- ปี 2562 ได้รับแต่งตั้งเป็นรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และลงสมัครรับเลือกตั้งใน สส.แบบบัญชีรายชื่อลำดับที่ 27 แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง
- ปี 2565 ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ก่อนขยับขึ้นเป็นสส.บัญชีรายชื่อ แทนนายอภิชัย
- ปี 2566 สมัครรับเลือกตั้ง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ในลำดับที่ 7
ผลงานเด่น
- ได้รับหน้าที่ให้เป็นแม่ทัพภาคเหนือ ในการสู้ศึกเลือกตั้ง
มั่นใจเสียงหนุนนั่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
นราพัฒน์ แก้วทอง ให้สัมภาษณ์ว่า มีความตั้งใจเหมือนเดิมที่จะเข้ามาช่วยปรับปรุงพรรค เสียงส่วนใหญ่ยังสนับสนุนให้ลงชิงหัวหน้าพรรคเหมือนเดิม พร้อมย้ำว่า ขอคุยในรายละเอียดก่อน และคุยกับสมาชิกก่อนว่ายังจะสนับสนุนตนหรือไม่
“ประชาธิปัตย์ ไม่มีเจ้าของ เป็นพรรคของทุกคน ผมต้องการปรับปรุง ให้เข้ากับยุคสมัย และพร้อมถอย เพื่อให้คนที่เหมาะสมเข้าไปบริหาร”
ถ้าได้เป็นหัวหน้าพรรคจะทำอะไร
สิ่งแรก คือ จะเดินสายทำความเข้าใจกับสมาชิกพรรค เปิดรับฟังความคิดเห็นสมาชิกพรรคว่าอยากเห็นทิศทางพรรคเดินไปอย่างไร เดินไปในทิศทางไหน
"ยุคนี้ต้องฟังความต้องการของมวลสมาชิกพรรค เพื่อให้กรรมการบริหารพรรค ได้เข้ามาปรับและพิจารณา ไไม่ใช่ว่าผมอยากทำเรื่องต่างๆ เรียงลำดับ 1-2-3 แล้วเข้าไปทำเลย แต่ว่าต้องมาปรับ ต้องมาทำความเข้าใจ มาตกผลึกในเรื่องของปัญหาก่อนว่าปัญหาของเราคืออะไร"
ปัญหาของปชป.ตอนนี้คืออะไร
"การสื่อสาร" อันนี้เป็นปัญหาใหญ่ เพราะประชาธิปัตย์ เป็นพรรคที่เป็นประชาธิปไตย ทุกคนในพรรคจึงสามารถแสดงความคิดเห็นได้ แต่พอแสดงความคิดเห็นแล้ว ถึงจุดๆหนึ่ง มันจำเป็นต้องมีข้อยุติ หมายความว่า มติเสียงข้างมากของพรรคประชาธิปัตย์ คือข้อยุติ
เคยได้ยิน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ บอกว่า เราต้องมีเอกภาพ เราต้องเดินไปในทิศทางเดียวกัน ยุคนี้ถ้าเสียงส่วนใหญ่เห็นแบบนี้ เราก็เดินไปทางนี้ ถ้ายุคหน้า เสียงส่วนใหญ่มีการเปลี่ยนแปลง โดยเปลี่ยนแปลงไปทางไหน เราก็เดินไปในทิศทางที่เสียงส่วนใหญ่ในพรรคเป็นตัวกำหนด
โดยเชื่อว่าถ้าเป็นแบบนี้ ถ้าพวกเรามีวินัย ไม่ออกไปพูดจาข้างนอกให้พรรคเสียๆหายๆ มันจะยุติปัญหาความขัดแย้งตรงนั้น และทำให้ภาพลักษณ์ คนภายนอกจะมองเห็นว่าแต่ละประเด็นเรามีความชัดเจน ประชาธิปัตย์มีจุดยืนแบบนี้ ประชาธิปัตย์ต้องการเดินไปแบบนี้