เนชั่นทีวี

การเมือง

อนุสรณ์-ธนกร ชี้ นิรโทษกรรม ต้องไม่มีประโยชน์แอบแฝง ย้อนฟังคลิปพุทธะอิสระ

26 พ.ย. 2566 | tinakit_rat

อนุสรณ์-ธนกร ชี้ นิรโทษกรรม ต้องไม่มีประโยชน์แอบแฝง ย้อนฟังคลิปพุทธะอิสระ

"อนุสรณ์" แนะ "ชัยธวัช" ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ต้องทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ ด้าน "ธนกร" ชี้ ต้องไม่เหมารวม คดีม.112  ย้ำไม่ใช่คดีการเมือง พร้อมย้อนฟัง "พุทธะอิสระ"แนะ "ก้าวไกล" อย่างไร ชี้อนาคตเพื่อไทย!

26 พฤศจิกายน 2566 นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณี นายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวหลังเข้าพบ นายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรือพุทธะอิสระ อดีตเจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย จังหวัดนครปฐม และอดีตแนวร่วม กปปส. เพื่อหารือและสอบถามความเห็น ขอเสียงสนับสนุนกรณีที่เสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ที่ระบุว่า ถึงเวลาที่ต้องคืนความยุติธรรมให้กับทุกคน เพราะขณะนี้มีผู้ที่ได้รับผลกระทบจำนวนมากว่า

ถือเป็นสิทธิ์ที่ นายชัยธวัช จะเดินสายไปพบใคร หรือนำเสนออะไร แม้ดูในคลิปเหมือนไปรับฟังโอวาทจากพุทธะอิสระมากกว่า นายชัยธวัช ต้องไม่เคร่งครัด​กับคนอื่น แต่ย่อหย่อนกับตัวเอง ประชาชนตั้งคำถามว่า ถ้าไม่โดนเข้ากับพวกพ้องของตัวเอง จะลุกขึ้นมาเสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมรอบนี้หรือไม่ การคืนความยุติธรรมต้องทำอย่างเสมอภาคเท่าเทียมไม่เลือกปฏิบัติ และต้องไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้งรอบใหม่หรือทำตัวเป็นคู่ขัดแย้งเสียเอง

ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมคดีทางการเมือง จะได้รับการยอมรับมากขึ้น หากมีวัตถุประสงค์ให้เป็นจุดเริ่มต้น ที่จะทำให้เกิดกระบวนการปรองดองสมานฉันท์ทางการเมือง จะต้องเป็นการดำเนินการเพื่อคนทุกฝ่าย ทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม ไม่มีผลประโยชน์แอบแฝง หวังช่วยหรือใช้ประโยชน์เฉพาะเครือข่ายพวกพ้องหรือกลุ่มของตัวเอง ควรทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ

“เกือบ 20ปี ที่ความขัดแย้งทางการเมืองทำเศรษฐกิจเสียหายกว่า 2 ล้านล้าน การสร้างความปรองดองสมานฉันท์เป็นสิ่งที่ทุกรัฐบาลต้องการผลักดันให้เกิดขึ้น และรัฐบาลเศรษฐาก็ได้ดำเนินการผลักดันหลายเรื่อง เพื่อคืนความเป็นธรรมและก้าวข้ามความขัดแย้ง” นายอนุสรณ์ กล่าว

ด้าน นายธนกร วังบุญคงชนะ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี นายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล เดินสายไปพบและรับฟังความเห็น ฝ่ายต่างๆ ทั้งคนเสื้อแดง กลุ่มพันธมิตรฯ กปปส. ว่า ถือเป็นเรื่องที่ดีที่นายชัยธวัช ไปรับฟังทุกฝ่าย ก่อนพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ระหว่างรอเปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งจะทำให้แต่ละฝ่ายเข้าใจเนื้อหาเกี่ยวกับร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมคดีทางการเมืองดีมากขึ้น

“หากมีวัตถุประสงต์หวังให้เป็นจุดเริ่มต้น ทำให้เกิดกระบวนการปรองดองทางการเมือง จะต้องเป็นการดำเนินการเพื่อคนทุกฝ่าย ทุกกลุ่ม ไม่ใช่มีผลประโยชน์เฉพาะกลุ่มตัวเองแอบแฝง ควรทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ”

เมื่อถามว่า แต่ดูเหมือนร่างกฎหมายนิรโทษกรรมของพรรคก้าวไกล จะมุ่งปลดล็อกคดีมาตรา 112 นายธนกร กล่าวว่า กฎหมายดังกล่าว หากจะสร้างความปรองดอง แก่ทุกฝ่ายทางการเมืองที่เห็นต่างถือว่ายอมรับได้ แต่ต้องไม่ใช่ความผิดจากการกระทำที่ความรุนแรง และต้องไม่ละเมิดกฎหมายความมั่นคงแห่งรัฐ โดยเฉพาะประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ที่มีไว้เพื่อปกป้องประมุขแห่งรัฐ สถาบันพระมหากษัตริย์ผู้ใดจะล่วงละเมิดมิได้  ซึ่งไม่ใช่เรื่องการเมือง  ตนไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง หากจะมีการนิรโทษความผิดในมาตรา112

