เนชั่นทีวี

การเมือง

ไปต่อหรือพอแค่นี้ ? "ดร.สามารถ" อึ้ง 30 วัน 20 บาทตลอดสาย ขาดทุนวันละ 7.4 ล้าน!

23 พ.ย. 2566 | tinakit_rat

ไปต่อหรือพอแค่นี้ ? "ดร.สามารถ" อึ้ง 30 วัน 20 บาทตลอดสาย ขาดทุนวันละ 7.4 ล้าน!

"ดร.สามารถ" ถาม ไปต่อหรือพอแค่นี้ ? อึ้ง 30 วัน 20 บาทตลอดสาย ขาดทุนวันละ 7.4 ล้าน ! แนะ "สุริยะ" ลงพื้นที่แก้ไขปัญหา กระตุ้นยอดผู้โดยสาร ระบุ เป็นโอกาสดีรถไฟฟ้าสายสีชมพูเปิดเดินรถแล้ว ด้าน "กรมราง" กางโมเดลกำหนดอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าใหม่

23 พฤศจิกายน 2566 หลังจาก “รัฐบาลเศรษฐา” โดยกระทรวงคมนาคม ได้ประกาศเก็บค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีแดงและสีม่วง 20 บาทตลอดสาย โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 16 ต.ค.ที่ผ่านมา  

ล่าสุด ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ รักษาการรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊ก ระบุว่า  “ไปต่อหรือพอแค่นี้ ? อึ้ง 30 วัน 20 บาทตลอดสาย ขาดทุนวันละ 7.4 ล้าน !” น่าแปลกใจที่ รมว. คมนาคม ไม่แถลงข่าวการใช้นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย สำหรับรถไฟฟ้าสายสีแดงและสายสีม่วงหลังจากที่ใช้ครบ 30 วัน หรือ 1 เดือนแล้ว ซึ่งพอจะประเมินได้แล้วว่าผลที่ได้เป็นที่น่าพอใจหรือไม่ ? ต่างกับวันเปิดใช้นโยบายนี้ในวันแรกเมื่อวันที่ 16 ต.ค. 2566 ที่ รมว. คมนาคมแถลงข่าวใหญ่โตด้วยการชูธนบัตร 20 บาท พร้อมยิ้มกว้างต่อหน้านักข่าวมากมาย

     1. ประเมินนโยบาย 20 บาทตลอดสาย ในช่วง 30 วัน

เป็นการเปรียบเทียบผลก่อนใช้นโยบายนี้ 30 วัน ในช่วงระหว่างวันที่ 16 ก.ย. 2566 ถึงวันที่ 15 ต.ค. 2566 กับหลังใช้นโยบายนี้ 30 วัน ในช่วงระหว่างวันที่ 16 ต.ค 2566 ถึงวันที่ 14 พ.ย. 2566 โดยไม่รวมวันหยุดนักขัตฤกษ์

     2. รายได้ลดลงวันละ 5 แสน ขาดทุนวันละ 7.4 ล้านบาท

หลังใช้นโยบาย 20 บาทตลอดสาย เป็นเวลา 30 วัน พบว่ารถไฟฟ้า 2 สายนี้ มีรายได้เฉลี่ยวันละ 1.3 ล้านบาท ประกอบด้วย รายได้สายสีแดง 5 แสนบาท สายสีม่วง 8 แสนบาท ลดลงจากเดิมวันละ 5 แสนบาท คิดเป็น 28% ในขณะที่มีรายจ่ายค่าจ้างเดินรถทั้ง 2 สาย เฉลี่ยวันละ 8.7 ล้านบาท ทำให้ขาดทุนวันละ 7.4 ล้านบาท

ในส่วนของปริมาณผู้โดยสาร พบว่ารถไฟฟ้า 2 สายนี้ มีผู้โดยสารเฉลี่ยวันละ 91,450 เที่ยว หากผู้โดยสารเดินทางวันละ 2 เที่ยว/คน ก็จะคิดเป็นจำนวนคนได้วันละ 45,725 คน ประกอบด้วยผู้โดยสารรถไฟฟ้าสายสีแดง 13,064 คน สายสีม่วง 32,661 คน เพิ่มขึ้นจากเดิมวันละ 10,893 เที่ยว หรือวันละ 5,446 คน คิดเป็น 13%

     3. ไปต่อหรือพอแค่นี้ ?

