เนชั่นทีวี

การเมือง

ปัญหาหนัก"เศรษฐา"รอเผชิญ-แก้รธน."ตามสเต็ป"หรือ"ยื้อเวลา"

26 ก.ย. 2566 | chairat_pat

ปัญหาหนัก"เศรษฐา"รอเผชิญ-แก้รธน."ตามสเต็ป"หรือ"ยื้อเวลา"

แม้ "นายกฯเศรษฐา" ชิงดับชนวนร้อนก่อนเดินทางกลับไทย หลังจบภารกิจร่วมประชุมกับยูเอ็น ณ มหานครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ด้วยการปฏิเสธข่าวการเตรียมตั้ง "อดีตนายกฯทักษิณ" เป็นที่ปรึกษาของรัฐบาลหลังพ้นโทษ โดยท้าไปให้ถอดเทปคำสัมภาษณ์ที่ให้ไว้กับสำนักข่าวบลูมเบอร์ก

แต่ทางวิบากของ นายกฯเศรษฐา เมื่อกลับถึงเมืองไทย ยังมีอีกหลายเรื่องรออยู่

1.คำถามเรื่องงบประมาณที่ใช้ไปกับ "เที่ยวบินเช่าเหมาลำ" และรายชื่อผู้ร่วมคณะ ซึ่งยังทวงและตรวจสอบกันไม่เลิก เรื่องนี้น่าจะกลายเป็นประเด็นกวนใจนายกฯเศรษฐา และเป็นบทพิสูจน์แรกว่าจะสามารถควบคุมอารมณ์ที่ถูกมองว่า "จุดเดือดต่ำ" ได้จริงหรือไม่

2.เรื่องแก้รัฐธรรมนูญ เสียงวิจารณ์เริ่มหนาหูว่า งานนี้เพื่อไทยในฐานะพรรคแกนนำ พยายามดึงเกม "ยื้อเวลา" เกินไปหรือไม่ เพราะแทนที่จะอนุมัติทำประชามติในการประชุม ครม.นัดแรกตามที่เคยประกาศ กลับเปลี่ยนเกมเป็นการตั้งคณะกรรมการศึกษาแนวทางการทำประชามติรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ 

ปัญหาหนัก"เศรษฐา"รอเผชิญ-แก้รธน."ตามสเต็ป"หรือ"ยื้อเวลา"

งานนี้ใครๆ ก็มองออกว่าเป็นการดึงเกม แถมไม่ได้ดึงจาก 2 ปี เป็น 3 ปี แต่กำลังจะดึงเป็น 4 ปีเท่าวาระรัฐบาล 

ล่าสุด "ภูมิธรรม เวชยชัย" รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมศึกษาแนวทางการทำประชามติ เตรียมเสนอรายชื่อกรรมการเข้า ครม. ในวันที่ 3 ต.ค. แต่เวลานี้มีมาแล้วกว่า 20 รายชื่อ คาดว่าจะเสนอเข้า ครม. ได้สัปดาห์หน้า ซึ่งตั้งเป้าไว้ทั้งหมดถึง 30 ชื่อ

หากสมมติ 30 รายชื่อที่เตรียมมา แกล้งถอนตัวไปสัก 4-5 คน ก็ต้องเสียเวลาสรรหาเติมอีก กว่าจะพร้อมประชุมคงล่วงเข้าไปใกล้ๆ ปีใหม่ กว่าจะศึกษาจบ กว่าจะได้คำถามประชามติ อาจต้องส่งกฤษฎีกาตรวจสอบความถูกต้องทางกฎหมายอีก ดูแล้วไปกันใหญ่ 

 

เมื่อย้อนกลับไปทบทวนความจำ รัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 ที่พรรคเพื่อไทยท่องคาถาว่าเป็น "ฉบับประชาชน" ดีที่สุดตั้งแต่มีรัฐธรรมนูญมานั้น รัฐบาล "บรรหาร ศิลปอาชา" พ่อ "ท็อป วราวุธ" เมื่อชนะเลือกตั้งมา ก็ตั้งคณะกรรมการปฏิรูปการเมือง มี "นพ.ประเวศ วะสี" ราษฎรอาวุโส เป็นประธาน

ต่อมาก็ศึกษาแนวทางปฏิรูป สรุปว่าต้องจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ผ่านโมเดล "ส.ส.ร." ที่มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งมีทั้งหมด 99 คน 

ปัญหาหนัก"เศรษฐา"รอเผชิญ-แก้รธน."ตามสเต็ป"หรือ"ยื้อเวลา"

จากนั้นก็ตั้ง ส.ส.ร. แล้ว ส.ส.ร. ก็ไปตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ มี "อานันท์ ปันยารชุน" อดีตนายกฯ เป็นประธาน ยกร่างใช้เวลา 240 วัน มีการไปรับฟังความเห็นทั่วประเทศ ก่อนจะส่งร่างฉบับสมบูรณ์ให้รัฐสภาลงมติ มีการรณรงค์ให้รับร่าง ไม่ต่างจากการทำประชามติ

