เนชั่นทีวี

การเมือง

"นพ.ชลน่าน" เผยเดินหน้ายุทธศาสตร์ "Medical Hub" ในงาน Health & Wealth Expo

09 พ.ย. 2566 | tinakit_rat

"นพ.ชลน่าน" เผยเดินหน้ายุทธศาสตร์  "Medical Hub" ในงาน Health & Wealth Expo

"นพ.ชลน่าน" เผยในงาน Health & Wealth Expo 2023 ระบุ การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ "Medical Hub" พ.ศ. 2560 - 2569 โดยนโยบายเศรษฐกิจสุขภาพ

9 พฤศจิกายน 2566 เวลา 11.30 น.นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นปรัธานพิธีเปิดงาน Health & Wealth Expo 2023 และปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “ยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศไทย ให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ” (Road Map to Thailand Medical Hub) จัดโดย บริษัท เนชั่น กรุ๊ป (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ณ ฮอลล์ 5-6 ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

โดยมีคณะบริหารเนชั่น กรุ๊ป ให้การต้อนรับ ประกอบด้วย นายฉาย บุนนาค ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เนชั่น กรุ๊ป, นายมารุต อรรถไกวัลวที ประธานกรรมการบริษัท และที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหาร บริษัท เนชั่น กรุ๊ป, นายสมชาย มีเสน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เนชั่น ทีวี จำกัด และรองประธานกรรมการบริหาร บริษัท เนชั่น กรุ๊ป (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) และมีบริษัทชั้นนำด้านสุขภาพ การเงิน ที่อยู่อาศัย และนวัตกรรมต่างๆ ร่วมงาน

นายสมชาย กล่าวถึงวัตถุประสงค์การจัดงานว่า งานนี้เป็นครั้งแรกของเครือเนชั่นกรุ๊ป ซึ่งจัดขึ้นด้วยวัตถุประสงค์เพื่อแสดงสินค้าและบริการของนวัตกรรมใหม่ๆ เพราะเนชั่นกรุ๊ป เห็นถึงเทรนด์ของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป ในการห่วงสุขภาพกายและใจ และการจัดงานครั้งนี้ใช้ชื่อธีมว่า เดอะเจอนี่ออฟไลฟ์ เพื่อเน้นสุขภาพกายและสุขภาพใจที่ดี มีที่อยู่อาศัยที่ดี มีการเงินที่ดี และมีชีวิตใหม่ ในการร่วมกันกอบกู้โลก ในการเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้า และตอบสนองชีวิตคนยุคใหม่ 

ดังนั้นจึงมองว่า ต้องร่วมกันสร้างชีวิตที่ดี ไปถึงเพื่อนคนไทยทุกคน เพื่อให้มีชีวิตที่ดี สุขภาพที่ดี จะได้มีชีวิตที่ยืนยาว และลดภาระของรัฐบาล โดยเฉพาะกระทรวงสาธารณสุข ในการลดเงินอุดหนุน และจะส่งผลให้มีแรงขับเคลื่อนที่ดีในการใช้ชีวิตในครอบครัวและงานที่ทำ

ขณะที่ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า วัตถุประสงค์ของงานนี้ เป็นวัตถุประสงค์ที่สอดรับสอดคล้องกับยุคสมัย และกระทรวงสาธารณสุข เพื่อทำหน้าที่ดูแลประชาชน โดยเฉพาะคุณภาพชีวิต และมองว่า คุณภาพชีวิตที่ดี สิ่งสำคัญคือสุขภาพกาย สุขภาพใจหรือสุขภาพจิต และสุขภาพทางสติปัญญา หรือจิตวิญญาน จะทำให้รู้เท่าทันและรอบรู้ รวมถึงสุขภาพสังคม ซึ่งงานวันนี้  Health & Wealth Expro 2023 ในการแสดงสินค้าสุขภาพและความมั่นคง สุขภาพสร้างความมั่งคั่งและความมั่งคั่งสร้างสุขภาพที่ดีได้ และมั่นใจว่างาน วันนี้จะบรรลุวัตถุประสงค์ 

