เนชั่นทีวี

การเมือง

22 ปีที่บากบั่นมา "พรรคเพื่อไทย" ต้องเสียท่าให้ "พรรคก้าวไกล" เพราะอะไร?

29 ธ.ค. 2566 | tinakit_rat

22 ปีที่บากบั่นมา "พรรคเพื่อไทย" ต้องเสียท่าให้ "พรรคก้าวไกล" เพราะอะไร?

ข้อสอบการเลือกตั้ง ในวันที่ 14 พ.ค.66 "เพื่อไทย" รู้อยู่แล้ว! "ก้าวไกล" เป็นโจทย์หิน จึงวางกลยุทธ์อย่างดี เพื่อต่อกร แต่ทว่าสุดท้าย ตกม้าตาย! หยุดสถิติพรรคอันดับ 1 ขวัญใจมหาชน ไว้เพียง 5 สมัย

พายุถล่ม! "พรรคเพื่อไทย" หลังปิดหีบเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 14 พ.ค.ที่ผ่านมา โดย "พรรคก้าวไกล" คว้าที่นั่งเก้าอี้ในสภาฯ จากสส.ทั้ง 2 ระบบ รวม 151 ที่นั่ง ขณะที่พรรคเพื่อไทย รั้งไว้ได้เพียง 141 ที่นั่ง หยุดสถิติอ "ไร้พ่ายแพ้" ในรอบ 22 ปี จากการเลือกตั้งไว้ที่ 5 ครั้ง ประกอบด้วย

การเลือกตั้งปี 2544 เริ่มใช้ระบบปาร์ตี้ลิสต์

     เป็นการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรก ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2540 ซึ่งใช้ระบบบัญชีรายชื่อ 100 คน และแบ่งเขตเลือกตั้ง 400 คน ภายใต้การกำกับดูแลและจัดการเลือกตั้งของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พรรคไทยรักไทย คว้า 248 ที่นั่ง 

การเลือกตั้งปี 2548 แลนด์สไลด์

     พรรคไทยรักไทย โดยการนำของ ทักษิณ ชินวัตร ชนะแบบแลนด์สไลด์ ได้ที่นั่งในสภาฯ 377 ที่นั่ง จากทั้งหมด 500 ที่นั่ง 

การเลือกตั้งปี 2550 รัฐธรรมนูญใหม่

     ใช้รัฐธรรมนูญ 2550 ภายหลังการรัฐประหาร ของพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ยึดอำนาจรัฐบาล ทักษิณ ชูธงนำพรรคพลังประชาชน ที่มีรากมาจากพรรคไทยรักไทย ที่ถูกยุบพรรค แต่ประชาชนก็ยังวางใจ ให้เข้าสภาฯมาเป็นอันดับหนึ่ง 233 ที่นั่ง สมัคร สุนทรเวช ได้เป็นนายกฯในสมัยนี้                                                                

การเลือกตั้งปี 2554 ปฐมบทของพรรคเพื่อไทย

     ปฐมบทของพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นพรรคที่เกิดจาก พรรคพลังประชาชน ถูกยุบพรรค ได้ที่นั่งสส. 265 ที่นั่ง เกินกึ่งหนึ่งในสภาฯ ส่ง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกฯ                                                                                                            
การเลือกตั้งปี 2562 สว.เลือกนายกฯ

     ประเดิม สว. เลือกนายกฯ เป็นการเลือกตั้งครั้งแรก หลังคสช.ก่อรัฐประหาร ในปี 2557 ภายใต้รัฐธรรมนูญ 2560 พรรคเพื่อไทย ก็ยังเป็นอันดับหนึ่ง จากจำนวน สส. 136 ที่นั่ง แต่ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ (คุ้นกันไหม) ทำให้พรรคพลังประชารัฐ ที่ได้เสียงอันดับ 2 คือ 116 ที่นั่ง เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และบทเฉพาะกาลรัฐธรรมนูญ 60 มาตรา 272 ให้ สว. ร่วมโหวตนายกฯ ด้วย โดย สว. 249 เสียง ชูมือให้  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะคสช. และแคนดิเดตนายกฯ จากพรรคพลังประชารัฐ เป็นนายกฯ

การเลือกตั้งปี 2566 จบสถิติพรรคอันดับ 1 ของประเทศ  
     ผลการเลือกตั้ง พรรคก้าวไกล (ก.ก.) คะแนนรวม สส.เขต 9.6 ล้านเสียง คะแนนรวม สส. บัญชีรายชื่อ 14.4 ล้านเสียง ได้ สส. 151 ที่นั่ง ขณะที่ พรรคเพื่อไทย (พท.) คะแนนรวม สส. เขต 9.3 ล้านเสียง คะแนนรวม สส. บัญชีรายชื่อ 10.9 ล้านเสียง ได้ สส.141 ที่นั่ง

