ทั้งนี้ ในการประชุม ก.ตร. เมื่อวันที่ 27 กันยายน ที่ผ่านมา ซึ่งมีนายเศรษฐา เป็นประธาน ก.ตร. ได้เสนอชื่อ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ที่มีอาวุโสลำดับที่ 4 ให้ขึ้นมาเป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาตินั้น ส่วนตัวมองว่า แค่คิดก็ผิดแล้ว เพราะไม่เป็นไปตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ และยังขัดต่อ พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 ด้วย คือการเสนอชื่อ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไม่เป็นไปตามลำดับอาวุโส และไม่เป็นไปตามผลงานที่ปรากฏ
โดยส่วนตัวมองว่า พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ ซึ่งมีลำดับอาวุโสเป็นลำดับที่ 1 ควรได้รับการเสนอชื่อมากกว่า เพราะมีผลงานการสืบสวนสอบสวนและการป้องกันปราบปรามจำนวนมาก ในขณะที่ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ มีผลงานแค่ประมาณ 10 ปี ทั้งนี้ ยืนยันว่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เพราะมีลำดับอาวุโสเป็นลำดับที่ 2 ตนไม่ได้มองว่าต้องได้รับการเสนอชื่ออยู่แล้ว
นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเรื่อง ก.ตร. ผู้ทรงคุณวุฒิ 2 ท่าน ที่ได้ร่วมลงมติเลือกผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แต่ทั้ง 2 ท่านนี้ คือ นายฉัตรชัย พรหมเลิศ และ พล.ต.อ.วินัย ทองสอง เป็น ก.ตร. ที่นายกรัฐมนตรี ได้แต่งตั้งให้ไปตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการเข้าค้นบ้านของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ซึ่งถือว่าเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การลงมติก็อาจไม่เป็นกลาง ซึ่งในที่ประชุมนั้น นายเศรษฐา ก็ไม่ได้แสดงความเห็นว่า ก.ตร. 2 ท่านนี้ ไม่สมควรที่จะมาเป็นผู้เลือกผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