เนชั่นทีวี

การเมือง

รัฐบาลโปรดทราบ! "ชัยธวัช"ประกาศพบการบริหารแย่เจอซักฟอกแน่

01 ม.ค. 2567 | chairat_pat

รัฐบาลโปรดทราบ! "ชัยธวัช"ประกาศพบการบริหารแย่เจอซักฟอกแน่

"ชัยธวัช ตุลาธน" ประกาศชัดฝ่ายค้านเดินเครื่องเข้มข้น เมินกระแส ปชป. ร่วมรัฐบาลชี้เป็นเรื่องอนาคต ลั่นหากพบการบริหารงาน รบ. แย่ เปิดซักฟอกแน่ โยนประชาชนให้คะแนนฝ่ายค้าน แย้มการทำงานฝ่ายค้านไม่ใช่ต้องค้านทุกเรื่อง

1 มกราคม 2567 "นายชัยธวัช ตุลาธน" สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า การทำงานของฝ่ายค้าน เพื่อตรวจสอบรัฐบาลนั้น โดยพรรคฝ่ายค้านแต่ละพรรค เน้นให้ความสำคัญที่แตกต่างกันไป ซึ่งพรรคก้าวไกลเรื่องกระบวนการยุติธรรมก็สำคัญ เรื่องการจัดการ ความขัดแย้งทางการเมือง รวมถึงข้อเสนอเรื่องนิรโทษกรรม ทางการเมือง และการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เป็นนโยบายทางการเมืองที่จะต้องติดตามและผลักดันอย่างต่อเนื่องแน่นอน

ส่วนเรื่องอื่นๆ พรรคก้าวไกลก็มีการเสนอในหลายเรื่อง ครอบคลุมทุกมิติเพราะเป็นการทำงานของกลุ่มนโยบายต่างๆในพรรค ที่มีความรอบด้านในเรื่องเศรษฐกิจเรื่องดิจิทัลวอลเล็ต ก็ติดตาม เรื่องนโยบายซอฟต์พาวเวอร์ก็เป็นเรื่องใหญ่ของรัฐบาลก็ต้องติดตาม เพราะเท่าที่เห็นจะได้รับงบประมาณ 5,000 ล้านบาท แต่งบส่วนใหญ่ยังเห็นไปใช้กับในการจัดอีเวนท์ รวมถึงงบอบรมสัมมนา

ทั้งนี้ เท่าที่มีข้อมูลเบื้องต้น กลายเป็นการเอางบอบรมสัมมนาที่มีอยู่ตามแผนเดิมอยู่แล้วมาเปลี่ยนปัดฝุ่นใหม่เปลี่ยนปก ซึ่งอาจจะไม่ได้ตอบโจทย์ในสิ่งที่คาดหวังว่าจะอัพสกิวหรือรีสกิวประชาชน เพื่อให้มีทักษะในการที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในงานเศรษฐกิจสร้างสรรค์

นอกจากนี้ ยังมีการติดตามเรื่องค่าไฟ ซึ่งคาดหวังว่ารัฐบาลใหม่จะมีการทบทวนพูดคุยกับเอกชน ที่เป็นคู่สัญญารวมถึงการทำสัญญาใหม่ๆ เกี่ยวกับพลังงานพลังงานสะอาด 5000 เมกะวัตต์ ที่ได้มีการทยอยเซ็นไปแล้วด้วย โดยเมื่อเปิดปีใหม่ขึ้นมาการทำงานร่วมกันของฝ่ายค้านจะเต็มตัว และเป็นทางการมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการวางเป้าหมาย แผนงานในการผลักดันร่วมกัน

ส่วนเรื่องความเป็นเอกภาพของพรรคร่วมฝ่ายค้านที่หลายคนมองว่าพรรคประชาธิปัตย์อาจมีความเป็นไปได้ที่จะพลิกขั้วไปเป็นพรรคร่วมรัฐบาลหากมีการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทำให้ฝ่ายค้านเหลือคนไม่มากในการทำงานนั้น อย่าเพิ่งไปกังวลล่วงหน้า เอาปัจจุบันให้ดีที่สุดก่อน อนาคตทางการเมืองจะเกิดอะไรขึ้น ก็ปรับตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ตนคิดว่าวันนี้ (1ม.ค.) ยังคงเป็นพรรคฝ่ายค้านร่วมกัน พรรคก้าวไกลในฐานะพรรคแกนนำฝ่ายค้าน ก็ต้องทำงานโดยเคารพและให้เกียรติกับทุกพรรค