หากพรรคก้าวไกลจะผลักดันกฎหมายนิรโทษกรรม เพื่อช่วยกลุ่มผู้สนับสนุนให้พ้นความผิดในมาตรา112 นั้น ผมขอคัดค้าน เพราะเป็นการเหยียบย่ำจิตใจคนไทยทั้งชาติ ที่รัก เทิดทูนสถาบันฯ การเดินสายรับฟังความเห็นคนทุกสีเสื้อ ทุกกลุ่มของก้าวไกล จะนำมาอ้างว่าทุกฝ่ายเห็นด้วยคงไม่ใช่ ผมเชื่อว่า สภาฯก็จะไม่เห็นด้วย จึงขอให้พรรคก้าวไกลพูดให้ชัดในเรื่องนี้ หากรวมคดีมาตรา112 ด้วย ผมรับไม่ได้และขอคัดค้านแน่นอน” นายธนกร กล่าว

ทั้งนี้ นายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ได้เดินทางไปพูดคุยกับนายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรือ พุทธะอิสระ แกนนำ กปปส. เพื่อขอเสียงสนับสนุนร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ของพรรคก้าวไกล ที่อยู่ในขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นประชาชน ว่า เนื่องจากพรรคก้าวไกลได้เสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ในระหว่างที่รอกระบวนการของสภาฯ เราก็พยายามที่จะพูดคุยกับทุกฝ่ายที่มีความเกี่ยวข้อง เพื่อที่จะทำความเข้าใจในเนื้อหาที่อยากจะเห็นการนิรโทษกรรมคดีทางการเมืองของทุกฝ่าย หวังว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นทำให้เกิดกระบวนการปรองดอง และเป็นการทำความเข้าใจทางการเมือง ทั้งฝ่ายที่เคยขัดแย้งกัน ในรอบ 18 ปีที่ผ่านมา

ตนก็ไม่ได้คุยกับพุทธะอิสระเท่านั้น แต่พยายามพูดคุยกับฝั่งเสื้อแดง ฝั่งที่เคยเป็นกลุ่ม กปปส. พันธมิตร และแม้กระทั่งนักกฎหมาย นักวิชาการ รวมถึงคนที่เคยเสนอประเด็นนิรโทษกรรมในอดีต ดังนั้นเราพยายามพูดคุยกับทุกฝ่าย เพราะหวังว่า กระบวนการนิรโทษกรรมทางการเมืองจะเกิดขึ้น และในอนาคตก็อยากพูดคุยกับฝ่ายความมั่นคง และพรรคการเมืองต่างๆ

เพราะเราเชื่อว่า ไม่ว่าจะอยู่สังกัดไหน ฝ่ายไหน ทุกคนก็เข้าร่วมการเคลื่อนไหวทางการเมือง ตนคิดว่ามันได้เวลาแล้ว ที่จะหันหน้ามาปรองดองกัน และใช้กระบวนการทางประชาธิปไตย ในการหาข้อยุติความขัดแย้ง และความเห็นที่แตกต่างกัน อย่างไรก็ตาม ตอนนี้มีผู้ได้รับผลกระทบจากคดีทางการเมืองหลายร้อยคน 

“มองว่าได้เวลาแล้วที่จะคืนความยุติธรรมให้กับทุกคน ไม่ใช่คนใดคนหนึ่งเท่านั้น ที่เป็นนักโทษการเมือง หรือมีคดีสืบเนื่องจากการเมือง แล้วได้รับความเป็นธรรมอยู่คนเดียว” นายชัยธวัช กล่าว

ทั้งนี้ เพจหลวงปู่พุทธะอิสระ ซึ่งเผยแพร่คลิปการสนทนา ที่มีขึ้นอย่างเปิดเผยในศาลาปฎิบัติธรรม วัดอ้อน้อย (ธรรมะอิสระ) จ.นครปฐม เมื่อวันที่ 16 พ.ย.66 โดยพุทธะอิสระ รับฟังและขอพรรคก้าวไกล 2 เรื่อง อย่าแตะสถาบันฯ กับความมั่นคง ถ้าพรรคก้าวไกลทำได้จะก้าวไปข้างหน้าได้อย่างสง่างาม ที่พูดเพราะหวังดี อยากให้พรรคก้าวไกลเติบโตแบบมีราก ไม่ใช่ไม่มีราก หวังว่าพรรคก้าวไกลจะเอาตัวรอดได้ เพราะเขารวมหัวหวังจะคว่ำคุณ

“ที่ผ่านมา นายชัยธวัชก็ควรรู้ ควรได้คำตอบแล้ว ว่าอะไรควรทำและอะไรไม่ควรทำ การยืนหยัดในสิ่งที่ไม่ควรทำ จึงทำให้มีวันนี้ แทนที่จะได้เป็นรัฐบาลก็ไม่ได้เป็น ไม่มีโอกาสเปลี่ยน” พุทธะอิสระกล่าว

นอกจากนี้ยังกล่าวกับนายชัยธวัชด้วยว่า ในเวลานี้อาจมองว่าพรรคเพื่อไทยไปรอด แต่พรรคเพื่อไทยเป็นสงครามครั้งสุดท้าย ถ้าเขาก้าวพลาดก็ตายหมด พรรคก้าวไกลอย่าไปพลาดตามเขา อย่าไปแตะในสิ่งต้องห้าม 2 สิ่ง คือสถาบันฯกับความมั่นคง

ย้อนฟังพุทธะอิสระ

ขอบคุณข้อมูลและภาพจากเพจ หลวงปู่พุทธะอิสระ (Buddha Isara) 

ข่าวล่าสุด