ขณะที่ นายชัยชนะ เดชเดโช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ภาคใต้ กล่าวถึงการประชุมกรรมาการบริหารพรรคในช่วงบ่ายวันนี้(21 ธ.ค.) ว่า รอฟังนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคว่ามีแนวทางในการมอบหมายงานให้กับกรรมการบริหารพรรคอย่างไร วันนี้ต้องแบ่งงานเป็นสองส่วนทั้งการทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้าน ว่าจะเดินหน้าทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้านอย่างไร และงานของพรรค มีแผนงานในการฟื้นฟูพรรคอย่างไร
ล่าสุดภายหลังการประชุมกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) เมื่อเวลา 16.00 น. นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า เป็นการหารือครั้งแรกก่อนที่ กกต. จะมีมติรับรอง ซึ่งเป็นการรับฟังความคิดเห็นและรับฟังความต้องการของทุกคนในเรื่องแนวทางการขับเคลื่อนพรรคไปข้างหน้า นอกจากนี้ตนก็มีเรื่องที่ต้องการแจ้งให้ กก.บห. ได้ทราบถึงแนวทางการขับเคลื่อนพรรคในช่วง 3-6 เดือนแรก
โดยสิ่งแรกที่ได้มีการพูดคุยในที่ประชุมก็คือ การประชุมใหญ่สามัญของพรรค ที่จะมีขึ้นในเดือนเมษายนของทุกปีนั้น จะต้องสร้างและทำให้ทุกคนได้เห็นภาพของการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน เช่น การที่บอกว่า ข้อบังคับพรรคนั้นล้าสมัย ไม่ได้เปิดโอกาส หรือทำให้คนรุ่นใหม่มีส่วนร่วมได้น้อย ในเรื่องนี้ตนจึงได้มอบให้ น.ต.สุธรรม ระหงษ์ รองหัวหน้าพรรค ได้เข้าไปดูแล แก้ไขข้อบังคับพรรคในทุกประเด็น เพื่อให้มีความสมบูรณ์ที่สุด และจะให้มานำเสนอในที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี สิ่งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงอันดับแรก
สำหรับเรื่องสอง จะมีการตั้งศูนย์ประชาสัมพันธ์ ข่าวสาร โซเชียลฯ เทคโนโลยี นวัตกรรม โดยมีการใช้พื้นที่ในพรรค รวมถึงเปิดช่องทางสื่อสารกับสื่อมวลชน และพื้นที่รองรับสื่อมวลชน ซึ่งจะได้ ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ (ดร.เอ้) มาเป็นผู้รับผิดชอบ
นอกจากนี้ในที่ประชุมก็มีการพูดคุยถึงแนวทางขับเคลื่อนพรรค โดยได้มอบหมายให้ นายเดชอิศม์ ขาวทอง เลขาธิการพรรค เข้าไปดูแลรับผิดชอบในเรื่องสมาชิกพรรค สำหรับในส่วนการขับเคลื่อนพรรคในแต่ละภูมิภาค ก็ได้ให้การบ้านกับรองหัวหน้าพรรค ไปจัดทำยุทธศาสตร์ แผนการขับเคลื่อนในแต่ละภาคทั้ง 5 ภาคที่พรรคกำหนดไว้
“หลังจากปีใหม่ สิ่งต่างๆ เหล่านี้จะต้องปรากฏภาพของความชัดเจนเป็นอันดับแรก ผมว่าสิ่งที่ได้ประชุมวันนี้ เป็นสิ่งที่ผมต้องการและคิดว่าเป็นสิ่งที่จะทำให้พรรคขับเคลื่อนได้ก็คือ ความมีเอกภาพของพรรค วันนี้ก็เป็นการแสดงให้เห็นชัดเจนว่า พรรคมีเอกภาพแล้ว และพร้อมขับเคลื่อนทันที วันนี้ผมจะทำงานในหลักการของประชาธิปัตย์อย่างแท้จริง จะเอาหลักการกลับคืนมาให้ทุกคนดู” นายเฉลิมชัย กล่าว และย้ำว่า
ที่ผ่านมาการขับเคลื่อนประชาธิปัตย์ไม่ได้ เพราะเราไม่มีเอกภาพ ดังนั้นตลอดระยะเวลาหลังการเลือกตั้งทำให้ทุกคนมองว่า ประชาธิปัตย์จะเป็นอย่างไร ไปทิศทางไหน ใครจะมาเป็นหัวหน้าในการนำพาประชาธิปัตย์ไป นั่นคือสิ่งที่ทำให้ไม่สามารถขับเคลื่อนได้ ก็นิ่งอยู่กับที่เหมือนกบจำศีล วันนี้ออกพรรษาแล้ว กบก็เลิกจำศีลแล้ว หลังจากนี้เป็นต้นไป คือการขับเคลื่อนพรรคประชาธิปัตย์อย่างแท้จริง
การขับเคลื่อนพรรคประชาธิปัตย์ พลังอันดับแรกคือ ความมีเอกภาพ เมื่อวันนี้เราหาเอกภาพได้แล้ว การขับเคลื่อนทุกอย่าง การดำเนินกิจกรรมของพรรค ทุกอย่างก็ขับเคลื่อนอยู่แล้ว ดังนั้นก็ขอโอกาส และขอให้พวกเราช่วยกันจับตาดู ในขณะเดียวกันหลังจากตั้งศูนย์ประชาสัมพันธ์ขึ้น ก็สามารถส่งความคิดเห็น ให้คำแนะนำมาที่ศูนย์ดังกล่าว โดยจะมีคณะกรรมการพิจารณาต่อไป
“การขับเคลื่อนของพรรคประชาธิปัตย์จากนี้ จะเป็นการขับเคลื่อนโดยการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนมากขึ้น ศูนย์ดังกล่าวจะอยู่เป็นส่วนหนึ่งของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่ง ดร.เอ้ จะต้องทำแผนงานขึ้น ผมเองก็ยังไม่ค่อยคุ้น แต่นี่คือจุดของการเปลี่ยนแปลง เริ่มต้นที่เราให้ความสำคัญกับเรื่องนี้” นายเฉลิมชัย กล่าวในที่สุด