เป็นหน้าที่ของ รมว. คมนาคม ที่จะต้องพิจารณาว่า รายได้ที่ลดลงคุ้มกับปริมาณผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นหรือไม่ ? และที่สำคัญ จะต้องหาทางทำให้มีผู้โดยสารเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญให้ได้

ผมขอแนะนำให้ รมว. คมนาคม แอบลงพื้นที่ไปสังเกตการณ์การใช้รถไฟฟ้าสายสีแดง และสายสีม่วงตามสถานีต่างๆ โดยไม่ต้องเชิญนักข่าวไปด้วย จะได้ข้อเท็จจริงว่าเหตุใดผู้โดยสารจึงเพิ่มขึ้นไม่มากตามที่ตั้งเป้าไว้ แล้วหาทางแก้ไขเพื่อทำให้มีผู้โดยสารเพิ่มขึ้นอย่างมากให้ได้ ซึ่งจะช่วยลดการขาดทุนลงได้

ช่วงนี้เป็นโอกาสดีที่จะทำให้มีผู้โดยสารเพิ่มขึ้นได้ เนื่องจากมีการเปิดใช้รถไฟฟ้าสายสีชมพู ซึ่งมีสถานีเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีแดงและสายสีม่วง ทำให้ผู้โดยสารรถไฟฟ้าสายสีชมพูเปลี่ยนมาใช้รถไฟฟ้าสายสีแดงและสายสีม่วงได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว ส่งผลให้รถไฟฟ้าสายสีแดงและสายสีม่วงมีผู้โดยสารเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม รมว. คมนาคม จะต้องเร่งใช้นโยบาย 20 บาทตลอดสาย สำหรับรถไฟฟ้าทุกสายทุกสี โดยจ่าย 20 บาทครั้งเดียว ใช้สายไหน สีไหนก็ได้ ไม่เฉพาะแต่รถไฟฟ้าสายสีแดงและสายสีม่วงเท่านั้น ตามที่ได้หาเสียงไว้

อย่างไรก็ตามวันนี้(23 พ.ย.) นายอธิภู จิตรานุเคราะห์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางราง เปิดเผยถึง การประชุมสัมมนารับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 2 โครงการศึกษากำหนดอัตราค่าโดยสารขั้นสูง ค่าแรกเข้าและหลักเกณฑ์ขึ้นอัตราค่าโดยสารขนส่งมวลชนระบบรางว่า การสัมมนาครั้งนี้ เพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ นำไปสู่การหาข้อสรุปรูปแบบการกำหนดอัตราค่าโดยสาร ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เมืองภูมิภาค และการเดินทางระหว่างจังหวัด

เบื้องต้นจากการวิเคราะห์การปรับค่าแรกเข้าและอัตราค่าโดยสาร พบว่า รูปแบบที่เหมาะสมในการกำหนดอัตราค่าโดยสารควรให้ภาครัฐลงทุนและให้เอกชนรับจ้างเดินรถ ในลักษณะเดียวกันกับรถไฟฟ้าสายสีม่วง เพราะภาครัฐสามารถกำหนดค่าโดยสารได้ ทำให้คุมราคาค่าโดยสารที่เหมาะสม และไม่เป็นภาระต่อค่าครองชีพของประชาชน

ขณะที่อัตราค่าโดยสารที่เหมาะสม สำหรับรถไฟฟ้าในเมือง ผลการศึกษาพบว่า ค่าแรกเข้าอยู่ที่ 14 บาท โดยคิดอัตราค่าโดยสาร 2 บาทต่อกิโลเมตร ส่วนรถไฟความเร็วสูง ค่าแรกเข้าจะอยู่ที่ 95 บาท และอัตราค่าโดยสารอยู่ที่ 1.73 บาทต่อกิโลเมตร

นอกจากนี้ การศึกษาแนวทางกำหนดอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้า ยังมีแนวคิด ทำหลักเกณฑ์กำหนดอัตราค่าโดยสารแบ่งตามพื้นที่ (Zone fare) โดยโซนแรกจะคิดอัตราค่าโดยสาร 20 บาท เช่น โซนของสายสีน้ำเงินในปัจจุบันที่มีคนเดินทาง 70% ของคนกรุงเทพฯ ส่วนโซนที่ 2 ซึ่งมีพื้นที่ห่างออกไปจะคิดอัตราค่าโดยสารเพิ่มขึ้นเป็นขั้นบันไดในอัตรา 25 บาท และโซนที่ 3 คิด 30 บาท เป็นต้น

ทั้งนี้ ยอมรับว่าปัจจุบันยังไม่มีพระราชบัญญัติขนส่งทางรางพ.ศ…. เนื่องจากยังอยู่ในขั้นตอนเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) จึงทำให้หลักเกณฑ์กำหนดราคาค่าโดยสาร ยังไม่สามารถดำเนินการได้ทันที แต่กรมฯ คาดว่าจะสามารถรวบรวมผลการศึกษา และการสอบถามความเห็นของประชาชน รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดนี้ จัดทำเป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเสนอรัฐบาลพิจารณาภายในเดือน ก.พ.2567 เพื่อเตรียมความพร้อมหากพระราชบัญญัติขนส่งทางราง พ.ศ…. ประกาศใช้ รวมทั้งจะเป็นข้อมูลเบื้องต้นให้เอกชนผู้รับสัมปทานรถไฟฟ้าได้ศึกษา

ข่าวล่าสุด