เนชั่นทีวี

การเมือง

"เลขา ป.ป.ช." ยัน ไม่ได้จับจ้อง-ขวางนโยบายแจกเงินดิจิทัลรัฐบาล

27 ต.ค. 2566 | sirisak_rue

"เลขา ป.ป.ช." ยัน ไม่ได้จับจ้อง-ขวางนโยบายแจกเงินดิจิทัลรัฐบาล

เลขา ป.ป.ช. ยันไม่ใช่การจงใจ ตั้ง "สุภา" คุม คกก.ศึกษานโยบายดิจิทัลวอลเล็ต แม้ใกล้หมดวาระ ยันไม่ได้จับจ้องหรือขวางนโยบายแจกเงิน แต่มีหน้าที่เสนอแนะเพื่อประโยชน์ที่ดีกว่าเท่านั้น

27 ตุลาคม 2566 นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. กล่าวถึงกรณี ป.ป.ช. เห็นชอบแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อศึกษาและดำเนินการรับฟังความเห็นเกี่ยวกับนโยบายรัฐบาล กรณีการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต ว่า คณะกรรมการชุดนี้ตั้งมาเพื่อศึกษา เสนอแนะและให้ข้อแนะนำ ไม่ใช่การระงับยับยั้งไม่ให้ทำโครงการ เพราะเป็นนโยบายที่รัฐบาลหาเสียงไว้ อีกทั้งมีอำนาจหน้าที่บริหารจัดการเรื่องนี้ได้

"ฉะนั้นในหลักการที่ ป.ป.ช. พิจารณา เนื่องจากมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ หรืออาจจะมีการส่อไปในทางทุจริต จึงตั้งคณะกรรมการเพื่อศึกษาและวางแนวทางป้องกันไว้ก่อน ซึ่งขับเคลื่อนไปแล้วอาจไม่มีปัญหาก็ได้ แต่ถ้ามี เกิดจากช่องทางไหนก็ต้องดู" นายนิวัติไชย ระบุ 

พร้อมมองว่า เมื่อมีนโยบายแล้วก็ ต้องมีแผนงานโครงการในการปฎิบัติตามนโยบาย ว่าจะทำอย่างไรตามแผนงาน วัตถุประสงค์ เป้าหมายแก่ใครบ้าง ประชาชนกี่คน อนุมัติวงเงินงบประมาณเท่าไร และการดำเนินการ รวมถึงเอาเงินไปจ่ายประชาชนอย่างไร ผ่านอะไร ประชาชนจะได้รับเงินหรือไม่ก็ต้องไปดู
"เลขา ป.ป.ช." ยัน ไม่ได้จับจ้อง-ขวางนโยบายแจกเงินดิจิทัลรัฐบาล

นายนิวัติไชย กล่าวด้วยว่า วันนี้เท่าที่ทราบเพิ่งรู้จากนโยบาย แต่การขับเคลื่อนให้เป็นไปตามนโยบายยังไม่ตกผลึก ว่าสรุปแล้วจะแจกให้แก่ใครบ้าง อายุ 16 ปีขึ้นไปเลยหรือไม่ หรือจะแบ่งเป็นกลุ่ม มีฐานะแบบไหน มีรายได้เท่าไร หรือรายได้สูงมากแล้วจะไม่ให้ มีกี่คน และเม็ดเงินที่จะนำมาใช้ในโครงการเท่าไรก็ยังไม่ทราบ จะเอามาจากไหนก็ยังไม่รู้

เพราะฉะนั้นถ้าคำสั่งตั้งคณะกรรมการฯ ออกวันนี้ได้ ก็จะมีการนัดประชุมในอีก 1-2 สัปดาห์ เพื่อวางกรอบการดำเนินการแค่นั้นเอง เพราะยังไม่มีรายละเอียดที่จะให้พิจารณาศึกษาก็ต้องขอเอกสารและรายละเอียดเข้ามาดูก่อน

สำหรับการพิจารณาตัวคณะกรรมการที่เข้าร่วมนั้น มีผู้เชี่ยวชาญหลากหลาย บางคนเป็นที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญที่ประจำอยู่ ป.ป.ช. แต่ส่วนใหญ่เป็นหัวหน้าหน่วยหรือผู้แทนของหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ถ้าเป็นองค์กรอิสระ ก็มีกกต. ผู้ตรวจการแผ่นดิน สตง. ถ้าเป็นหน่วยงานรัฐ ก็มีกระทรวงการคลังที่เป็นเจ้าภาพรับผิดชอบ หัวหน้าส่วนราชการต่าง ๆ ซึ่งที่ปรากฏตามข่าวก็ยืนยันว่ามีบุคคลเหล่านี้ร่วมด้วย
"เลขา ป.ป.ช." ยัน ไม่ได้จับจ้อง-ขวางนโยบายแจกเงินดิจิทัลรัฐบาล

