูนย์" ครับ
ทันทีที่เข้ารับตำแหน่งผมได้สั่งการทันทีให้ "กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา" (กสศ.) DES และกระทรวงมหาดไทย บูรณาการรวบรวมข้อมูลนักเรียนที่หลุดจากระบบการศึกษา ให้เป็นฐานข้อมูล Big Data ขึ้นเป็นครั้งแรกของประเทศไทย เพื่อนำไปสู่การช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่ต้องออกจากการศึกษากลางคัน ซึ่งในวันเสาร์ที่ 13 ม.ค.นี้จะมีข่าวดี ที่จะเป็นก้าวสำคัญก้าวหนึ่งที่ประเทศไทยก้าวไปสู่ Thailand Zero Dropout ครับ