เนชั่นทีวี

การเมือง

"ภูมิธรรม-วราวุธ" เชื่อความเห็นต่าง คือประชาธิปไตยที่สวยงาม

24 ต.ค. 2566 | sirisak_rue

"ภูมิธรรม-วราวุธ" เชื่อความเห็นต่าง คือประชาธิปไตยที่สวยงาม

"ภูมิธรรม-วราวุธ" บอกความเห็นต่างคือประชาธิปไตยที่สวยงาม อย่ามองใครสุดขั้วเกินไป "ลูกท็อป" ไม่หนุนนิรโทษให้คนผิดอาญา-ม.112 ชี้อย่าทำให้ระคายเคืองเบื้องพยุคลบาท ด้าน "ทวี" บอก รธน.60 แปลก คนชนะที่ 1 ไม่ได้ตั้งรัฐบาล

24 ตุลาคม 2566 ในงานอนาคตประเทศไทย 2024 จัดโดยเนชั่นกรุ๊ป มีการจัดเสวนา “รัฐบาลข้ามขั้ว สลายความขัดแย้ง ทำได้อย่างไร” โดย นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี  และรมว.พาณิชย์ ในฐานะรักษาการหัวหน้าพรรค มองว่า ในอดีตที่ผ่านมามีความเห็นต่างเกิดขึ้นมาตลอด อย่างปี 2549 ก็เกิดปัญหาสีเสื้อ มีฝ่ายประชาธิปไตย ฝ่ายเผด็จการ จนถึงปัจจุบัน ความขัดแย้งก็รุนแรงมากขึ้น เราเข้าใจในเรื่องความแตกต่าง เราก็มองให้สุดไปข้าง ซึ่งสังคมไทยเคยมีการแบ่งขั้วแบบนี้มาตลอด เรามีทั้งรัฐบาลคณาธิปไตย และรัฐบาลประชาธิปไตย
"ภูมิธรรม-วราวุธ" เชื่อความเห็นต่าง คือประชาธิปไตยที่สวยงาม
จึงเห็นว่าปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากความคิดที่มองคนเป็นขั้วและแตกต่างกัน จึงเป็นปัญหา เพราะฉะนั้นใน 2 ทศวรรษที่ผ่านมาจะเห็นว่าสังคมไทยมีความขัดแย้ง ถลำลึกไปจนถึงสถาบันต่างๆ รวมถึงสถาบันครอบครัว คนในบ้านเดียวกันยังพูดกันยาก พูดไม่รู้เรื่อง วันที่เราเข้ามาเลือกตั้ง ก็เห็นแล้วว่าถ้าสังคมยังแบ่งขั้วมันจัดตั้งรัฐบาลแบบนึง โดยได้ทดลองทำและพยายามจับมือกับคนที่ใกล้ชิดกัน แต่ในที่สุดก็ไม่สำเร็จ
"ภูมิธรรม-วราวุธ" เชื่อความเห็นต่าง คือประชาธิปไตยที่สวยงาม

ทั้งนี้ แม้ประชาชนอยากเห็นการสลายความขัดแย้ง แต่หลังการเลือกตั้งก็มีความขัดแย้งในสังคมถึง 3 เรื่องคือ ความขัดแย้งทางเศรษฐกิจ ความขัดแย้งรัฐธรรมนูญ และความขัดแย้งการแบ่งสีเสื้อในสังคม แต่เมื่อมีการจัดตั้งรัฐบาลแล้ว ก็อยากให้ทุกฝ่ายเข้ามาพูดคุยประนีประนอม เพื่อจัดการปัญหา จึงเสนอว่าต้องเป็นรัฐบาลสลายขั้ว ไม่คิดอะไรที่สุดไปข้างใดข้างหนึ่ง แต่คิดถึงภาพรวมและหาทางออกที่สามารถพูดคุยและยอมรับกันได้ มันจึงจะสามารถแก้ปัญหาของสังคมได้ และตนก็ยอมรับว่า ประชาธิปไตยที่แตกต่างด้านความคิดเป็นสิ่งสวยงาม

นายภูมิธรรม กล่าวอีกว่า ตนเองก็เคยมองสุดขั้ว แต่คิดว่าทางออกที่ดีที่สุดคือการพยายามหาทางออกร่วมกัน เพราะการคิดต่างขั้วมันจะเกินเลย ส่งผลเสียต่อประเทศรุนแรง  50 ปีประชาธิปไตยไทยทุกครั้งที่เราแบ่งขั้วมันจบลงด้วยความสูญเสีย จึงรู้สึกว่าถ้าไม่ยึดมั่นในความคิดมากจนเกินไป แต่หลักการยังต้องคงไว้ และรับฟังสิ่งที่แตกต่าง ก็จะเป็นทางออกที่ดีที่สุด
"ภูมิธรรม-วราวุธ" เชื่อความเห็นต่าง คือประชาธิปไตยที่สวยงาม
สำหรับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ รัฐบาลมีมติชัดเจนว่าจะทำประชามติ แต่ต้องไปดูรายละเอียดว่าจะทำอย่างไร ซึ่งคณะกรรมการที่รัฐบาลตั้งขึ้น ก็ยังมีอนุกรรมการ อีก 2 คณะ พี่ก็เดินหน้าทำงานอย่างต่อเนื่อง และมีความคืบหน้า 