เมื่อถามว่าเรื่องเงินดิจิทัลถือเป็นเรื่องใหม่ สำหรับ ป.ป.ช.หรือไม่ ซึ่งเป็นรายละเอียดปลีกย่อยที่เราต้องเข้มกับตรงนี้มากขึ้น นายนิวัติไชย กล่าวว่า ป.ป.ช. ไม่ได้ศึกษาเรื่องนี้เรื่องเดียว แต่ศึกษาโครงการของรัฐบาลมาหลายโปรเจ็คแล้ว และมีข้อเสนอแนะไปให้รัฐบาล ซึ่งก็รับทราบรับฟังและปฏิบัติตาม มีเพียงไม่กี่โครงการที่รัฐบาลเห็นว่ารับทราบ มีการขับเคลื่อนไปแต่ก็มีช่องโหว่ช่องว่างไปเอื้อประโยชน์ให้กับภาคธุรกิจ หรือเอกชนบางราย

จึงเป็นประเด็นย้อนกลับว่าสิ่งที่ป.ป.ช. ให้ข้อเสนอแนะแล้วก็ต้องระมัดระวัง แต่กลับยังไม่มีการระวังเท่าที่ควร ส่วนท่านจะไปร่วมด้วยหรือไม่เราไม่มีพยานหลักฐานรู้ แต่ว่าการไม่ปฏิบัติตามและก่อให้เกิดความเสียหายก็ถือเป็นการปฏิบัติโดยมิชอบ มันมี 2 กรณีคือ โดยมิชอบ กับ โดยทุจริต ซึ่งแปลว่ารับรู้ แต่เพื่อต้องการแสวงหาผลประโยชน์เข้ามา

ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตอาจซ้ำรอยกับคดีในสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นั้น ถ้าในฝั่ง ป.ป.ช. ก็จะศึกษามาตรการตามแนวทางที่เคยปฏิบัติ และในส่วนของรัฐบาลก็คิดว่าคงไม่มีใครอยากจะเดินซ้ำรอย เพราะยิ่งมีคนจับจ้องอย่างนี้ ถ้าตนเป็นนายกรัฐมนตรีก็คงไม่อยากจะเข้าไป โดยเฉพาะท่านเป็นนักธุรกิจ มันมีตัวอย่างเยอะแยะไปหมด

"เชื่อว่าเจตนาของนายกฯ คือต้องการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะที่เคยประกาศหาเสียงไว้มากกว่า ถ้าเป็นเรื่องที่ดีก็สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ เพียงแต่ช่วยระมัดระวังบ้าง อาจจะมีรอยรั่วต่าง ๆ รับฟังกระแสวิพากษ์วิจารณ์ แต่การตัดสินใจเป็นอำนาจหน้าที่ของนายกฯ โดยตรง" นายนิวัติไชย ระบุ 
"เลขา ป.ป.ช." ยัน ไม่ได้จับจ้อง-ขวางนโยบายแจกเงินดิจิทัลรัฐบาล
เมื่อถามย้ำว่าทำได้ แต่อย่าให้พลาดใช่หรือไม่ นายนิวัติไชย บอกว่า ไม่ใช่อย่างงั้น อย่าไปคิดแบบนั้นเดี๋ยวจะกลายเป็น ป.ป.ช. ไปจับจ้อง แต่ถ้าเราช่วยกันและเสนอแนะไปแล้ว ถ้าปฏิบัติตามก็โอเค แต่ถ้าไม่ปฏิบัติตามและมีความเห็นที่ดีกว่าและเกิดประโยชน์ดีกว่า ก็ไม่จำเป็นต้องฟังข้อเสนอแนะของ ป.ป.ช. หรือสามารถรับฟังแล้วเอาไปรีวิวอีกที ก็อาจไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตามก็ได้ แต่ต้องมีเหตุผลว่าการไม่ทำตามเพราะอะไร มีอะไรที่ดีกว่าทำได้หมด ก็เป็นอำนาจหน้าที่ในการบริหาร ประชาชนเลือกมาแล้ว ป.ป.ช. ไม่ได้ไประงับยับยั้ง หรือจับจ้อง หรือจะเล่นงาน ขอยืนยันได้เลย

