เนชั่นทีวี

การเมือง

"นายกฯ" โต้ใช้ 1.2 หมื่นล้าน ทำซุปเปอร์แอป เอื้อ "แสนสิริ-เอ็กซ์สปริงฯ"

17 ต.ค. 2566 | tinakit_rat

"นายกฯ" โต้ใช้ 1.2 หมื่นล้าน ทำซุปเปอร์แอป เอื้อ "แสนสิริ-เอ็กซ์สปริงฯ"

"เศรษฐา" โต้ข้ามประเทศ ใช้เงิน 1.2 หมื่นล้าน ทำซุปเปอร์แอป เอื้อ "แสนสิริ-เอ็กซ์สปริงฯ" พร้อมชวน "CRRC - Ping An" ลงทุนคมนาคมขนส่ง-อีวี-ประกันภัย

17 ตุลาคม 2566 เมื่อเวลา 15.30 น. ตามเวลาท้องถิ่นสาธารณรัฐประชาชนจีน นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ชี้แจงกรณีมีกระแสข่าวว่า รัฐบาลจะจ้างบริษัทในเครือข่ายของนายกรัฐมนตรี จัดทำแอปพลิเคชันรองรับการแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท จำนวน 12,000 ล้านบาท โดยยืนยันไม่มีเรื่องค่าคอมมิชชัน ไม่มีการหักเบี้ยใบ้รายทาง หรือถูกหักเงิน 3% และไม่มีการจ้างเป็นหมื่นล้านบาทอย่างที่กล่าวหา แต่ตัวเลขน้อยมาก และไม่ใช่ประเด็นแน่นอน

ส่วนที่มีการกล่าวหาว่า เป็นการจ้างบริษัทในเครือข่ายของตนนั้น ขอให้ระบุชื่อมาให้ชัด เพราะแสนสิริไม่ได้ทำแอป แน่นอน ส่วนบริษัทเอ็กซ์สปริง แคปปิตอล (XPGX) ที่ตนเคยเป็นกรรมการอยู่ ไม่ได้เข้ามาเกี่ยวข้องแน่นอน ขอให้บันทึกว่าสองบริษัทดังกล่าวไม่ได้เข้ามารับงาน

ผู้สื่อข่าวถามว่า การกล่าวหาลักษณะนี้เหมือนเป็นการจงใจมากเกินไปหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าววว่า ไม่เป็นไร เพราะตนเป็นบุคคลสาธารณะ ต้องพร้อมสำหรับการชี้แจงและตรวจสอบได้ ตนมั่นในว่า นโยบายนี้เป็นนโยบายที่ดี ส่งผลกับเศรษฐกิจไทยโดยรวม และให้ประโยชน์กับประชาชน เรามั่นใจในความโปร่งใสของนโยบายนี้

เมื่อถามว่า นายกฯ มีความมั่นใจในข้อมูล แต่เหตุใดจึงไม่เลือกชี้แจงให้สังคมเข้าใจ นายเศรษฐา กล่าวว่า ตนอยากให้คณะกรรมการศึกษาเงินดิจิทัลฯ ซึ่งประกอบด้วยผู้ชำนาญการจากหลายฝ่าย และข้าราชการระดับสูง ซึ่งเห็นตรงและเห็นต่างกันบ้าง มีข้อแนะนำต่างๆ ได้มีสิทธิ์พูด เพราะเรามีคณะกรรมการกลั่นกรองอย่างถี่ถ้วน ขอเวลาให้ได้ถกกันให้ดี ซึ่งต้องให้เกียรติกรรมการทุกคน

ส่วนการชี้แจงอาจจะช้าก็น้อมรับ ซึ่งไม่อยากพูดอะไรเร็วเกินไป แต่หากมีประเด็นขึ้นมาตนก็พร้อมชี้แจง อย่างไรก็ตาม เชื่อมั่นว่าหากทุกอย่างมีความพร้อม จะทำให้หมดสงสัย ยืนยันว่าทุกๆ ข้อสงสัย ทุกๆ คำแนะนำ จะถูกนำไปพิจารณาและปรับปรุงเพื่อให้เป็นนโยบายที่ดีที่สุด ปราศจากเรื่องการทุจริตประพฤติมิชอบ ส่วนความชัดเจนจะเป็นไปตามไทม์ไลน์ที่นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ประกาศเอาไว้

