เนชั่นทีวี

การเมือง

"ภูมิธรรม" แนะ "ก้าวไกล" เป็นฝ่ายค้านสร้างสรรค์ อย่าใช้เวทีสภาฯดิสเครดิต

27 ต.ค. 2566

"ภูมิธรรม" แนะ "ก้าวไกล" เป็นฝ่ายค้านสร้างสรรค์ อย่าใช้เวทีสภาฯดิสเครดิต

"ภูมิธรรม" แนะ "ก้าวไกล" เป็นฝ่ายค้านสร้างสรรค์ ไม่ใช่ค้านทุกเรื่อง อย่าใช้เวทีสภาฯดิสเครดิต ต้องใจเย็นและรับฟัง ย้ำยัง "คิดใหญ่ ทำเป็น" ผ่านปัญหามาตั้งแต่ 30 บาทรักษาทุกโรค จนถึง "เงินดิจิทัล"

27 ตุลาคม 2566 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ชี้แจงกรณีพรรคก้าวไกลกล่าวหาว่า นายกฯไม่ยอมมาตอบกระทู้ของพรรคก้าวไกล แต่กลับตอบกระทู้ของพรรคร่วมรัฐบาลว่า ตนถือว่าเป็นสิทธิ์ที่พรรคก้าวไกลจะอภิปราย แต่ถ้าเราทำการเมืองอย่างสร้างสรรค์ ก็ควรจะใช้เหตุผลในการอธิบาย หรือกล่าวหาให้มากขึ้นกว่านี้ ตนเชื่อว่า นายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล และนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายนั้น ถ้าใจเย็นสักนิดและรับฟังปัญหาให้มากขึ้น บรรยากาศในการร่วมมือกันทำงานระหว่างรัฐบาลกับฝ่ายค้านจะดีมากขึ้นกว่านี้อีกมาก

“จริงๆแล้ว นายกฯตามข้อบังคับสภาฯ ต้องยอมรับว่านายกฯ สามารถที่จะมาตอบหรือไม่ตอบก็ได้ หากท่านมีภารกิจ แต่ครั้งนี้ท่านก็มีภารกิจและได้ใช้เวลาในช่วงไม่มีภารกิจมาตอบกระทู้ได้ ก็พยายามรีบกลับมาตอบกระทู้ได้ใน 2 กระทู้ ฉะนั้น ถ้าเข้าใจ มีเหตุผลแบบนี้ และไม่อคติจนเกินไป ผมว่าบรรยากาศในสภาฯจะไม่เป็นเรื่องของคน 2 ฝ่ายที่ขัดแย้งกัน แต่จะเป็นเรื่องที่ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ อะไรที่เป็นของฝ่ายค้านที่ดี รัฐบาลก็สามารถรับไปดำเนินการได้ อะไรที่เป็นความเห็นของรัฐบาลก็อยากให้สนับสนุนและดำเนินการ ไม่อยากให้จับผิดกันหรือใช้เวทีทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นเวทีรัฐสภาหรือเวทีอื่น ในการมาทำลายดิสเครดิตกัน ผมว่ามันจะไม่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติโดยรวม”

นายภูมิธรรม กล่าวฝากพรรคก้าวไกลว่า รัฐบาลพร้อมทำงาน โดยในวันที่ 10 พ.ย. นี้ เราจะรับฟังความคิดเห็นเรื่องรัฐธรรมนูญจากพรรคก้าวไกลและหลายพรรคการเมือง และจากกลุ่มวิชาชีพต่างๆ ซึ่งตนก็ยินดีที่จะไปร่วมกับฟัง เราไม่คิดว่าเป็นฝ่านค้านหรือรัฐบาล อย่างที่ตนเคยพูดกับพรรคก้าวไกลตั้งแต่ต้นแล้วว่า วันนี้เราต่างฝ่ายต่างอยากเป็นนักการเมืองที่เห็นการเปลี่ยนแปลงของประเทศ ฉะนั้น เราควรทำการเมืองแบบใหม่ ไม่ใช่หาจุดโจมตีกันและไม่อยากเห็นสภาพว่าฝ่ายค้านโจมตีและดิสเครดิตกันตลอด ตนอยากเห็นสภาพที่ให้ประชาชนได้สบายใจ ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล ว่าอะไรที่เป็นเหตุลผล และเป็นสิ่งดี ช่วยกันทำงาน อะไรที่มีปัญหาก็ท้วงติง ไม่ใช่ทุกประเด็นต้องจับมาใช้ทุกโอกาสทุกเวลา ดิสเครดิต ก็จะไม่เป็นประโยชน์และไม่สร้างสรรค์

เมื่อถามว่า พรรคก้าวไกลแสดงออกว่า ไม่เชื่อมั่นกับคณะกรรมการศึกษาแนวทางการทำประชามติ จนทำให้พรรคก้าวไกลต้องยื่นญัตติเกี่ยวกับการทำประชามติ แต่ญัตติกลับต้องตกไป นายภูมิธรรม กล่าวว่า ตนเคยพูดหลายครั้งแล้วว่า การเมืองให้ดูที่ความเป็นจริง และใช้หลักการเหตุผลที่ถูกต้อง ที่พยายามเดินเราทราบอยู่แล้วว่าในบรรยากาศ ในการเสนอแก้รัฐธรรมนูญที่พรรคก้าวไกลเสนอว่าจะแก้ทั้งฉบับ ซึ่งไม่ตรงกับรัฐบาลที่ไม่แตะหมวด 1 หมวด 2 ตรงนี้เป็นประเด็นที่เรารู้อยู่แล้วว่า ยังมีคนส่วนหนึ่งที่มีความเห็นแตกต่างกัน ดังนั้น ถ้ายังยืนยันอยู่แบบนี้ก็ไปไม่ได้ รัฐธรรมนูญก็จะเหมือนที่พรรคก้าวไกลหรือพรรคฝ่ายค้านเคยเสนอแล้วถูกทำลายลงไป เพราะเราได้บอกแล้วว่า เราอยากแก้รัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น และให้มีความเห็นพ้องต้องกัน โดยให้ผ่านให้ได้

“ผมเชื่อว่า ทุกคนอยากเห็นประชาธิปไตย ไม่ใช่อยากเห็นแบบสุดขั้ว แล้วไม่คำนึงถึงความเห็นที่แตกต่าง เพราะการจะแก้รัฐธรรมนูญให้สำเร็จได้จริง ต้องดูว่าสังคมส่วนใหญ่ยังมีประเด็นไหนที่ยังถกไม่ตก และอะไรที่เป็นสิทธิ์ร่วมกันก็ควรจะทำ ผมเคารพความเห็นที่แตกต่างกัน แต่เป็นเรื่องที่เราไม่จำเป็นต้องตามใจกัน โดยเราก็แสดงจุดยืนของเรา ท่านก็แสดงจุดยืนของท่าน แต่จะทำอย่างไรให้สังคมส่วนใหญ่ทุกวิชาชีพเขาเข้าใจ ดังนั้นขอร้องอยากให้สร้างสรรค์ ช่วยกัน และอย่าอคติต่อกัน เราจะสามารถทำประเทศนี้ต่อไปได้ในทิศทางที่ดี” นายภูมิธรรม กล่าวในที่สุด