ปรากฏการณ์ บ้านใหญ่แตกสาแหรกขาด
ชัยชนะจากการเลือกตั้งของพรรคก้าวไกล หักปากกาเซียนทุกด้าม ฉีกโพลดังทุกสำนัก สร้างปรากฏการณ์ บ้านใหญ่แตกสาแหรกขาด รอดเพียงไม่กี่จังหวัด บุรีรัมย์ สุพรรณบุรี พะเยา เพชรบูรณ์ และกำแพงเพชร เท่านั้น
นับเป็นเรื่องที่เกินคาด เพราะพรรคส้ม เป็นพรรคใหม่ ไม่มีบ้านใหญ่ และเสนอเรื่องที่สังคมมองว่าเป็นไปได้ยากหรือแทบจะเป็นไปไม่ได้ และตลอดระยะเวลาการหาเสียงเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทย กระแสนำมาตลอด แต่ในช่วงโค้งมรณะ ก่อนหย่อนบัตรไม่กี่สัปดาห์ กลับตกม้าตาย มาดูกันว่ามีปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้ พรรคก้าวไกล ได้เก้าอี้ สส.เหนือกว่า พรรคเพื่อไทย
ปัจจัยที่ทำให้พรรคก้าวไกลชนะใจประชาชน
1.นโยบาย รวมถึงกิมมิคในการใช้หาเสียง โดนใจประชาชน อาทิ ปฏิรูปกองทัพ, รื้อทุนผูกขาด, ปฏิรูประบบราชการ รวมไปถึงการเลือกตั้งผู้ว่าฯ ทุกจังหวัด "กาก้าวไกล ประเทศไทยไม่เหมือนเดิม", "มีลุงไม่มีเรา มีเราไม่มีลุง"
2.ไม่เอา "บ้านใหญ่" และในกาลต่อมา "บ้านใหญ่" กลายสิ่งแสลงทางการเมือง เพราะถูกมองว่า เป็นการผูกขาดทางการเมืองจากรุ่นสู่รุ่น
3.เกิดหัวคะแนนธรรมชาติ พรรคก้าวไกลสามารถสร้างฐานผู้สนับสนุนให้กลายเป็นแฟนคลับ หรือ FC ซึ่งมีจำนวนมหาศาล ได้ช่วยกันโดยใช้สื่อโซเชียล ขยายโอกาสให้พรรคก้าวไกล จนเกิดกระแส ให้คนรุ่นเก่าเอ๊ะ! แล้วกับมาพิจารณาพรรคก้าวไกลกันใหม่
4.พลังโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะ TikTok ซึ่งในช่วงสัปดาห์สุดท้ายก่อนหย่อนบัตร กระแสพรรคก้าวไกลบน TikTok กระหึ่มมาก จากสถิติของ TikTok ข้อมูลในช่วงหาเสียง พรรคก้าวไกลโพสต์ "คลิปวิดีโอกว่า 200 คลิป, ยอดเข้าชมรวมกันมากกว่า 300 ล้านวิว ภายในเวลาแค่ 3 เดือน
ยังไม่รวมช่องทางการสื่อสารผ่านสื่อโซเชียลอื่นอีกมากมาย ทั้งจากผู้สมัคร, ทีมงาน รวมถึงผู้สนับสนุน คาดว่าจะมีผู้ชมมากกว่า 4,000,000,000 วิว
พรรคเพื่อไทย ตกม้าตายตอนไหน
1.ฐานเสียงที่เคยสนับสนุนพรรคเพื่อไทย หันไปเลือกพรรคก้าวไกล เพราะความไม่ชัดเจน ในเรื่องแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่มีถึง 3 คน ลังเลที่จะบอกว่าจะร่วมกับพรรคลุงหรือไม่ สุดท้ายก็ออกมาแสดงความชัดเจนว่า ไม่เอาพรรคลุง แต่ช้าไปแล้ว
2.จังหวะสะดุด เมื่อ "อุ๊งอิ๊งค์" แพรทองธาร ชินวัตร หยุดช่วยหาเสียง เนื่องจากไปคลอดลูก ทั้งที่ก่อนหน้านั้น กระแสของพรรคเพื่อไทย นำมาเป็นอันดับที่ 1 จากกระแสอุ๊งอิ๊งค์ ในขณะที่ เศรษฐา ทวีสิน ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักของผู้สนับสนุนหรือแม้แต่คนในพรรคเอง
3.จังหวะพลาด หวังใช้ "ทักษิณ" จุดพลุช่วยในช่วงท้ายก่อนหย่อนบัตร ซึ่งนอกจากจะไม่ช่วยอะไรแล้ว ยังทำให้เสียคะแนน จากการทวีตของทักษิณว่า จะกลับบ้าน และอุ๊งอิ๊งค์ตอกย้ำในการปราศรัยเวทีสุดท้าย ถึงเรื่องทักษิณกลับบ้าน ทำให้ถูกมองว่า พรรคเพื่อไทย หวังแค่เพียงให้ทักษิณกลับบ้านเท่านั้น
นี่จึงเป็นที่มาของการ "ไถลล้ม" แทนที่จะ "แลนด์สไลด์" ของพรรคเพื่อไทย หยุดสถิติ 22 ปี พรรคอันดับ 1 ในสภาฯ