เนชั่นทีวี

การเมือง

มั่นใจประชามติลุล่วงแต่จะสำเร็จไปถึงแก้รธน.ได้หรือไม่ขึ้นกับดำเนินการ

30 ต.ค. 2566 | chairat_pat

มั่นใจประชามติลุล่วงแต่จะสำเร็จไปถึงแก้รธน.ได้หรือไม่ขึ้นกับดำเนินการ

"เสรี สุวรรณภานนท์" มั่นใจการทำประชามติลุล่วงแน่นอน ชี้สำเร็จหรือไม่อยู่ที่ดำเนินการ ด้าน "นิกร จำนง" แจงเตรียมเดินสายฟังความคิดเห็นกลุ่มต่างๆ  เผย 2 พ.ย. พบ กมธ.พัฒนาการเมืองสภาฯ ขณะที่ 14 พ.ย. หารือ "ก้าวไกล" คาดธ.ค.สรุปทั้งหมดเสนอรัฐบาล

30 ตุลาคม 2566 "นายเสรี สุวรรณภานนท์" สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะประธานคณะกรรมาธิ(กมธ.) การพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา ร่วมกับคณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน เกี่ยวกับแนวทางในการทำประชามติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ที่มี "นายนิกร จำนง" เป็นประธานอนุกรรมการ โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมทั้ง 2 ฝ่ายอย่างพร้อมเพรียง


โดยนายเสรี กล่าวระหว่างการประชุมว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องมีการทำประชามติ ว่าควรจะแก้หรือไม่ ดังนั้น ประเด็นการแก้รัฐธรรมนูญ เป็นประเด็นสำคัญ เมื่อเข้าสู่ช่วงเวลาที่จะแก้ไข ต้องมีจุดเริ่มต้น แต่การจะทำเรื่องเหล่านี้ไม่ง่าย เพราะความเห็นที่แตกต่างซึ่งจะต้องหาข้อยุติ เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้ง ซึ่งคนที่มาทำเรื่องเหล่านี้ต้องเป็นที่ยอมรับ เป็นที่น่าเชื่อถือหรือไม่ ดังนั้น เมื่อ นายนิกรและคณะที่ทำหน้าที่นี้ ตนเชื่อว่ามีความรู้ความสามารถเป็นที่ยอมรับ ก็จะสามารถทำให้กระบวนการในการรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการทำประชามติสามารถเดินหน้าลุล่วงไปได้

อย่างไรก็ตาม แต่จะสำเร็จหรือไม่นั้นก็อยู่ที่สิ่งที่จะดำเนินการต่อไป ซึ่งกมธ.การพัฒนาการเมืองฯ ก็ได้ติดตามเรื่องนี้มาตลอด และได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมา โดยมี "นายวันชัย สอนสิริ" สว. เป็นประธานอนุทำงานติดตามการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

 

"ในการที่นายนิกร และคณะมาร่วมหารือ ก็ต้องขอบคุณที่ให้เกียรติมารับฟังความเห็นของสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งจะมีทิศทางการดำเนินการอย่างไรนั้นก็อยากให้นายนิกร และคณะ เสนอแนวคิด และแนวทางว่า เราจะร่วมมือกันอย่างไร ในการที่จะดำเนินการในเรื่องเหล่านี้" นายเสรี กล่าว

 

ขณะที่ นายนิกร กล่าวว่า ครั้งนี้เป็นครั้งแรกและถือเป็นการเริ่มต้นที่ดี ซึ่งคณะอนุฯดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องการทำประชามติ ไม่ใช่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ จึงต้องมาฟังความคิดเห็นจากวุฒิสภา ดังนั้น การฟังความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง และใช้เวลาค่อนข้างสั้น ซึ่งสิ่งที่อยากต้องการจากท่านทั้งหลาย คือ แบบสอบถามว่าควรจะถามท่านอย่างไรดี และให้ร่วมตั้งคำถาม เพราะของวุฒิสภาต้องถามเป็นการเฉพาะ เพราะไม่เหมือนของประชาชน

 

อย่างไรก็ตาม ทางคณะอนุฯต้องรอให้สภาฯเปิดสมัยประชุมก่อน เพื่อรวบรวมความคิดเห็นทั้งหมด โดยตั้งใจว่าจะให้มีการระบุชื่อผู้ที่ตั้งคำถาม ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย หรือสมาชิกบางคนอาจจะไม่เปิดเผยชื่อก็ได้ ต่อจากนั้น วันที่ 2 พ.ย. ทางคณะอนุฯจะไปพูดคุยกับ กมธ.พัฒนาการเมืองการสื่อสารมวลชนและการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร ที่มี "นายพริษฐ์ วัชระสินธุ" สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เป็นประธาน หลังจากนั้นจะสอบถามกับ สส.ทั้งหมด 500 คน เพื่อความเห็นในเรื่องนี้ และในวันที่ 8 พ.ย. จะพูดคุยกับเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่ทำเนียบรัฐบาล ทั้งนักเรียน นักศึกษาที่มีอายุเกิน 18 ปี

 

"เพราะรัฐธรรมนูญจะใช้กับรุ่นเขามากก่ว่ารุ่นเรา จากนั้นในวันที่ 14 พ.ย. จะต้องพูดคุยกับพรรคการเมืองที่เห็นต่างคือพรรคก้าวไกล ที่แก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยไม่แยกหมวด 1 หมวด 2 ขณะที่ในส่วนของรัฐบาลไม่แตะหมวด 1 หมวด 2" นายนิกร ระบุ 

 

ทั้งนี้ ตนได้คุยกับ "นายชัยธวัช ตุลาธน" หัวหน้าพรรคก้าวไกลเรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะไปคุยที่พรรคก้าวไกล จากนั้นวันที่ 15 พ.ย. ทางคณะอนุฯ ได้เชิญกลุ่มประชาชนจำนวน 14-15 กลุ่ม ประมาณ 80 คน ซึ่งมีทั้งกลุ่มไอลอว์ กลุ่มคนพิการ เป็นต้น โดยหารือกันที่ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งจะมี "นายภูมิธรรม เวชยชัย" รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการการศึกษาทำประชามติ เพื่อรับฟังความคิดเห็นของกลุ่มต่างๆ คำถามที่จะถามต่อประชาชนคือ อยากให้แก้หรือไม่ รวมถึงให้เสนอประเด็นต่างๆได้ เพราะทางคณะอนุกรรมการไม่มีหน้าที่ที่จะต้องทำการแก้ไขรธน.ไม่ว่าจะแก้ทั้งฉบับหรือไม่ เราไม่มีหน้าที่แต่เป็นเรื่องของสภาร่างรัฐธณรมนูญ (ส.ส.ร.)หากมีการตั้งขึ้นก็จะเป็นผู้ดำเนินการ

ขณะเดียวกัน ทางคณะอนุฯ จะออกต่างจังหวัด เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนกลุ่มต่างๆ ทุกภาคทั่วประเทศ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นข้อสรุปเสนอไปยังรัฐบาลในต้นปีหน้า จากนั้นรัฐบาลก็จะนำไปกำหนดเป็นคำถาม อย่างไรก็ตามในส่วนของการทำประชามติ ยังมีปัญหาอยู่ว่าจะทำกี่ครั้ง หรืออย่างไร ซึ่งก็พยายามรวบรวมทั้งหมด โดยในวันที่ 24 พ.ย. จะสรุปเรื่องทั้งหมดครั้งแรก และในประมาณปลายเดือน ธ.ค. ก็จะสรุปให้เสร็จ และเสนอให้รัฐบาลต่อไป

ข่าวล่าสุด