ส่วนการสู้รบมีแนวโน้มจะขยายตัวหรือไม่ เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทย ระบุว่า ถ้าตราบใดที่อิสราเอลยังโจมตีฉนวนกาซาอยู่ โอกาสที่สงครามขยายตัวมีมาก โดยหวังว่าจะหยุดการเข่นฆ่าและเริ่มเจรจา ซึ่งประเด็นแรกจะต้องหยุดยิงและเจรจาเรื่องของการแลกเปลี่ยนตัวประกัน ตรงนี้หมายถึงตัวประกันอิสราเอลที่ฮามาสจับตัวไป ก็จะแลกเปลี่ยนกับพวกเชลยศึกหรือนักโทษที่ติดคุกในอิสราเอลอยู่ แต่ถ้าอิสราเอลยังโจมตีอยู่ก็ไม่แน่ใจว่า สงครามจะขยายตัวต่อไปหรือไม่ ซึ่งความเป็นไปได้มีโอกาสขยายตัวสูง
เมื่อถามว่า มีประเทศมหาอำนาจมาร่วมในความขัดแย้งนี้ด้วย คุณคิดว่าความขัดแย้งนี้ จะคลี่คลายลงได้อย่างไร นายซัยยิด เรซา โนบัดตี ระบุว่า มหาอำนาจที่เข้ามายุ่งก็มีแค่ชาติเดียวคือ อเมริกา ชาติอื่น ๆ ก็ไม่ได้เอาตัวเองมาร่วมในสงครามนี้ โดยตั้งแต่ ปี1948 ที่ก่อตั้งรัฐอิสราเอล อเมริกาก็ซัพพอร์ตอิสราเอลมาตลอด มิซไซล์ที่อิสราเอลใช้ก็มาจากอเมริกา แต่ในทางกลับกัน ประเทศอื่นเช่น รัสเซีย จีน อิหร่าน ยังไม่ได้ดำเนินการใด ๆ หรือช่วยปาเลสไตน์ แต่ถ้าเหตุการณ์ยังดำเนินต่อไปแบบนี้คิดว่าสถานการณ์จะเปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิง
เมื่อถามว่า อยากส่งสารอะไรถึงรัฐบาลไทยโดยเฉพาะเกี่ยวกับการช่วยเหลือตัวประกัน เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทย บอกว่า ขอบคุณรัฐบาลไทย เพราะวางตัวเป็นกลาง ซึ่งเป็นทางที่ดีที่สุดในการวางตัวเป็นกลางในสถานการณ์นี้ พวกเขาทำดีที่สุดในการประสานงานกับอิหร่าน กาตาร์ และประเทศอื่น ๆ ในการพาคนไทยกลับจากอิสราเอล และปาเลสไตน์
“แต่อย่างที่ผมบอกไปว่าทุกอย่างขึ้นอยู่กับความประพฤติของรัฐบาลอิสราเอล ผมคิดว่าเค้าควรจะหยุดโจมตีผู้บริสุทธิ์ มันยังมีหนทางที่จะปล่อยตัวพวกเขาทั้งหมด เพราะในการพบกับรัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่าน กับ นายกรัฐมนตรีของปาเลสไตน์ และบอกเขาว่า ไทยมีความสัมพันธ์เป็นพี่น้องกับเรามากว่าร้อยปี ขอให้พยายามให้พวกเขาอยู่ในที่ปลอดภัย ซึ่งทางนั้นยืนยันกลับมาว่าที่ที่พวกเขาอยู่ปลอดภัย พวกเขาอยู่กับครอบครัวคนอื่น ๆ แต่อิสราเอล โจมตีทุกคนไปหมดที่อยู่นั่น และนี่คือปัญหา
ขณะที่ กลุ่ม PSC thailand ยังคงยืนยันที่จะให้มีการแก้ปัญหาโดยสันติ นั่นคือ การหยุดยิง เร่งให้มีการเจรจาและปฏิบัติตามมติสหประชาชาติปี 1967 คือ การคืนดินแดนที่ยึดครองไปและยินยอมให้มีการจัดตั้งประเทศปาเลสไตน์