ดังนั้นสุขภาพสังคมจะตอบ เวล บีอิ้ง มิติทางการเมือง พวกเราเป็นบ้าเพราะการเมืองมาก หลายคนบ้าเพราะการเมือง หลายคนถูกการเมืองทำให้บ้า และมิติทางด้านเศรษฐกิจงานวันนี้ก็จะมาแก้ปัญหาให้ รวมถึงมิติสังคม สิ่งแสดล้อม เทคโนโลยี ที่เข้ามาเป็นตัวกำหนดมิติสุขภาพของเรา ซึ่งเราให้ความสำคัญระดับโลก 

โดย นพ.ชลน่าน กล่าวเปิดงานว่า เรียนท่านผู้มีเกียรติทุกท่านและพี่น้องสื่อมวลชน ตนมีความยินดีและรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ได้มาเป็นประธานพิธีเปิดงาน Health & Wealth Expo 2023 และปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “ยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศไทย ให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ” (Road Map toThailand Medical Hub) ในวันนี้(9 พ.ย.) โดยประเด็นที่ผมจะกล่าวถึงแบ่งออกเป็น 5 หัวข้อ ดังนี้

 1. นโยบาย Medical Hub ของประเทศไทย

ระบบสาธารณสุขของประเทศไทยมีศักยภาพ และได้รับการยอมรับจากในระดับนานาชาติ โดยมี Medical Index อันดับที่ 17 ของโลก มี Medical Tourism Industry อยู่ในอันดับที่ 5 ของโลก มีเมืองที่ติดอันดับจุดมุ่งหมายของนักท่องเที่ยวจำนวนมาก เช่น กรุงเทพ ภูเก็ต และพัทยา มีจุดแข็งหลายประการ เช่น มีสถานพยาบาลที่มีชื่อเสียง มีบุคลากรทางการแพทย์ทางการแพทย์ที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญ อัตราค่ารักษาพยาบาลอยู่ในระดับที่เหมาะสม และที่สำคัญคนไทยมี Service m ind สูง ทั้งนี้ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการเป็น Medical Hub กระทรวงสาธารณสุข ได้กำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพ นานาชาติ พ.ศ. 2560 - 2569 ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 ผลผลิตหลัก ได้แก่

     1) ศูนย์กลางบริการเพื่อส่งเสริมสุขภาพ (Wellness Hub)

     2) ศูนย์กลางบริการรักษาพยาบาล (Medical Service Hub)

     3) ศูนย์กลางบริการวิชาการ (Academic Hub)

     4) ศูนย์กลางยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ (Product Hub) ซึ่งยุทธศาสตร์ดังกล่าว ผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีแล้วเมื่อปี 2559     

      2. นโยบายด้านเศรษฐกิจสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุขในปี 2567

กระทรวงสาธารณสุขมีนโยบาย MOPH Plus ยกระดับนโยบาย 30 บาท รักษาทุกโรค โดยกำหนดนโยบายมุ่งเน้น 13 เรื่องเพื่อแก้ไขปัญหา วางรากฐาน และสร้างเศรษฐกิจ โดยนโยบายในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเป็น Medical Hub คือ นโยบายเศรษฐกิจสุขภาพ โดยจะสร้างต้นแบบพื้นที่อายุยืน (Blue Zone) ให้เป็น “หนึ่งเขตสุขภาพหนึ่งพื้นที่อายุยืน” ทุกจังหวัด พัฒนา Wellness center 500 แห่ง เป็นต้น รวมถึงมีนโยบายนักท่องเที่ยวปลอดภัย สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวโดยกำหนด Safety Tourist ทุกเขตสุขภาพ ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาแนวโน้มรายได้ รายได้จากค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยชาวต่างชาติในช่วง 15 ปีที่ผ่านมาพบว่า มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีการปรับตัวลดลงในช่วงการแพร่ระบาด ของโรคโควิด นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีนโยบายอำนวยความสะดวกด้านวีซ่า ทั้งในส่วน Medical Tourism และ Wellness Tourism

