วอนหน่วยงานให้ความชัดเจน
จากการลงพื้นที่สำรวจยังพบว่า ส่วนมากชาวประมงที่นี่ส่วนใหญ่จะทำประมงหอยแมลงภู่ วันนี้หลายเจ้าก็ไม่ได้ออกไปตัดหอย เพื่อนำไปขาย เพราะเมื่อวานไปตัดขึ้นมาแล้วเสียหายหมด
อย่างเจ้าของแพหอยรายหนึ่ง เขาเล่าให้ฟังว่า เมื่อวานตอนเกิดเหตุการณ์ เขาพึ่งจะตัดหอยจากแพขึ้นมา 300 กิโลกรัม และระหว่างเอาเรือกลับก็เกิดเหตุระเบิดและเพลิงไหม้ขึ้น คนที่รับจ้างคัดหอย รับจ้างตัดหอย ก็กระจัดกระจายหนีอพยพออกจากพื้นที้กันหมด ตัวเขาเองก็อพยพออกไปด้วย ทิ้งหอยทั้งหมดตากแดดอยู่ในเรือ สุดท้าย หอยแมลงภู่เสียหายทั้งหมด คิดเป็นมูลค่า 7,000-8,000บาท พี่เขาบอกเลยว่า หลังจากนี้ไม่รู้จะได้ไปตัดหอยมาขายอีกเมื่อไหร่ เพราะหากตัดมาก็กังวลว่าจะไม่มีคนรับซื้อ เพราะพอข่าวออกไปแล้วแม่ค้าประชาขนก็กลัวกัน จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาตรวจสอบเพื่อยืนยันให้ชัดเจนว่าสินค้าปลอดภัย
ขณะที่ คุณศรีประภา ที่ทำอาชีพประมงมา 15 ปี บอกว่า เขาต้องเสียรายได้ที่ไม่ได้ขาย วันละประมาณ 3,000-4,000บาท และเชื่อว่าทางบริษัทคงมีการบริหารจัดการนำที่ดีคงไม่ปล่อยน้ำสารเคมีออกมา แต่ก็กังวลว่าถ้าเอาหอยไปขายตอนนี้ จะขายไม่ได้ เพราะไม่มีใครกล้าซื้อ อยากจะยืนยันว่า "หอยเราปลอดภัย กินได้"
นอกจากนี้ พอเจ้าของแพหอย ไม่ไปตัดหอย เพื่อนำมาขายไม่ได้ ยังส่งผลกระทบถึงคนที่ทำอาชีพรับจ้างเคาะหอย ตัดแต่งทำความสะอาดหอย ซึ่งได้ค่าจ้างกิโลกรัมละ 3 บาท ถ้าหอยมาก พวกเขาก็จะได้เงินกันมากหน่อย แต่ถ้าหอยน้อยรายได้ก็น้อย
จากการพูดคุยกับครอบครัวที่คนที่ประกอบอาชีพรับจ้างตัดแต่งทำความสะอาดหอย ซึ่งวันนี้ครอบครัวนี่เขาก็เร่งรีบทำกัน เพราะเมื่อวาน ขาดรายได้กันไปมาก ได้กันมาคนละไม่ถึงร้อยบาท เพราะยังทำไม่เสร็จต้องวิ่งหนีอพยพกันไป เอาชีวิตรอดกันไว้ก่อน พวกเขามีความกังวลว่า จะเกิดผลตามมา ทำให้หอยขายไม่ได้ แล้วพวกเขาจะทำมาหากินอะไรกัน
ทั้งนี้ ตลอดทั้งวันชาวบ้าน ชาวประมงเขาก็จับกลุ่มพูดคุย และติดตามสถานการณ์เพลิงไหม้ด้วย เพราะถ้ามองเข้าไปในถังสารเคมีที่เกิดเพลิงไหม้ จะเห็นชัดว่ายังมีการฉีดน้ำลดอุณหภูมิเป็นระยะ ทำให้ชาวบ้านเขาก็ยังไม่ค่อยสบายใจ