เมื่อถามว่าป.ป.ช. จะมีข้อเสนอแนะไปยังรัฐบาลเกี่ยวกับเรื่องสินค้าเกษตรที่เคยทำไว้ เพื่อป้องกันช่องโหว่และความเสียหาย หรือไม่ นายนิวัติไชย กล่าวว่า มาตรการที่เราเสนอไปกำลังกำกับติดตาม ว่ามีการขับเคลื่อนตามมาตรการที่ครม. มีมติรับทราบและมอบหมายให้หน่วยงานรับไปปฏิบัติหรือไม่ ดูว่ามีการขับเคลื่อนหรือไม่ ถ้าไม่มีเราก็จะรีวิวว่าหน่วยงานนี้ ครม. มีมติรับทราบไปแล้ว มอบหมายให้ไปดำเนินการแล้ว แต่ทำไมหน่วยงานยังไม่ปฏิบัติ

ซึ่งหัวหน้าส่วนราชการคงต้องรับผิดชอบเรื่องพวกนี้ และต้องตอบคำถาม ถ้าพบว่ามีการละเลยหรือละเว้น โดยมีเจตนา ก็เข้าข่ายการปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ป.ป.ช. มีมาตรการดำเนินการ หรืออาจจะรับเรื่องเข้ามาดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริง นี่ไม่ใช่การขู่ ไม่อย่างนั้นก็ขับเคลื่อนไม่ได้ ออกมาตรการมาแล้ว ครม.มีมติเห็นชอบแล้วผ่านแล้ว แต่หน่วยงานไม่ทำก็ต้องรับผิดชอบ วันนี้เรากำลังเตือนในมาตรการต่าง ๆ ว่า มีการดำเนินการไปถึงขั้นตอนไหนอย่างไร ถ้าไม่ขยับอะไรเลยก็คงต้องคุยกับ ป.ป.ช. หรือทางหัวหน้าหน่วยนั้น

เมื่อถามถึงการเลือกประธานคณะกรรมการชุดดังกล่าว นายนิวัติไชย กล่าวว่า ความความจริงแล้ว นางสุวณา สุวรรณจูฑะ กรรมการ ป.ป.ช. จะเป็นผู้กำกับดูแลเรื่องการเฝ้าระวัง แต่เห็นว่า น.ส.สุภา ปิยะจิตติ เคยมีองค์ความรู้ในเรื่องนี้ และเคยทำสำนวนในเรื่องพวกนี้อาจจะมีมุมมองที่ดีกว่า จึงให้ น.ส.สุภา เป็นประธานคณะกรรมการชุดนี้

"ส่วนที่ น.ส.สุภา กำลังจะหมดวาระ แต่ให้มารับหน้าที่นี้ ก็คงไม่ใช่การจงใจ เพราะยังไม่รู้ว่าโครงการศึกษานี้จะเสร็จเร็วหรือช้าอย่างไร แต่วันนี้เมื่อ น.ส.สุภา ยังอยู่ก็ต้องทำงาน เพราะยังสามารถทำงานได้ ก็ให้ทำไป ไม่เช่นนั้นกลายเป็นว่าต่อไปจะตั้งใครแทบไม่ได้ เพราะจะหมดวาระ ซึ่งถ้า น.ส.สุภา หมดวาระ ก็ให้นางสุวณา ขึ้นเป็นประธานแทน แต่ระหว่างการขับเคลื่อนนี้ น.ส.สุภา อาจจมีมุมมองความเห็นในเรื่องที่ประสบมา จึงก็ดูเรื่องเหล่านี้ได้" นายนิวัติไชย ระบุ

สำหรับรายชื่อกรรมการ 23 คน ประกอบด้วย รองศาสตราจารย์มนตรี โสคติยานุรักษ์ รองศาสตราจารย์สิริลักษณา คอมันตร์ รองศาสตราจารย์อัจนา ไวความดี รองศาสตราจารย์อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน หรือผู้แทน อัยการสูงสุด หรือผู้แทน เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน หรือผู้แทน เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา หรือผู้แทน เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง

หรือผู้แทน ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย หรือผู้แทน เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย หรือผู้แทนประธานสภาอุตสาหกรรม หรือผู้แทน ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย หรือผู้แทน คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

นายภูมิศิริ ดำรงวุฒิ นางสาวภาณี เอี้ยวสกุล นายสุทธินันท์ สาริมาน รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่รับผิดชอบการปฏิบัติราชการของส่วนราชการในกลุ่มภารกิจป้องกันการทุจริต ผู้อำนวยการสำนักมาตรการเชิงรุกและนวัตกรรม และผู้อำนวยการสำนักเฝ้าระวังและประเมินสภาวการณ์ทุจริต เป็นกรรมการและเลขานุการ

ข่าวล่าสุด