ส่วนกรณีของเคส จ.ชัยภูมิ นั้น อาจจะแตกต่างออกไปแต่กรณีของผู้แทนราษฎร มีข้อกล่าวหาเข้าข่ายคุกคามทางเพศและเรื่องละเมิดทางเพศ ข้อเท็จจริงต่างๆมีรายละเอียดค่อนข้างเยอะ แต่ยืนยันว่า พรรคมีมาตรฐานในการกำหนดบทลงโทษที่ชัดเจน ยืนยันไม่ได้มีวัฒนธรรมที่จะปกปิดความผิดใดๆ และตลอดเวลาที่ผ่านมา พรรคค่อนข้างระมัดระวังกับเรื่องนี้ เพราะถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างมาก การจะลงโทษใครคนใดคนหนึ่งโดยที่ไม่มีข้อมูลข้อเท็จจริง ก็เป็นเรื่องน่ากังวลอย่างมาก และเหมือนเป็นอนาคตของเขา รวมถึงเป็นเรื่องของความรับผิดชอบและหน้าที่ของเขาด้วยในการเป็นผู้แทนราษฎร
น.ส.เบญจา กล่าวด้วยว่าในกรณีเดียวกันในส่วนของผู้ร้อง พรรคต้องระมัดระวัง ที่จะนำไปสู่การคุกคามทางเพศ และรอบคอบอย่างมากที่จะตัดสินลงโทษทางวินัย แล้วต้องมีท่าทีที่จะปกป้องผู้ร้องด้วย ซึ่งที่ผ่านมาก็มีมาตรการ ในการปกป้องข้อมูลต่างๆ คุ้มครองดูแล และทุกครั้งที่ผู้ร้องมาให้ข้อมูลและข้อเท็จจริง พรรคค่อนข้างห่วงใยมากๆ และเป็นไปตามที่ผู้ร้องร้องขอทั้งสิ้น
"เราให้ความจริงจังกับเรื่องนี้อย่างมาก และจำนวน สส.ไม่ได้พิสูจน์ว่า เราจะต้องยืนหยัดกับเรื่องนี้ ให้คุณค่าหลักกับเรื่องนี้อย่างไร เมื่อที่ประชุมของกรรมการบริหารและที่ประชุมของผู้แทนราษฎร และที่ประชุมสส.มีความเห็นร่วมกันและมีมติเดียวกัน ว่าเห็นสมควรให้ลงโทษวินัยร้ายแรงโดยการขับออกจากการเป็นสมาชิกพรรค เราก็น้อมรับ" น.ส.เบญจา กล่าว
ขณะเดียวกัน ย้ำว่าให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างจริงจังและย้ำว่าไม่มีวัฒนธรรมปกปิดผู้กระทำความผิดอย่างแน่นอน เมื่อให้ความสำคัญแล้ว ก็อยากเห็นสังคมและการเมืองของไทยยกระดับความสำคัญกับเรื่องนี้ด้วย และต้องบอกว่าถ้าอยากจะเห็นสังคมแบบไหน ก็ต้องพยายามสร้างพรรคการเมืองแบบนั้น ดังนั้น เป้าหมายของก้าวไกล อยากเห็นทุกพรรคการเมือง และทุกพื้นที่ในสังคม เป็นพื้นที่ปลอดภัยกับทุกคนอย่างแท้จริง และยืนยันว่าจะระมัดระวังไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้