อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 8 พ.ย. จะมีการดึงกลุ่มบุคคลสำคัญ กลุ่มคนต่างๆที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ อาทิ เยาวชนคนรุ่นใหม่ นิสิตนักศึกษา จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยรามคำแหง มหาวิทยาลัยมหิดล ราชภัฏสภาเด็ก โดยจะเชิญมาที่อาคารสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งบุคคลดังกล่าว ที่มีสิทธิ์เลือกตั้งได้ โดยในวันที่ 10 พ.ย. จะมีการเชิญภาคประชาชน อาทิ กลุ่มสมัชชาคนจน กลุ่มสหภาพแรงงาน กลุ่มตัวแทนสลัม 4 ภาค สมาคมสันนิบาตแห่งประเทศไทย ilaw ซึ่งเป็นกลุ่มที่เคลื่อนไหวเรื่องรัฐธรรมนูญ รวมถึงฝ่ายความมั่นคงทั้งทหารและตำรวจ เพราะถือเป็นประชาชนเหมือนกัน
นอกจากนี้ ยังมีช่องทางการรับฟังความคิดเห็น ของประชาชนทางออนไลน์ ผ่านทาง E-mail ของสำนักกฎหมายและระเบียบการสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี โดยจะกำหนดเป็นอีเมลเฉพาะ , ช่องทาง OPM e-Form ของสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี , ระบบกลางทางกฎหมาย และทางศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล 1111 สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
ขณะเดียวกัน จะมีการไปรับฟังเสียงของประชาชนในแต่ละภูมิภาค โดยกำหนดไว้ 4 ภาค คือ ภาคใต้ จ.สงขลา เนื่องจากจะต้องรับฟังความเห็นจากประชาชนกลุ่มมุสลิม ภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ ภาคตะวันออกและภาคกลาง ซึ่งในเบื้องต้นหากจะมีมากกว่านี้ก็ค่อยว่ากัน แต่ในเบื้องต้นมองว่าหากอยู่ในกรอบเท่านี้ ก็น่าจะโอเคแล้ว
ส่วนภาพรวมการรับฟังความคิดเห็นคาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนธ.ค. 2566 และคาดว่า ไม่เกินสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนธ.ค. จะมีการเสนอเรื่องกฎหมาย ก็คาดการณ์ว่าจะสามารถปิดงานได้ในทันที ทั้งเรื่องความชัดเจนในการทำประชามติ การสรรหา สสร. ส่วนจะสรรหาอย่างไรคณะอนุกรรมการไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งคาดว่าในช่วงต้นปี 2567 จะสามารถส่งเรื่องที่ทั้ง 2 อนุกรรมการดำเนินการมา ให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาได้
ส่วนจะมีความคิดเห็นอย่างไร ก็แล้วแต่ทาง ครม. และหาก ครม. อนุมัติแล้วจะต้องทำประชามติให้แล้วเสร็จ ในกรอบระยะเวลา 90 วันไม่เกิน 120 วัน ส่วนการดำเนินการทั้งหมด ทั้งการทำประชามติและการสรรหาสสร.จะทันกับการเลือกตั้งครั้งหน้าหรือไม่นั้น ยืนยันว่าทันอยู่แล้ว ประมาณ 3 ปีก็เสร็จ
"แต่เวลาที่เรากันช่วงปลายเอาไว้ ก็อาจจะต้องดำเนินการในเรื่องกฎหมายลูกอีกกว่า 10 ฉบับที่จะต้องทำ ให้เสร็จเพราะไม่เช่นนั้นจะไม่ทันการเลือกตั้งในครั้งหน้า เพราะมันก็มีการเปลี่ยนแปลงเป็นครั้งใหญ่ของรัฐธรรมนูญ แต่ย้ำว่าทันการเลือกตั้งครั้งหน้าแน่นอน" นายนิกร กล่าว
เมื่อถามย้ำว่า ประชาชนจะได้เข้าคูหาเมื่อใดนั้น นายนิกร กล่าวว่า ตามที่ "นายภูมิธรรม เวชยชัย" รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางในการทำประชามติ เพื่อแก้ไขปัญหาความเห็นที่แตกต่างในเรื่องรัฐธรรมนูญ 2560 วางไทม์ไลน์ ไว้ก็คาดการณ์ว่า ไตรมาสแรกของปี 2567 แต่อย่างไรก็ต้องหารือกับ กกต. ก่อน