     3. สถานการณ์สถานพยาบาล และสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ

ปัจจุบันมีโรงพยาบาลที่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืนรวม 421 แห่ง ส่วนใหญ่เป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ ที่มีเตียงรองรับผู้ป่วยมากกว่า 90 เตียง มีสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ รวม 20,163 แห่ง ประมาณร้อยละ 50 เป็นสถานประกอบการนวดเพื่อสุขภาพ มีการขึ้นทะเบียนผู้ให้บริการกิจการ สปา นวด และดูแลผู้สูงอายุ มากกว่า 2 แสนราย

    4. รางวัลคุณภาพสถานประกอบการด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับชาติ (Thailand Wellness Awards: TiWA)

กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดเกณฑ์รางวัลคุณภาพสถานประกอบการ ด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับชาติ (Thailand Wellness Awards:TiWA) เพื่อยกระดับสถานประกอบการเพื่อสุขภาพให้มีศักยภาพในการแข่งขันระดับสากล และส่งเสริมอุตสาหกรรมด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของประเทศไทย โดยมี 7 ประเภทรางวัล ตามประเภทของสถานประกอบการ เช่น สถานพยาบาลเวลเนส สถานประกอบการนวดเพื่อสุขภาพ ร้านอาหารเวลเนส และโฮมสเตย์เวลเนส เป็นต้น

     5. การจัดงาน Expo 2025 Osaka Kansai

ส่วนสุดท้ายที่ตนขอนำมาเล่าให้ทุกท่านได้รับทราบ คือ การจัดงาน Expo 2025 Osaka Kansai ณ นครโอซากา ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งคณะรัฐมนตรี มอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุขเป็นหน่วยงานหลัก โดยกำหนด Theme งานภายใต้แนวคิดการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อสุขภาพและการแพทย์ เพื่อเป้าหมายชีวิตที่มีความสุขและสุขภาพดี คาดว่าจะมีผู้เยี่ยมชมงานกว่า 28 ล้านคน งานนี้จึงเป็นโอกาสอันดีของไทย ที่จะได้ประชาสัมพันธ์และแสดงให้เห็นถึงศักยภาพทางการแพทย์ ซึ่งจะช่วยผลักดันให้ไทยเป็น Medical Hub ต่อไป

บางท่านอาจมีข้อกังวลว่า นโยบายการพัฒนาประเทศไทยให้เป็น ศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ จะส่งผลกระทบต่อการบริการสุขภาพของพี่น้องประชาชนในประเทศ ตนขอยืนยันว่า กระทรวงสาธารณสุขให้ความสำคัญกับการเข้าถึงบริการได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรมของพี่น้องประชาชน สามารถใช้บัตรประชาชนใบเดียวรักษาได้ทุกที่ มีการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ยกระดับ คุณภาพบริการ ส่วนการหารายได้จะเป็นส่วนของสถานพยาบาลที่มีศักยภาพ เม็ดเงินที่เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ จะช่วยยกระดับการบริการพี่น้องประชาชนให้ดียิ่งขึ้น

การจะพัฒนาให้ไทยเป็น Medical Hub ได้ ต้องอาศัยความร่วมมือ จากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ในการร่วมแรง ร่วมใจ และช่วยกันผลักดันให้เกิดขึ้น สุดท้ายนี้ ผมขอขอบคุณทุกท่าน ที่มีส่วนในการจัดงานที่มีประโยชน์ ในครั้งนี้ และขอให้การดำเนินงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย บรรลุผลสำเร็จ ตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ทุกประการ ขณะนี้ ได้เวลาอันสมควรแล้ว ตนขอเปิดงาน Health & Wealth Expo 2023 ณ บัดนี้ ขอบคุณครับ

ข่าวล่าสุด