เมื่อถามว่า ระบบ Emergency alert ที่เป็นมากว่าการส่ง SMS แจ้งเตือนประชาชน สามารถ Kick Off ได้เมื่อไร น.ส.สุดาวรรณ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องพูดคุยกันหลายภาคส่วน และจะต้องบูรณาการกันต่อ
เมื่อถามว่า เมื่อเกิดเหตุการณ์รุนแรง รัฐบาลก็บอกแต่ว่าจะถอดบทเรียน แต่ก็เกิดขึ้นซ้ำ จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวอย่างไร น.ส.สุดาวรรณ ชี้แจงว่า เหตุการณ์นี้ผิดปกติ และไม่ได้เกิดประจำ เป็นการเกิดแค่ครั้งนี้ครั้งเดียว และจะพยายามควบคุมไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก และเรื่องการเยียวยาผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บนั้น รัฐบาลไทยเยียวยาเต็มที่ ในกรณีนี้มีมาตรการช่วยเหลือ อาจจะใช้งบปกติหรืองบกลาง ต้องหารือกันอีกครั้ง ซึ่งทางด้านครอบครัวของผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บได้ติดต่อมาแล้ว แต่ยังไม่ได้มีการพูดถึงการเยียวยาทางการไทย ก็จะดูแลผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตให้ดีที่สุด
ขณะที่ พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวสรุปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งผบ.ตร.ได้ประเมินเหตุการณ์ว่าเป็น active shooter ซึ่งเราได้ฝึกซ้อมการรับมือ และผลการปฏิบัติงานก็สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ดีรับมือได้เร็ว
ส่วนการครอบครองอาวุธนั้น ผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนแบลงค์กัน ซึ่งเป็นปืนพลาสติก แล้วมาดัดแปลงเปลี่ยนลำกล้อง ดังนั้นต่อไปเราต้องเพิ่มการควบคุม เช่น กฎหมายที่ควบคุมแบลงค์กัน การแปลงสภาพอาวุธปืน โดยจะเพิ่มเติมในเรื่องของวัสดุเทียมที่สามารถนำมาเป็นอาวุธปืนได้ เป็นต้น
เมื่อถามว่า ได้ประสานกับผู้ประกอบการถึงมาตราการตรวจสอบอาวุธก่อนเข้าห้างอย่างไร พล.ต.ท. สำราญ กล่าวว่า ได้พูดคุยและได้ฝึกซ้อมกับทางห้างไว้แล้ว ทำให้สามารถแก้ไขสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว แต่ทั้งนี้ต้องหารือกันเพื่อกำหนดมาตรการต่อไป
ด้าน น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เราได้มีการบริหารจัดการและมอนิเตอร์ข่าวต่างๆตั้งแต่เมื่อวานนี้(3 ต.ค.) และดำเนินการ 3 ส่วน คือ
1. มาตรการด้านความปลอดภัย ที่ต้องยกระดับในทุกพื้นที่ เพื่อนนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างประเทศ
2. มาตรการเยียวยาฟื้นฟูสภาพจิตใจ อำนวยความสะดวกให้แก่ผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตทั้งชาวไทยและต่างประเทศ
3.มาตรการสื่อสารภาครัฐและสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวไทยและต่างประเทศ ซึ่งในส่วนของการสื่อสารภาครัฐเองได้แบ่งเป็น 3 ระยะ สั้น กลางและยาว ซึ่งในระยะยาว จะทำให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดีต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและสร้างความมั่นใจ ซึ่งรัฐมนตรีท่องเที่ยวและ กระทรวงการต่างประเทศ ก็จะเริ่มดำเนินการในวันพรุ่งนี้ (5 ต.ค.)