โดยกรอบเวลานับตั้งแต่เริ่มตั้งคณะกรรมการปฏิรูปการเมือง จนถึงคลอดรัฐธรรมนูญปี 2540 ใช้เวลา 2 ปีเศษๆ เท่านั้น 

นี่คือประวัติศาสตร์การเมืองร่วมสมัยที่ใครก็จำกันได้ แล้วเหตุใดพรรคเพื่อไทยจึงจะใช้เวลาถึง 4 ปี 

 

นอกจากนี้ ต้องไม่ลืมว่ากฎหมายว่าด้วยการออกเสียงประชามติ มีผลบังคับใช้แล้วในรัฐบาลลุงตู่ ให้อำนาจ ครม.ในการตัดสินใจทำประชามติ ไม่ต้องไปถามใครอีก ส่วนคำถามประชามติ ก็ให้คณะกรรมการกฤษฎีกาคิดได้ ใช้เวลาไม่ถึงเดือนก็น่าจะจบแล้วเริ่มทำประชามติได้ เพื่อให้กระบวนการเดินหน้าต่อ

แต่สิ่งที่รัฐบาลเพื่อไทยกำลังทำก็คือ...

  • พยายามต่อเวลาให้เริ่มกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่จริงๆ ในห้วงเข้าปีที่ 2 ของรัฐบาล เพื่อให้กระบวนการทั้งหมด รวมถึงจัดทำกฎหมายลูก 4-10 ฉบับ จบภายใน 3 ปี เมื่อบวกกับช่วงดึงเวลา ดึงเกม 1 ปี ก็จะเป็น 4 ปี เท่าอายุรัฐบาลพอดี
  • เมื่อเข้าสู่ปีที่ 2 รัฐบาลจะเริ่มมีปัญหารุมเข้ามา ก็จะใช้รัฐธรรมนูญในการเบี่ยงกระแส เบนประเด็น เพื่อต่ออายุรัฐบาลต่อไปเรื่อยๆ 
  • เนื้อหาในรัฐธรรมนูญใหม่ โดยเฉพาะกติกาการเลือกตั้ง ต้องเป็นประโยชน์กับพรรคเพื่อไทย และพรรคการเมืองฝ่ายอนุรักษ์นิยม เพื่อสกัดก้าวไกล 


ทั้งหมดนี้คือภารกิจที่แท้จริงของการจัดทำรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีความสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดกระแสตีกลับ เป็นการต่อต้านรัฐบาล หรือลดทอนความนิยมของรัฐบาลได้เหมือนกัน 

ปัญหาหนัก"เศรษฐา"รอเผชิญ-แก้รธน."ตามสเต็ป"หรือ"ยื้อเวลา"

3.ประเด็นนิรโทษกรรม ที่จุดพลุจากพนักงานเสิร์ฟ "ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ" อดีตผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย งานนี้เกี่ยวข้องกับอดีตนายกฯทักษิณไม่มากก็น้อย ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม เพราะมิฉะนั้นคงไม่ให้ "เสี่ยเต้น" ออกมาขยับ 

  • การที่ณัฐวุฒิ โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กจุดพลุประเด็นนี้ เป็นความจงใจ ไม่ใช่สัมภาษณ์หลุดปาก ฉะนั้นเรื่องนี้จึงอยู่ใน "เกมใหญ่ทางการเมือง" 
  • "การวางบทบาทให้ณัฐวุฒิเปิดประเด็น เพื่อโยนหินถามทาง ดูอารมณ์สังคม โดยที่พรรคเพื่อไทยอ้างได้ว่าไม่เกี่ยวข้อง เพราะณัฐวุฒิลาออกจากผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทยไปแล้ว 


แต่งานนี้ข่าวแว่วว่า "เอาจริงแน่" เพราะล่าสุด แกนนำทั้งเสื้อเหลือง เสื้อแดง เริ่มเดินสายพบปะนักวิชาการ โดยเฉพาะกลุ่มที่เคยทำงานกับ "คณะกรรมการสมานฉันท์" ของสภาชุดที่แล้ว ที่เสนอทางออกเรื่องแก้ไขความขัดแย้งทางการเมือง และมีข้อเสนอเกี่ยวกับการนิรโทษกรรมผุ้ชุมนุม พร้อมข้อสังเกตจำนวนหนึ่ง 

เรื่องนิรโทษกรรม หากทำไม่ดี ไม่เนียน และไม่แคร์อารมณ์สังคม อาจกลายเป็นจุดจบรัฐบาลเศรษฐาได้เหมือนกัน 

4.โครงการแจกเงิน 10,000 บาท เป็นดิจิทัลวอลเล็ต เป็นอีก 1 นโยบายเดิมพันอนาคตรัฐบาล เพราะประชาชนตั้งความหวังกันมาก ส่วนกลุ่มที่คัดค้านก็ค้านแรงจริง แถมเตรียมจ่อไปยื่นองค์กรอิสระตรวจสอบ ถ้าทำพลาด มีโอกาสถึงยุบพรรค และรัฐบาลล้มกันเลยทีเดียว

ข่าวล่าสุด