ปัจจุบันมีพื้นที่ประสบอุทกภัยในภาคใต้ รวม 24 อำเภอ ใน 5 จังหวัด ได้แก่ จ.สตูล สงขลา ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ จัดกำลังพลให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่อุทกภัย พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์สถานการณ์ฝนตกหนัก แจ้งเตือนให้ประชาชนเตรียมรับสถานการณ์น้ำล้นตลิ่งและเตรียมขนของขึ้นที่สูง
ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายใต้ กอนช. จะบูรณาการการทำงานร่วมกัน เพื่อเร่งคลี่คลายอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ให้กลับคืนสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด โดยวันที่ 28 ธ.ค.นี้ ตนจะลงพื้นที่จังหวัดยะลา-ปัตตานี เพื่อติดตามสถานการณ์ และมอบถุงยังชีพให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยด้วย พร้อมฝากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมพร้อมในช่วงวันหยุดยาวด้วย เพื่อที่จะได้สามารถเข้าช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้ทัน
ขณะที่ นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ กระทรวงพลังงาน, กระทรวงการคลัง, กระทรวงอุตสาหกรรม, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, กระทรวงกลาโหม และกระทรวงมหาดไทย ได้ระดมกำลัง นำเครื่องอุปโภคบริโภคลงไปช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัย ทั้งมอบอาหาร น้ำดื่ม และของใช้จำเป็นให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) มีความห่วงใยครอบครัวพี่น้องประชาชน และกลุ่มเปราะบางที่มีเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และคนพิการ ได้สั่งการทุกหน่วยงานสังกัดในพื้นที่เข้าช่วยเหลือพี่น้องประชาชน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนโดยเร็วที่สุด รวมถึงหลังสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ทางกระทรวง พม.จะเข้าไปเยียวยา ทั้งการให้คำแนะนำ การซ่อมแซมบ้านเรือน
“ทั้งนายกรัฐมนตรี และรัฐบาล มีความเป็นห่วงประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มาก และได้ลงพื้นที่เมื่อวานนี้ เพื่อติดตามสถานการณ์ด้วยตัวเอง อีกทั้งกำชับเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องขอให้ดูแลประชาชนที่เดือดร้อนให้ดี ขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องชาวใต้ทุกคน” รองรัดเกล้าฯ กล่าว