 

"ยังไงก็ต้องเคารพกัน มันไม่มีปัญหาหรอก ผมยกตัวอย่างถ้าเราจะอภิปรายไม่ไว้วางใจ ข้อมูลของแต่ละพรรคเป็นความลับอยู่แล้ว ดังนั้น ไม่กระทบอะไร เป็นเรื่องของแต่ละพรรค เพียงแต่ต้องตัดสินใจร่วมกันว่าต้องอภิปรายหรือไม่ เมื่อไหร่ ผมคิดว่าพรรคร่วมฝ่ายค้าน หรือแม้แต่พรรคร่วมรัฐบาล ก็ไม่เป็นเอกภาพ 100% หมายความว่าอาจจะไม่ได้เห็นร่วมกันทุกเรื่อง แต่มีเรื่องที่เห็นร่วมกัน แล้วสามารถเป็นเนื้อหา เป็นเงื่อนไขที่เราวางแผนทำงานร่วมกันได้ ส่วนที่เห็นต่างกัน ก็แยกทำคนละบทบาทได้" นายชัยธวัช กล่าว 

 

ส่วนการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนั้น ไม่ได้อยู่ที่การให้เวลารัฐบาลทำงาน แต่อยู่ที่ข้อมูลข้อเท็จจริง ถ้าตรวจพบว่ามีการใช้อำนาจโดยมิชอบ หาผลประโยชน์หรือคอร์รัปชัน หรือใช้อำนาจในการบริหารราชการแผ่นดินเกิดความเสียหายรุนแรง ก็พร้อมที่จะอภิปรายไม่ไว้วางใจทุกเมื่อ ซึ่งเรื่องนี้พรรคก้าวไกลยังไม่ได้พูดคุยอย่างเป็นทางการกับพรรคร่วมฝ่ายค้านอื่น ก็ยังมีเวลาที่จะพูดคุยกัน ซึ่งข้อมูลของแต่ละพรรคจะไม่มีการให้กันอยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวไม่แน่ใจข้อมูลพรรคอื่นเป็นอย่างไร แต่ของพรรคก้าวไกล  สส. ที่ไม่ได้เป็นคนรับผิดชอบเรื่องนั้น ๆ ก็จะไม่ทราบ ถือว่าเป็นข้อมูลชั้นความลับ เป็นมาตรฐานการทำงานของพรรค

"สำหรับพรรคก้าวไกลนโยบายเราเป็นแบบนี้ เอาข้อเท็จจริงเป็นตัวตั้ง เพราะเราไม่ได้อยากอภิปรายแบบใช้โวหาร หรืออาศัยการอภิปรายไม่ไว้วางใจเพื่อต่อรองผลประโยชน์กัน เพราะฉะนั้นขึ้นอยู่กับเนื้อหาเป็นหลัก และขึ้นอยู่กับการไปคุยกับพรรคร่วมฝ่ายค้านอื่น เช่นเดียวกับการอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ ตามมาตรา 152 ด้วย หากในช่วงต้นปีหน้าไตรมาสแรก การบริหารรัฐบาลมีปัญหามากจริงๆ ก็อาจจะมีการเสนอให้เปิดอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติเพื่อที่จะสะท้อนการทำงานของรัฐบาล" นายชัยธวัช กล่าว 

 

สำหรับเรื่องของข้อมูลที่จะใช้อภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น ขณะนี้ยังไม่เพียงพอ แต่ถ้าไตรมาสแรก รัฐบาลทำงานมีปัญหาจริงๆ พรรคร่วมฝ่ายค้านอาจเสนอเปิดอภิปราย แต่ก็ยังต้องหารือกับพรรคร่วมฝ่ายค้านอื่นด้วย หากการบริหารแย่จริงๆ ก็คงเลี่ยงไม่ได้ อย่างน้อยที่สุดก็คงอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ 

อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องปกติที่เสียงฝ่ายค้านไม่สามารถที่จะชนะในสภาได้อยู่แล้ว แต่ในทางการเมืองในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ จะไม่จบแค่เสียงโหวตในสภาเท่านั้น แต่จะถูกพิพากษาโดยสังคม ซึ่งจะส่งผลต่อรัฐบาลอย่างแท้จริงว่า ถ้ารัฐบาลถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้วไม่สามารถตอบคำถามใด ๆ ได้ จนกระทบกับความเชื่อมั่นของประชาชนอย่างรุนแรง แม้จะชนะเสียงโหวตในสภาแต่สุดท้ายก็จะจบด้วยการยุบสภา หรืออย่างน้อยก็ปรับ ครม. ฉะนั้นขึ้นอยู่กับคุณภาพในการอภิปราย ในการเก็บข้อมูลเป็นหลัก จึงไม่ได้กังวลเรื่องเสียงเพราะอยู่ที่คุณภาพ

สำหรับการให้คะแนนการทำงานพรรคฝ่ายค้านโดยเฉพาะพรรคก้าวไกล ตลอดปีที่ผ่านมานั้น โดยช่วงสมัยที่ผ่านมายังไม่เห็นบทบาทของฝ่ายค้านชัดเจนนัก เพราะช่วงแรกเสียเวลาไปเยอะกับการเลือกนายกรัฐมนตรี กว่าจะมีรัฐบาล และมีวาระสำคัญ แค่เรื่องการแถลงนโยบายในสมัยประชุมที่แล้ว เรื่องอื่นไม่มีเลยเนื่องจากรัฐบาลไม่ได้เตรียมร่างกฎหมายไว้

ขณะเดียวกัน พรรคร่วมรัฐบาลก็ไม่ค่อยมีการผลักดันร่างกฎหมาย ฝ่ายค้านจึงยังไม่มีโอกาสทำงานมากนัก ส่วนคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ชุดต่าง ๆ กว่าจะตั้งได้ก็ล่าช้า ฉะนั้น เรื่องนี้คงต้องให้ประชาชนเป็นคนให้คะแนน แต่บทบาทไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน จะมีความเข้มข้นชัดเจนมากยิ่งขึ้นคือในสมัยประชุมนี้ 

ส่วนที่หลายคนมองว่าเป็นฝ่ายค้านแต่ค้านไม่สุดเพราะอาจจะมีความสัมพันธ์กับพรรคเพื่อไทยอยู่นั้น ส่วนตัวชี้แจงว่า ขอให้รอพิสูจน์จากการปฏิบัติ ยืนยันว่าพรรคไม่มีลับลมคมใน ไม่มีวาระซ่อนเร้น พรรคก้าวไกลยังคงทำงานอย่างตรงไปตรงมาว่ากันด้วยเหตุผล 

 

"เพียงแต่วันนี้ในฐานะเป็นพรรคฝ่ายค้าน ไม่ได้มองว่าพรรคฝ่ายค้านจะต้องค้านทุกเรื่อง อะไรที่รัฐบาลพูด รัฐบาลเสนอ เราจะต้องแสดงความคิดเห็นตรงกันข้าม ถ้าเรื่องไหนเป็นประโยชน์ เราก็พร้อมสนับสนุน ผลักดันหรือเห็นว่าเป็นประโยชน์หรือเห็นว่าเป็นประโยชน์แต่คิดว่าดีกว่านี้ได้ ก็จะเสนอแนะ ฉะนั้น การทำงานของพรรคฝ่ายค้านเองเราอยากจะมีทั้งสองด้าน คือ ตรวจสอบสมดุลที่ต้องทำงานอย่างเต็มที่ ว่ากันไปตามเนื้อหา ไม่ต้องเกรงใจใคร" ผู้นำฝ่ายค้าน กล่าว

 

ขณะเดียวกัน แต่อีกด้านหนึ่งอยากจะเห็นบรรยากาศการทำงานในสภาที่สามารถร่วมไม้ร่วมมือ โดยไม่แบ่งปักแบ่งฝ่ายทางการเมือง อะไรที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ ก็น่าจะให้การสนับสนุนซึ่งกันและกันได้ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล ในอนาคตหวังว่าจะมีผลงานการทำงานร่วมกันของสภา โดยไม่แบ่งฝั่งแบ่งฝ่าย

ข่าวล่าสุด