นอกจากนี้ ต้องไม่ลืมว่ากฎหมายว่าด้วยการออกเสียงประชามติ มีผลบังคับใช้แล้วในรัฐบาลลุงตู่ ให้อำนาจ ครม.ในการตัดสินใจทำประชามติ ไม่ต้องไปถามใครอีก ส่วนคำถามประชามติ ก็ให้คณะกรรมการกฤษฎีกาคิดได้ ใช้เวลาไม่ถึงเดือนก็น่าจะจบแล้วเริ่มทำประชามติได้ เพื่อให้กระบวนการเดินหน้าต่อ
แต่สิ่งที่รัฐบาลเพื่อไทยกำลังทำก็คือ...
- พยายามต่อเวลาให้เริ่มกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่จริงๆ ในห้วงเข้าปีที่ 2 ของรัฐบาล เพื่อให้กระบวนการทั้งหมด รวมถึงจัดทำกฎหมายลูก 4-10 ฉบับ จบภายใน 3 ปี เมื่อบวกกับช่วงดึงเวลา ดึงเกม 1 ปี ก็จะเป็น 4 ปี เท่าอายุรัฐบาลพอดี
- เมื่อเข้าสู่ปีที่ 2 รัฐบาลจะเริ่มมีปัญหารุมเข้ามา ก็จะใช้รัฐธรรมนูญในการเบี่ยงกระแส เบนประเด็น เพื่อต่ออายุรัฐบาลต่อไปเรื่อยๆ
- เนื้อหาในรัฐธรรมนูญใหม่ โดยเฉพาะกติกาการเลือกตั้ง ต้องเป็นประโยชน์กับพรรคเพื่อไทย และพรรคการเมืองฝ่ายอนุรักษ์นิยม เพื่อสกัดก้าวไกล
ทั้งหมดนี้คือภารกิจที่แท้จริงของการจัดทำรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีความสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดกระแสตีกลับ เป็นการต่อต้านรัฐบาล หรือลดทอนความนิยมของรัฐบาลได้เหมือนกัน
3.ประเด็นนิรโทษกรรม ที่จุดพลุจากพนักงานเสิร์ฟ "ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ" อดีตผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย งานนี้เกี่ยวข้องกับอดีตนายกฯทักษิณไม่มากก็น้อย ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม เพราะมิฉะนั้นคงไม่ให้ "เสี่ยเต้น" ออกมาขยับ
- การที่ณัฐวุฒิ โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กจุดพลุประเด็นนี้ เป็นความจงใจ ไม่ใช่สัมภาษณ์หลุดปาก ฉะนั้นเรื่องนี้จึงอยู่ใน "เกมใหญ่ทางการเมือง"
- "การวางบทบาทให้ณัฐวุฒิเปิดประเด็น เพื่อโยนหินถามทาง ดูอารมณ์สังคม โดยที่พรรคเพื่อไทยอ้างได้ว่าไม่เกี่ยวข้อง เพราะณัฐวุฒิลาออกจากผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทยไปแล้ว
แต่งานนี้ข่าวแว่วว่า "เอาจริงแน่" เพราะล่าสุด แกนนำทั้งเสื้อเหลือง เสื้อแดง เริ่มเดินสายพบปะนักวิชาการ โดยเฉพาะกลุ่มที่เคยทำงานกับ "คณะกรรมการสมานฉันท์" ของสภาชุดที่แล้ว ที่เสนอทางออกเรื่องแก้ไขความขัดแย้งทางการเมือง และมีข้อเสนอเกี่ยวกับการนิรโทษกรรมผุ้ชุมนุม พร้อมข้อสังเกตจำนวนหนึ่ง
เรื่องนิรโทษกรรม หากทำไม่ดี ไม่เนียน และไม่แคร์อารมณ์สังคม อาจกลายเป็นจุดจบรัฐบาลเศรษฐาได้เหมือนกัน
4.โครงการแจกเงิน 10,000 บาท เป็นดิจิทัลวอลเล็ต เป็นอีก 1 นโยบายเดิมพันอนาคตรัฐบาล เพราะประชาชนตั้งความหวังกันมาก ส่วนกลุ่มที่คัดค้านก็ค้านแรงจริง แถมเตรียมจ่อไปยื่นองค์กรอิสระตรวจสอบ ถ้าทำพลาด มีโอกาสถึงยุบพรรค และรัฐบาลล้มกันเลยทีเดียว