 Mr. Yongcai Sun, Chairman and Executive Director, CRRC Group เข้าเยี่ยมคารวะ นายเศรษฐา

ทั้งนี้ นายกฯ อยู่ระหว่างเดินทางเยือนประเทศจีน โดยในช่วงสายวันนี้ นายชัย วัชรงค์ โฆษกรัฐบาล เปิดเผยว่า Mr. Yongcai Sun, Chairman and Executive Director, CRRC Group เข้าเยี่ยมคารวะ นายเศรษฐา โดย CRRC Group เป็นรัฐวิสาหกิจจีนที่ผลิตอุปกรณ์ขนส่งทางรางที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีสายการผลิตและบริการแบบครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่การวิจัยและพัฒนา ออกแบบ การซ่อมแซม และให้บริการทางเทคนิค ซึ่ง CRRC ได้ทุ่มเทเวลาในการสร้างเครือข่ายและขยายธุรกิจไปสู่ขอบเขตที่กว้างขวาง อาทิ การพัฒนาเมืองสีเขียว และพัฒนาเมืองอัจฉริยะ

โดยบริษัทฯ ขอบคุณรัฐบาลที่สนับสนุน และช่วยเหลือการลงทุน ที่มีความร่วมมือกันมายาวนาน บริการผลิตเครื่องจักรรถไฟที่หลากหลาย สำหรับรถไฟทุกแบบ ครบวงจร พร้อมถ่ายทอดความรู้และทักษะเทคโนโลยีระบบราง ซึ่งเป็นผู้ผลิตรถไฟรายใหญ่สุดของจีน และมีการเติบโตสูงต่อเนื่อง อีกทั้งยังแสดงความสนใจลงทุนในประเทศไทยในส่วนที่มีศักยภาพ

โดยนายกรัฐมนตรีได้เชิญชวนว่ามีโอกาสอย่างมากในด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งในประเทศไทย รวมถึงในสาขาที่รัฐบาลให้ความสำคัญ ได้แก่ BCG Economy พลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยรัฐบาลพร้อมสนับสนุนการลงทุนของบริษัท เพื่อประโยชน์ร่วมกัน

ทั้งนี้ เชื่อมั่นว่าบริษัทฯ จะเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาระบบรางในไทย แบบครบวงจร สร้างมูลค่าและคุณค่าควบคู่กัน ยินดีร่วมพัฒนารถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน รวมทั้งรถไฟเพื่อการขนส่งอื่นๆด้วย ต้องการเชิญนายกฯไปทดลองนั่งรถไฟความเร็วสูงด้วยตนเอง

ไทยให้ความเชื่อมั่นต่อการลงทุนจากต่างประเทศด้วยระบบสาธารณูปโภคครบครัน และสิทธิพิเศษการลงทุน จึงอยากเชิญชวนมาตั้งโรงงานในไทย ควบคู่กับการถ่ายทอดเทคโนโลยีแก่ไทย ไทยพร้อมด้านแรงงาน และ healthcare ที่จะดูแลนักลงทุน นอกจากนี้ ยังมีความต้องการหัวจักรรถไฟจำนวนมาก สำหรับการขนส่งทางรถไฟของไทย โดยไทยเสนอให้บริษัทฯ มองภาพระยะยาวการลงทุนในไทย ที่จะดีและเติบโตขึ้นเรื่อยๆ อาจพิจารณาตั้งเป็น 2nd Hub ในไทย

สำหรับโครงการ landbridge เพื่อเชื่อมโยงภูมิภาค เพื่อการขนส่งด้านพลังงาน  และสินค้า เพื่อย่นระยะเวลาและประสิทธิภาพการขนส่ง สามารถขนส่งไปที่ต่างๆของโลกได้ง่ายขึ้นมาก