พร้อมย้ำว่า เมื่อพรรคเพื่อไทยมีอำนาจ จะไม่สกัดขั้วที่มีความเห็นไม่ตรงกับรัฐบาล เพราะเราอยากเห็นรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยจริงๆ
"ภูมิธรรม-วราวุธ" เชื่อความเห็นต่าง คือประชาธิปไตยที่สวยงาม

ส่วนการนิรโทษกรรม ควรจะทำหรือไม่ ก็ต้องไปดูว่าปัญหาอยู่ตรงไหน เกาให้ถูกที่คัน และต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่ามันมีปัญหาที่สุด ถ้าเรากล้าทำเรื่องนี้ก็ดี แต่มันก็จะเกิดปัญหาตามมา ก็ต้องหาทางที่เดินไปได้อย่างเหมาะสมที่สุด ลดความขัดแย้งให้ได้มากที่สุด

สำหรับความขัดแย้งในสังคมที่เกิดขึ้น สังคมรับรู้อยู่แล้วว่ามีประเด็นไหนที่มีปัญหา อย่างเช่นประเด็นของสถาบัน ที่ยังไม่ควรแตะต้อง แต่บางส่วนก็มองว่าต้องยกร่างทั้งฉบับ นี่ก็คือความเห็นต่างแต่ตนไม่ได้มองว่าใครถูกหรือผิด หรือมาตรา 112 ก็เช่นกัน ก็เป็นความขัดแย้ง ไม่ว่าจะตัดสินใจเลิกหรือไม่เลิก มันก็มีคนขัดแย้งกัน จึงอยากเห็นการแก้ปัญหาด้วยการเข้ามาพูดคุยกันมากขึ้น ถ้าเปิดเวทีให้คุยกันได้ก็ควรเปิด ยังมีเวลาที่จะแก้ แต่ไม่สามารถทำได้ทันทีทันใด สังคมก็ต้องช่วยกันคิดหาทางออก
"ภูมิธรรม-วราวุธ" เชื่อความเห็นต่าง คือประชาธิปไตยที่สวยงาม
ด้าน นายวราวุธ ศิลปอาชารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ให้นิยามคำว่ารัฐบาลสลายขั้ว ว่า ตราบใดที่ประเทศไทยยังอยู่ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การเลือกข้างก็ไม่มีวันหมด และทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง เมื่อตั้งรัฐบาลก็มีสูตรคำนวนตัวเลขมาบวกกัน ได้เท่าไหร่ จัดตั้งรัฐบาลได้หรือไม่ นี่คือวัฏจักรการเมืองไทย

ส่วนความแตกต่างทางความคิด ตนมองเป็นความสวยงามของระบอบประชาธิปไตย แต่ประเด็นอยู่ที่ว่า เมื่อมี ความแตกต่างกันแล้ว เราต้องเคารพใน ความแตกต่าง เพราะการเห็นต่างเป็นเรื่องปกติ แต่การให้เกียรติเป็นเรื่องที่สำคัญมากกว่า
"ภูมิธรรม-วราวุธ" เชื่อความเห็นต่าง คือประชาธิปไตยที่สวยงาม
สำหรับการแก้ไขรัฐธรรมนูญปัจจุบัน พรรคร่วมมีความเห็นตรงกันว่าหมวด 1 และหมวด 2 จะไม่แตะต้อง และเชื่อว่าทุกคนอยากได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่เร็ว แต่ถ้าทำเร็วแล้วเป็นผลให้กลับไปขัดกับกฎหมายมาตราต่างๆ ทุกอย่างก็กลายเป็นศูนย์ ต้องไปเริ่มใหม่ เสียเวลาไป 2 ปีก็เท่ากับไม่ได้อะไรขึ้นมา ดังนั้นช้าๆได้พร้าเล่มงาม จะดีกว่าเสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย ใช้ความระมัดระวัง รอบคอบ และทำทุกอย่างให้เป็นไปตามกฎหมาย เพื่อให้ได้รัฐธรรมนูญที่สมบูรณ์ และการนำขึ้นทูลเกล้าฯ ให้ทรงลงพระปรมาภิไธย เป็นหัวใจสำคัญมากกว่า

