เนชั่นทีวี

การเมือง

"จุรินทร์" ชี้ พักหนี้เกษตรกรเป็นยาแดง หวั่นหนี้พุ่งอีก 70%

27 ก.ย. 2566 | tinakit_rat

"จุรินทร์" ชี้ พักหนี้เกษตรกรเป็นยาแดง หวั่นหนี้พุ่งอีก 70%

"จุรินทร์" ชี้ พักหนี้เกษตรกรเป็นยาแดง หวั่นหนี้พุ่งอีก 70% แนะรัฐบาลหาวิธีแก้เบ็ดเสร็จ ระบุ ไม่ขวางแก้รธน. รื้อรายมาตราหรือร่างยกฉบับ

27 กันยายน 2566 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรักษาการหัวหน้าพรรคฯ กล่าวภายหลังที่คณะรัฐมนตรี(ครม.) มีมติพักหนี้เกษตรกรว่า เป็นเรื่องของรัฐบาลที่ต้องทำ และไม่ทำไม่ได้ เนื่องจากได้หาเสียงไว้ แต่ตนมองว่า การพักหนี้เป็นเหมือนยาแดง แต่สิ่งที่สังคมต้องการ คือ การแก้ไขปัญหาหนี้สินระยะยาวแบบเบ็ดเสร็จ เพราะการพักหนี้เกษตรกร พักได้ 3 ปี ซึ่งที่ผ่านมามีข้อเท็จจริงจาก ธนาคารแห่งประเทศไทยหรือธปท. ที่เคยศึกษาว่า ส่วนใหญ่การพักหนี้ ที่เคยทำมาหลายครั้ง จะทำให้เกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการเป็นหนี้เพิ่มถึงร้อยละ 70

ดังนั้น รัฐบาลต้องตระหนัก และเตรียมการแก้ไขปัญหาไว้ล่วงหน้า รวมถึงเตรียมเงินงบประมาณทั้งหมดในระยะยาวด้วย เพราะเป็นการนำเอาเงินของคนทั้งประเทศ มาใช้ในการชดเชยให้กับสถาบันการเงินจากการพักต้นพักดอก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

สำหรับนโยบายประกันรายได้เกษตรกร ที่พรรคประชาธิปัตย์เคยทำไว้ เป็นเรื่องที่รัฐบาลชุดใหม่ จะต้องตัดสินใจ แต่ตนเองยืนยันได้ว่า โครงการประกันรายได้เกษตรกร เป็นนโยบายที่เป็นประโยชน์ ช่วยต่อลมหายใจให้กับเกษตรกรในยามที่ราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ เนื่องจากมีเงินส่วนต่างมาชดเชยรายได้ ทำให้เกษตรกรสามารถยังชีพได้

ส่วนนโยบายแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมสนับสนุนหากแก้แล้วนำไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น และพรรคฯ ย้ำจะไม่แก้ไขในหมวด 1 และหมวด 2 อีกทั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะนำรัฐธรรมนูญฉบับใดฉบับหนึ่ง มาเป็นต้นแบบ ก็จะต้องพิจารณาให้รอบคอบ เพราะแต่ละเนื้อหา มีความสำคัญมากกว่ารูปแบบการยกร่าง เนื่องจาก การบังคับใช้รัฐธรรมนูญ จะบังคับใช้ตามเนื้อหา ไม่ใช่ตามที่มา เนื้อหาจึงสำคัญ ซึ่งควรไปดูว่า รัฐธรรมนูญฉบับไหนเคยบังคับใช้แล้ว มีช่องโหว่น้อยที่สุด และปรับปรุงให้สอดคล้องกับสถานการณ์

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณี นายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี แนะนำให้แก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา เพื่อลดงบประมาณในการจัดทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายจุรินทร์ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับรัฐบาล เพราะประกาศเป็นนโยบายเร่งด่วนตั้งแต่การหาเสียง ซึ่งนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการศึกษาแนวทางการจัดทำประชามติได้ระบุว่า จะมีการจัดตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ ส.ส.ร. และมีการตั้งธงการแก้ไขระยะเวลา 4 ปี

แต่ตนเองเห็นว่า หากมีการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ และมีการจัดตั้ง ส.ส.ร. รัฐบาลจะต้องจัดเตรียมงบประมาณไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาท ซึ่งตนไม่ระบุจะค้าน หรือเห็นด้วย แต่รัฐบาล จะต้องมีงบประมาณที่จะต้องจัดเตรียมไว้ด้วย เพราะการจัดทำประชามติครั้งหนึ่ง ใช้งบประมาณประมาณ 3,000 กว่าล้านบาท

เมื่อถามถึง ความคืบหน้าในการเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่และกรรมการบริหารพรรค นายจุรินทร์ กล่าวว่า ยังไม่ได้กำหนดวัน และรอปรับความเข้าใจกัน ซึ่งเมื่อแล้วเสร็จก็จะมีการคัดเลือกหัวหน้าพรรค และคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ แต่ยืนยันว่า จะไม่ให้เรื่องการเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ มากระทบการทำหน้าที่ฝ่ายค้าน หรือกระทบกับการตรวจสอบรัฐบาล

ข่าวล่าสุด