บริษัทฯ เปรียบนายกฯ เป็นหัวจักรสำคัญที่จะขับเคลื่อนทั้งการพัฒนาระบบการขนส่งและการพัฒนา ที่จะสำเร็จด้วยดี จึงมีความเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งต่อศักยภาพของไทยที่จะเป็น hub การขนส่งระบบราง

 Mr. Xie Yonglin, Executive Director, President, Co-CEO บริษัท Ping An เข้าเยี่ยมคารวะ นายเศรษฐา

ต่อจากนั้น Mr. Xie Yonglin, Executive Director, President, Co-CEO บริษัท Ping An เข้าเยี่ยมคารวะ นายเศรษฐา โดย บริษัท Ping An เป็น 1 ใน 3 ของผู้ให้บริการทางการเงินครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดของจีน บูรณาการด้านการเงินและการบริการด้านสุขภาพเข้าด้วยกัน และรวมถึงธุรกิจประกันภัย ซึ่งปี 2565 Ping An อยู่ในอันดับที่ 25 ของการจัดอันดับ Fortune Global 500 (อันดับ 4 หากจัดประเภทบริษัททางการเงินทั่วโลก) อันดับที่ 4 ของ Fortune China 500 และอันดับที่ 17 ของ Forbes Global 2000

 โดย Ping An ขานรับนโยบายรัฐบาลให้การส่งเสริมการลงทุนสีเขียว (Green Investment) ตั้งเป้าหมายลดสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์ในโครงการที่มีแนวโน้มการปลดปล่อยคาร์บอนสูง (High Carbon-Emitting Assets) รวมทั้งเพิ่มสัดส่วนการปล่อยกู้ (Green Credit) การออกพันธบัตร (Green Bond) รวมทั้งการให้ประกัน (Green Insurance) แก่โครงการที่มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สำหรับปี 2566 บริษัทตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนการลงทุนสีเขียวมากเพิ่มขึ้นอีก 20%

ในโอกาสนี้ นายกฯ ขอบคุณ Ping An ที่มีความเชื่อมั่นในรัฐบาลและศักยภาพของไทย มีการดำเนินธุรกิจในไทยในหลากหลายสาขา ซึ่งประเทศไทยมีบริบท แวดล้อมในสังคมที่สนใจด้านสุขภาพและเทคโนโลยี จึงเหมาะสมกับการลงทุนของบริษัท สนับสนุนให้บริษัทเพิ่มการลงทุนในไทยในสาขาที่มีศักยภาพ

บริษัทฯ มีการดำเนินธุรกิจในไทยมายาวนาน มีธุรกิจครบวงจรเกี่ยวกับการเงิน medical care สำหรับผู้สูงอายุ และการแพทย์ ซึ่งไทยมีความเชี่ยวชาญด้านการแพทย์ สาธารณสุข จึงคิดว่าสามารถร่วมมือกับไทยได้

นายกฯ เชิญชวนให้มาลงทุนในไทยให้มากขึ้น ไทยยินดีต้อนรับการลงทุนจากบริษัท ในทุกด้านที่บริษัทเชี่ยวชาญ เช่น healthcare การเงิน

ทั้งนี้ บริษัทจะขยายการบริการประกันภัยนอกประเทศ จะพิจารณาไทยเป็นประเทศแรก สำหรับ healthcare นั้น บริษัทฯ ขายประกัน และมีลูกค้าประกันสุขภาพขนาดใหญ่ จึงจำเป็นต้องมี healthcare รองรับซึ่งไทยมีบริการด้านนี้ และ wellness เป็นที่ยอมรับ

อีกทั้งไทยมีความร่วมมือด้าน Visa Free ซึ่งทั้งการประกัน และ healthcare จะสามารถขยายธุรกิจต่อเนื่องได้ บริษัทฯ ได้ย้ำว่า จีนนิยมไปไทยในอันดับต้นๆ ทั้งท่องเที่ยว การรักษา รวมถึงการหาที่อยู่ในระยะยาว ซึ่งการหารือกับนายกฯ ทำให้ สนใจลงทุนในไทยมากขึ้น เพราะได้รับข้อมูลและเห็นโอกาสที่ชัดเจน

ข่าวล่าสุด