"นายกฯ" กลับถึงไทย เผยความสำเร็จ บริษัทระดับโลกสนใจมาลงทุนเพียบ
24 ก.ย. 2566

"นายกฯ" กลับถึงไทยแล้ว หลังเข้าร่วมประชุม UNGA ที่สหรัฐฯ เผยบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกสนใจมาลงทุนในเพียบ พร้อมผลักดันบริษัทไทยเข้าตลาดหุ้นนิวยอร์ก
การเมือง
24 ก.ย. 2566

"นายกฯ" กลับถึงไทยแล้ว หลังเข้าร่วมประชุม UNGA ที่สหรัฐฯ เผยบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกสนใจมาลงทุนในเพียบ พร้อมผลักดันบริษัทไทยเข้าตลาดหุ้นนิวยอร์ก
24 กันยายน 2566 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เดินทางถึงประเทศไทย หลังจากเข้าร่วมการประชุม UNGA 78 ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อเวลา 07.10 น. โดยนายกฯ กล่าวว่า เป็นการเดินทาง 4 วันที่มีภารกิจมาก ขอบคุณกระทรวงการต่างประเทศ BOI และเจ้าหน้าที่ที่ช่วยทำให้ภารกิจสำเร็จลุล่วง
ในการประชุมครั้งนี้ ได้พบปะกับผู้นำหลายประเทศที่เข้าร่วมการประชุม และได้กล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมทั้งสิ้น 5 ครั้ง พบผู้นำองค์กรระหว่างประเทศที่สำคัญสององค์กร และได้พบ ผู้บริหาร บริษัทยักษ์ใหญ่ระหว่างประเทศหลายบริษัท อาทิ Tesla, Google, Microsoft, Citibank, JP Morgan, Estee lauder โดยบริษัทเหล่านี้สนใจการลงทุนในประเทศไทย ซึ่งนายกฯ พร้อมให้การสนับสนุนการลงทุนในไทยมากขึ้น โดยหลักๆแบ่งเป็นสองภาคส่วนคือ บริษัทเทคโนโลยี และบริษัทการเงิน
นอกจากนี้ยังได้หารือกับผู้นำตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก ที่มีศักยภาพมากและพยายามจะผลักดันให้ภายในปีนี้ มีอย่างน้อยหนึ่งบริษัทของไทยที่ได้ไปลงทุน
สำหรับการหารือกับผู้บริหาร FIFA และพูดคุยถึงการจะให้ไทย เป็นเจ้าภาพในการจัดฟุตบอลโลกภายในปี 2032 หรือในอีก 9 ปีข้างหน้า และขอให้สนับสนุน ฟุตบอลรากหญ้าของไทย โดยจากเดิมที่สนับสนุนปีละ 250,000 ดอลลาร์สหรัฐ เป็น 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งค่อนข้างเป็นเงินจำนวนที่มากพอสมควร
อีกทั้งในปีนี้ สหประชาชาติมีหัวข้อหลัก ที่จะให้ทุกประเทศร่วมกันแก้ปัญหาความแตกแยก ช่วยกันผลักดันตัวชี้วัด SDG 17 ข้อ ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลยที่จะแก้ไขปัญหาด้วยประเทศเดียวทั่วทั้งโลก ต้องให้ความร่วมมือสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ในส่วนของภาวะโลกร้อน ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ระบุไปแล้วว่า ไม่ใช่เพียงแค่โลกร้อนแต่เป็นโลกเดือด ปัญหาสิทธิมนุษยชนรวมถึงได้ร่วมประกาศจุดยืนของประเทศไทย ในฐานะประเทศที่ปกครองโดยระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข รวมถึงส่งเสริมการเกษตรพอเพียงผ่านอารยะเกษตร การให้ประชาชนรับบริการสาธารณสุขที่ดีขึ้น
นอกจากนั้นเรายังได้นำเสนอนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรคอัปเกรด ทำให้ประชาชนมีสิทธิ์เลือกใช้บริการสาธารณสุขของรัฐได้อย่างสมเกียรติ เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมาทำให้เห็นว่า เรื่องนี้เป็นปัญหาใหญ่ที่ต้องดูแลและป้องกันในอนาคต
ผู้สื่อข่าวถามว่า ต่างประเทศที่จะมาลงทุน ยังมีความกังวลกับสถานการณ์ในประเทศ หรืออุปสรรคใดหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า ความกังวลเรื่องนี้ลดหายไปมาก และคิดว่าคงไม่มีเรื่องนี้แล้ว แต่จะมีเรื่องกฎหมายบางข้อ และการอำนวยความสะดวกในการธุรกิจ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาในการประชุมทั้งบีโอไอและกระทรวงการต่างประเทศ ต่างไปช่วยกันขยายความว่า เราพร้อมสำหรับการลงทุน พร้อมที่จะรับฟังความเห็น อะไรทำได้จะทำก่อน อะไรที่ต้องแก้ไขกฎกติกา จะมาดูความเหมาะสมอีกครั้ง
เมื่อถามว่า ธุรกิจอะไรที่ต่างชาติให้ความสนใจมาลงทุนมากที่สุด นายเศรษฐา กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับแต่ละบริษัท เช่น เทสล่า ที่จะมาดูเรื่องของการเปิดโรงงานผลิตรถยนต์อีวี ขณะที่ไมโครซอฟต์ กูเกิ้ล มาดูเรื่องการทำดาต้า เซนเตอร์ ที่จะมีการลงทุนสูงมาก ประมาณ 5 พันล้านเหรียญสหรัฐต่อราย สำหรับการลงทุนขั้นต้น
เมื่อถามว่า อุปสรรคด้านกฎหมายต่อการลงทุน เรื่องใดสำคัญที่สุด นายเศรษฐา กล่าวว่า ไม่มีเรื่องใดเป็นพิเศษ แต่เราไม่ได้ไปค้าขายระหว่างประเทศมานาน ทำให้บางบริษัทมีความกังวลเวลาที่มาลงทุน จะมีกฎที่เป็นมาตรฐานอยู่แล้ว แต่ของเราอาจยังไม่มีการดูแลตรงนี้ ซึ่งต้องนำไปพิจารณาดูแลรายละเอียดให้เกิดความเหมาะสม
เมื่อถามว่า จากการไปพูดคุยกับบริษัทรายใหญ่ ได้ประเมินมูลค่าการลงทุนในประเทศไทยประมาณเท่าไร นายเศรษฐา กล่าวว่า ประเมินได้ลำบาก เพราะภาคอุตสาหกรรม เช่น เทสล่า ไมโครซอฟต์ กูเกิ้ล การลงทุนขั้นต้นประมาณ 5 พันล้านเหรียญ แต่บริษัทที่เกี่ยวข้องกับการเงิน อาจจะทำให้เกิดการลงทุนที่สูงมาก หากมาตั้งสำนักงานที่ประเทศไทย มีโอกาสที่บริษัทเหล่านั้น อาจเผยแพร่ความน่าอยู่และตัวเลขเศรษฐกิจ ความเจริญของประเทศไทย และนำบริษัทอื่นมาลงทุนในไทย
“ในการประชุมเอเปกที่จะเกิดขึ้น อาจจะเชิญบริษัทขนาดกลาง เพื่อเปิดโอกาสได้ไปเสนอตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนข้ามชาติ ที่เราไปลงทุนในประเทศเขา หรือเขามาลงทุนในประเทศเรา เป็นการเปิดช่องทาง สร้างงาน สร้างรายได้ ให้ประชาชน” นายกฯ กล่าว
ข่าวล่าสุด