โฆษกกต. กล่าสวอีกว่า สถานเอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงเทลอาวีฟ ได้จัดให้คนไทยเข้าศูนย์พักพิงเพื่อรอเดินทางกลับประเทศไทย ที่โรงแรมเดวิดอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทลอาวีฟ และยังมีโรงแรมใกล้เคียงอีก 7 แห่ง เพื่อรอเดินทางขึ้นเครื่องบินกลับประเทศ ซึ่งคนไทยในอิสราเอลที่ต้องการเดินทางกลับประเทศ ทั้งที่ลงทะเบียนไว้แล้ว หรือไม่ได้ลงทะเบียน สามารถเดินทางไปที่โรงแรมดังกล่าว เพื่อกลับประเทศได้
ซึ่งหากแรงงานไม่มีหนังสือเดินทาง สถานทูตฯ ก็พร้อมออกเอกสารเดินทางชั่วคราวระหว่างพักอยู่ที่ศูนย์พักพิงให้ได้ ซึ่งขณะนี้ มีผู้ลงทะเบียนขอเดินทางกลับประเทศไทยแล้วทั้งสิ้น 8,160 คน และยังไม่ประสงค์เดินทางกลับ 110 คน
ส่วนการอพยพคนไทยใกล้ฉนวนกาซากว่า 5,000 คนนั้น โฆษกกต. ยืนยันว่า คนไทยส่วนใหญ่ได้อพยพออกมาแล้ว แต่อาจจะมีบางส่วนที่ยังไม่สามารถอพยพได้ แต่กระทรวงฯ และสถานทูตฯ ได้พยายามติดตามทุกช่องทาง เพื่อให้ความช่วยเหลือ รวมถึงการส่งข้อทางแจ้งเตือนแก่พลเมืองไทยในพื้นที่ที่ใช้บริการโรมมิ่งในอิสราเอล เพื่อส่งข้อมูลแจ้งเตือน รวมถึงการส่งข้อมูลต่าง ๆ ที่มีผู้ส่ง หรือแจ้งมาตามช่องทางการสื่อสารของกระทรวง เพื่อแจ้งต่อกรมการสงสุล ให้ความช่วยเหลือต่อไป
โฆษกกต. ยังชี้แจงกรณีที่จำนวนผู้เดินทางกลับในเที่ยวบินต่าง ๆ ที่ลงทะเบียนไว้ แต่ในการเดินทางกลับจริง มีจำนวนไม่ตรงกันว่า มีหลายสาเหตุ เช่น ลงทะเบียนไว้ แต่สละสิทธิ์ หรือไม่สามารเดินทางออกมาจากพื้นที่ได้ หรืออยู่ในพื้นที่อื่น ๆ ยืนยันว่า สถานทูตฯ จะติดตามผู้ที่ลงทะเบียนไว้ทุกคน เพื่อให้ผู้ที่ประสงค์จะเดินทางกลับประเทศสามารถกลับบ้านได้
ส่วนกรณีที่มีผู้ตั้งข้อสงสัยเหตุใดเที่ยวบินไทยจึงต้องบินอ้อม ไม่บินเส้นทางตรงเข้าสู่อิสราเอลนั้น เนื่องจาก บางประเทศไม่ได้มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิสราเอล จึงไม่อนุญาตให้ไทยทำการบินผ่านประเทศนั้น ๆ ทำให้ต้องบินอ้อม 3-4 ชั่วโมง เพื่อความชัวร์ และความแน่ใจ เพื่อไม่ให้คนไทยในอิสราเอลต้องเสี่ยง หรือรอความล่าช้าที่เกิดขึ้น
ส่วนจำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุความรุนแรงในตะวันออกกลาง ประเทศอิสราเอลนั้น มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม อีก 1 ราย ส่งผลให้มีจำนวนผู้เสียสะสม 30 ราย บาดเจ็บคงเดิม 16 คน และถูกจับเป็นตัวประกัน 17 คน
สำหรับแนวทางการเจรจา เพื่อช่วยเหลือคนไทยที่ถูกกลุ่มฮามาสจับเป็นตัวประกัน โฆษกกต. ระบุว่า ทั้งนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้หารือทุกระดับ ทั้งระดับผู้นำ รัฐบาล รัฐมนตรี หรือสถานทูต เพื่อเรียกร้อง และยืนยันความปลอดภัยของตัวประกัน และปล่อยตัวผู้ถูกจับทั้งหมด ซึ่งได้รับการยืนยันว่า คนไทยที่ถูกจับเป็นตัวประกันทั้งหมด ยังมีความปลอดภัย และทราบว่า ยังไม่มีการสังหารตัวประกัน เพื่อการต่อรองใด ๆ แต่ยังไม่ทราบว่าจะมีการปล่อยตัวเมื่อใด