เนชั่นทีวี

การเมือง

"พิธา" ชี้ ไม่จ้องล้มรัฐบาล ฟังแจงงบฯ 67 ก่อนตัดสินใจยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ

15 ธ.ค. 2566 | tinakit_rat

"พิธา" ชี้ ไม่จ้องล้มรัฐบาล ฟังแจงงบฯ 67 ก่อนตัดสินใจยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ

"พิธา" ยันเป็นฝ่ายค้านสร้างสรรค์ ไม่จ้องล้มรัฐบาล รอดูแจงงบฯ 67 ก่อนตัดสินใจยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ เมินประชาธิปัตย์จ่อย้ายขั้ว ด้าน "พริษฐ์" ย้ำ"ฝ่ายค้านเชิงรุก" ชวนจับตาอภิปรายงบฯ 67 ไม่ท้อร่างกฎหมายก้าวไกลถูกปัดตก

15 ธันวาคม 2566 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ประธานที่ปรึกษาพรรคก้าวไกล กล่าวถึง การยื่นญัตติอภิปรายทั่วไปว่า จะรอดูว่า หากพ.ร.บ.งบประมาณไม่มีรายละเอียด การยื่นอภิปรายไม่วางใจ ขึ้นอยู่กับผลการชี้แจงผ่าน พ.ร.บ.งบประมาณที่เข้ามาก่อน ก็จะใช้โอกาสนั้น ในการชำแหละเรื่องของงบประมาณว่า ตรงกับสิ่งที่เสนอไว้ในเรื่องวิสัยทัศน์หรือไม่ รวมถึงการชี้แจงคำถามของฝ่ายค้าน ขณะเดียวกันยังติดตามเรื่องการทุจริต การใช้งบประมาณ หากมีหลักฐานที่ชัดเจน ก็อาจจะอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ ขึ้นอยู่กับการทำงานของรัฐบาลในต้นปีหน้าน่าจะเป็นเรื่องที่ผู้นำฝ่ายค้านจะยื่นในไตรมาสที่ 1 หรือไตรมาสที่ 2 

ขณะเดียวกันนายพิธา ไม่ตอบคำถามว่า มั่นใจในพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ หลังเปลี่ยนกรรมการบริหารพรรค ว่า จะยังคงเป็นฝ่ายค้านร่วมกันว่า เรามั่นใจในตัวเรา ไม่ว่าจะอยู่ฝั่งไหน พรรคก้าวไกลก็ยังเป็นพรรคอันดับ 1 ของประเทศอยู่ดี เป็นพรรคที่มีสส.มากที่สุด มีประธานกรรมาธิการหลายคณะ ดังนั้นเราตั้งใจที่จะทำงานเพื่อประชาชน ไม่ว่าจะผ่านกรรมาธิการ ผ่านสภาผู้แทนราษฎร ก็เชื่อว่าจะเป็นฝ่ายค้านเชิงรุกและทำงานอย่างสร้างสรรค์เพื่อสร้างความสุขให้กับพี่น้องประชาชน และเรามั่นใจในตัวของเรา มั่นใจในการทำงานของเราว่า ก้าวไกลจะทำงานให้เป็นความหวังของพี่น้องประชาชนให้สมกับที่พี่น้องประชาชนให้มา

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์

ส่วนที่มองกันว่า ฝ่ายค้านมัวแต่แก้ปัญหาภายในพรรคไม่มีผลงานนั้น นายพิธา ชี้แจงว่า ในส่วนที่มีปัญหาก็ต้องแก้กันไป แต่สิ่งสำคัญ จะต้องทำงานตามที่สัญญาไว้กับประชาชน โดยเป็นฝ่ายค้านที่สร้างสรรค์ใม่ใช่จ้องแต่จะล้มรัฐบาลเพียงอย่างเดียว ทั้งนี้ยอมรับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า สส.หลายคนของพรรค เป็นสส.ส้มหล่น ซึ่งก็จะพยายามพัฒนาบุคลากรของพรรคให้มีประสิทธิภาพอย่างเต็มที่

พริษฐ์ โฆษกพรรคก้าวไกล

ด้านนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.พรรคก้าวไกล ในฐานะโฆษกพรรค ย้ำถึงภารกิจการทำหน้าที่ฝ่ายค้าน ในการตรวจสอบว่าจะเป็น "ฝ่ายค้านเชิงรุก" ที่ทำมาแล้ว 3 เดือน และขับเคลื่อนเดินหน้าต่ออนาคตฝ่ายค้าน 3 มิติ คือ

     1. การเสนอแก้ไขกฎหมายที่ยื่นเสนอไปแล้วกว่า 40 ฉบับ เชื่อว่าการประชุมสภาฯสมัยนี้จะเรียงคิววาระพิจารณา ซึ่งเป็นการต่อสู้ 2 สมรภูมิแทนการผลักดันให้แก้กฎหมายได้สำเร็จ และรณรงค์ทางความคิดต่อประชาชน ถึงหลักการและเหตุผล

     2. การผลักดันติดตามตรวจสอบนโยบายของกลไกคณะกรรมาธิการ โดยเฉพาะคณะที่ฝ่ายค้านนั่งเป็นประธาน เช่น กรรมาธิการศึกษาและติดตามจัดทำงบประมาณ ไม่เพียงร่างงบประมาณปี 2567 วงเงิน 3.48 ล้านล้านบาท แต่จะตรวจสอบการขอ งบประมาณทั้งหมดของหน่วยงาน 5.8 ล้านล้านบาทว่า การตัดสินใจอนุมัติงบประมาณสมเหตุสมผลหรือไม่ หวังได้เข้าถึงข้อมูลการของบฯตั้งแต่ต้น

     กลไกที่ 3.การใช้เวทีสภาฯตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจา กระทู้ทั่วไปตรวจสอบการทำงานของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีในนโยบายที่สำคัญ ซึ่งเป็นกลไกปกติ พร้อมชวนจับตามองวาระพิเศษฝ่ายค้าน คือ การอภิปราย ร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯปี 2567 ช่วงต้นปีเดือนมกราคม และการอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติหรือจะลงมติของฝ่ายค้านในช่วงต้นเดือนเมษายน 

"คณะกรรมาธิการการเมือง เราให้ความสำคัญ กับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยตั้งคณะอนุกรรมาธิการจัดทำข้อเสนอเกี่ยวกับการเลือกตั้ง เกี่ยวกับโมเดล ส.ส.ร.เลือกตั้ง 100 เปอร์เซ็น เพราะเชื่อว่าข้อกังวลบางฝ่ายเรื่องผู้เชี่ยวชาญหรือพื้นที่หลากหลายทางสังคม เป็นข้อกังวลที่สามารถคลี่คลายได้ โดยยึดหลักการ ส.ส.ร.มาจากการเลือกตั้ง 100 เปอร์เซ็น" นายพริษฐ์ กล่าว

ส่วนกรณีที่สภาฯตีตก ร่างข้อบังคับการประชุมสภาฯของพรรคก้าวไกลนั้น ส่งสัญญาณการเสนอกฎหมายหรือไม่ นายพริษฐ์ ยอมรับว่าคณิตศาสตร์การเมืองในสภาฯ คือความท้าทายในการเสนอกฎหมายของฝ่ายค้าน ซึ่งหากกฎหมายฉบับใดจะผ่านสภาฯไปได้ ต้องอาศัยเสียงของรัฐบาลด้วย แต่ไม่ท้อแม้วันนี้ถูกรัฐบาลปัดตก แต่หวังประชาชนที่ติดตามเห็นด้วย ในวันข้างหน้าอาจสำเร็จ

ข่าวล่าสุด