ปรากฏการณ์ บ้านใหญ่แตกสาแหรกขาด

     ชัยชนะจากการเลือกตั้งของพรรคก้าวไกล หักปากกาเซียนทุกด้าม ฉีกโพลดังทุกสำนัก สร้างปรากฏการณ์ บ้านใหญ่แตกสาแหรกขาด รอดเพียงไม่กี่จังหวัด บุรีรัมย์ สุพรรณบุรี พะเยา เพชรบูรณ์ และกำแพงเพชร เท่านั้น

      นับเป็นเรื่องที่เกินคาด เพราะพรรคส้ม เป็นพรรคใหม่ ไม่มีบ้านใหญ่ และเสนอเรื่องที่สังคมมองว่าเป็นไปได้ยากหรือแทบจะเป็นไปไม่ได้ และตลอดระยะเวลาการหาเสียงเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทย กระแสนำมาตลอด แต่ในช่วงโค้งมรณะ ก่อนหย่อนบัตรไม่กี่สัปดาห์ กลับตกม้าตาย มาดูกันว่ามีปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้ พรรคก้าวไกล ได้เก้าอี้ สส.เหนือกว่า พรรคเพื่อไทย

ปัจจัยที่ทำให้พรรคก้าวไกลชนะใจประชาชน

     1.นโยบาย รวมถึงกิมมิคในการใช้หาเสียง โดนใจประชาชน อาทิ ปฏิรูปกองทัพ, รื้อทุนผูกขาด, ปฏิรูประบบราชการ รวมไปถึงการเลือกตั้งผู้ว่าฯ ทุกจังหวัด "กาก้าวไกล ประเทศไทยไม่เหมือนเดิม", "มีลุงไม่มีเรา มีเราไม่มีลุง"

      2.ไม่เอา "บ้านใหญ่" และในกาลต่อมา "บ้านใหญ่" กลายสิ่งแสลงทางการเมือง เพราะถูกมองว่า เป็นการผูกขาดทางการเมืองจากรุ่นสู่รุ่น

      3.เกิดหัวคะแนนธรรมชาติ พรรคก้าวไกลสามารถสร้างฐานผู้สนับสนุนให้กลายเป็นแฟนคลับ หรือ FC ซึ่งมีจำนวนมหาศาล ได้ช่วยกันโดยใช้สื่อโซเชียล ขยายโอกาสให้พรรคก้าวไกล จนเกิดกระแส ให้คนรุ่นเก่าเอ๊ะ! แล้วกับมาพิจารณาพรรคก้าวไกลกันใหม่

      4.พลังโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะ TikTok ซึ่งในช่วงสัปดาห์สุดท้ายก่อนหย่อนบัตร กระแสพรรคก้าวไกลบน TikTok กระหึ่มมาก จากสถิติของ TikTok ข้อมูลในช่วงหาเสียง พรรคก้าวไกลโพสต์ "คลิปวิดีโอกว่า 200 คลิป, ยอดเข้าชมรวมกันมากกว่า 300 ล้านวิว ภายในเวลาแค่ 3 เดือน

      ยังไม่รวมช่องทางการสื่อสารผ่านสื่อโซเชียลอื่นอีกมากมาย ทั้งจากผู้สมัคร, ทีมงาน รวมถึงผู้สนับสนุน คาดว่าจะมีผู้ชมมากกว่า 4,000,000,000 วิว

พรรคเพื่อไทย ตกม้าตายตอนไหน 

     1.ฐานเสียงที่เคยสนับสนุนพรรคเพื่อไทย หันไปเลือกพรรคก้าวไกล เพราะความไม่ชัดเจน ในเรื่องแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่มีถึง 3 คน ลังเลที่จะบอกว่าจะร่วมกับพรรคลุงหรือไม่ สุดท้ายก็ออกมาแสดงความชัดเจนว่า ไม่เอาพรรคลุง แต่ช้าไปแล้ว 

     2.จังหวะสะดุด เมื่อ "อุ๊งอิ๊งค์" แพรทองธาร ชินวัตร หยุดช่วยหาเสียง เนื่องจากไปคลอดลูก ทั้งที่ก่อนหน้านั้น กระแสของพรรคเพื่อไทย นำมาเป็นอันดับที่ 1 จากกระแสอุ๊งอิ๊งค์ ในขณะที่ เศรษฐา ทวีสิน ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักของผู้สนับสนุนหรือแม้แต่คนในพรรคเอง

     3.จังหวะพลาด หวังใช้ "ทักษิณ" จุดพลุช่วยในช่วงท้ายก่อนหย่อนบัตร ซึ่งนอกจากจะไม่ช่วยอะไรแล้ว ยังทำให้เสียคะแนน จากการทวีตของทักษิณว่า จะกลับบ้าน และอุ๊งอิ๊งค์ตอกย้ำในการปราศรัยเวทีสุดท้าย ถึงเรื่องทักษิณกลับบ้าน ทำให้ถูกมองว่า พรรคเพื่อไทย หวังแค่เพียงให้ทักษิณกลับบ้านเท่านั้น  

นี่จึงเป็นที่มาของการ "ไถลล้ม" แทนที่จะ "แลนด์สไลด์" ของพรรคเพื่อไทย หยุดสถิติ 22 ปี พรรคอันดับ 1 ในสภาฯ 

 

ข่าวล่าสุด