นายวราวุธ กล่าวอีกว่า การเลือก ส.ส.ร. ที่คัดคนมาจากกลุ่มต่างๆ ก็เพื่อสะท้อนความต้องการของประชาชนอย่างดีที่สุด แต่แน่นอนว่าร่างขึ้นมาให้ดีอย่างไร ก็จะมีคนกลุ่มหนึ่งบอกว่าไม่ดี เพราะกาลเวลาเปลี่ยน เงื่อนไขต่างๆก็เปลี่ยน แต่เชื่อว่ากลไกของการร่างรัฐธรรมนูญ ที่เลือกคนหลากหลาย ก็น่าจะช่วยให้ทุกอย่างดีขึ้น

สำหรับการนิรโทษกรรมควรทำหรือไม่นั้น นายวราวุธ กล่าวว่า ถ้าเป็นเรื่องการรุกที่ป่าก็เห็นด้วยอย่างยิ่ง แต่ถ้าเป็นการนิรโทษกรรมทางการเมือง ก็เห็นควรว่า ถ้าเป็นบุคคลที่ก่อคดีที่เกี่ยวกับคดีอาญา หรือมาตรา 112 พรรคชาติไทยพัฒนาไม่ควรจะเข้าไปร่วม เพราะร่าง พ.ร.บ.นี้ เมื่อผ่านสภา ก็ต้องนำทูลเกล้าฯ เพราะฉะนั้นจะเสนออะไรให้พระองค์ท่าน ก็ไม่ควรทำอะไรที่ให้ระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท อะไรที่ไม่ถูกก็คือไม่ถูก แต่สำหรับบุคคลที่ถูกชักจูงไปร่วมม็อบและตกกระไดพลอยโจนไป อันนี้เห็นด้วย ก็ควรให้อภัย

“มาตรา 112 มีเอาไว้ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ถ้าหากมีการทำผิดเกี่ยวกับมาตรา 112 แล้วเสนอให้ท่านลงพระปรมาภิไธย ก็ตอบไม่ถูกเหมือนกัน ตนก็อยู่มาครึ่งศตวรรษแล้วก็ ยังไม่เห็นอะไรเกิดขึ้นแบบนี้ อะไรที่ผิดก็ไม่ใช่จะนิรโทษกรรมกัน อะไรที่ไม่เกี่ยวข้องก็ไม่เกี่ยว แต่อะไรที่ผิดชัดเจนก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย”
"ภูมิธรรม-วราวุธ" เชื่อความเห็นต่าง คือประชาธิปไตยที่สวยงาม
ขณะที่ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าวว่า รัฐธรรมนูญ 60 แปลกอยู่อย่างคือ เลือกตั้งปี 62 พรรคที่ได้คะแนนสูงสุด ไม่ได้เป็นรัฐบาล และเลือกตั้ง 66 ครั้งนี้ก็เหมือนกัน ทุกคนเข้าใจว่าเป็นขั้วฝ่ายค้านเดิมที่ได้เป็นรัฐบาล

แต่ก็พบว่าพรรคที่ชนะที่หนึ่งก็ไม่ได้เป็นรัฐบาล เพราะรัฐธรรมนูญมีเงื่อนไขให้ ส.ว. มาโหวตเลือกนายกฯ เมื่อตั้งรัฐบาลไม่ได้ ก็ต้องพรรคอันดับสอง สำหรับรัฐบาลสลายขั้ว มองว่าเป็นรัฐบาลที่จะทำให้เกิดสันติภาพและความปรองดอง พร้อมมองว่า การร่างรัฐธรรมนูญต้องมีการทำโดยประชาชน แต่จะเป็นรูปร่างอย่างไร ก็ต้องให้ผู้มีอำนาจเป็นผู้ออกแบบ 

"มนุษย์ไม่ว่าจะยากดีมีจน จะมีชีวิตเท่ากันหมด โดยเฉพาะศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิ่งที่เขาต้องการคือความยุติธรรม ซึ่งมันจะเป็นการลดความขัดแย้ง นำมาสู่สร้างความปรองดอง ซึ่งรัฐบาลนี้ประกาศว่าจะสร้างความชอบธรรม โดยฟื้นฟูหลักนิติธรรม และนายกฯ ยังพูดต่ออีกว่า อนาคต 4 ปีข้างหน้ารัฐบาลจะวางโครงสร้างพื้นฐานใหม่ให้กับประเทศโดยยึดหลักนิติธรรม" พ.ต.อ.ทวี ระบุ 
"ภูมิธรรม-วราวุธ" เชื่อความเห็นต่าง คือประชาธิปไตยที่สวยงาม

ข่าวล่าสุด