เพราะการยึดเกาะเหล่านี้ จะทำลายการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่าน ผู้สันทัดกรณีชี้ว่า การแย่งชิงเกาะเหล่านี้จากอิหร่าน อาจเป็นการต่อสู้ที่นองเลือดอย่างยิ่ง เนื่องจากได้รับการคุ้มครองโดยกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม หรือ IRGC ที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหดและติดอาวุธครบครัน
สหรัฐฯ ใช้ปฏิบัติการทางอากาศทำลายบังเกอร์ กองกำลังรักษาการณ์บนเกาะ เรือปืน และโดรนทางทะเลของ IRGC รวมถึงเฮลิคอปเตอร์อาปาเช่ (Apache) และเครื่องบินรบ "เอ-เทนธันเดอร์โบลท์" (A-10 Thunderbolt) ที่บินต่ำ แต่หน่วยนาวิกโยธิน
ซึ่งได้รับการฝึกฝนให้ยึดและเสริมกำลังบนเกาะเล็กๆ อาจเผชิญกับการโจมตีอย่างหนักด้วยขีปนาวุธและโดรนสังหารของอิหร่าน ที่ยิงมาจากแทบทุกที่บนแผ่นดินใหญ่ของอิหร่าน ซึ่งศาสตราจารย์อีแวน เอลลิส จากวิทยาลัยการสงครามกองทัพบกสหรัฐฯ (US Army War College) ให้ความเห็นว่า "นาวิกโยธินอาจกลายเป็นเป้าหมายของโดรน"
หน่วยปฏิบัติการนาวิกโยธิน (Marine Expeditionary Unit) หรือ MEU พร้อมเรือสนับสนุนด้านโลจิสติกส์ กำลังเดินทางมาจากฐานทัพในแคลิฟอร์เนีย เพื่อเสริมกำลังในการยึดครองพื้นที่ เป็นการตอกย้ำคำขู่ของทรัมป์ที่จะยึดครองคาร์ก ขณะที่กองเรือยกพลขึ้นบกที่ 11 (11th Amphibious Ready Group) หรือ ARG ซึ่งเป็นกลุ่มเรือรบสะเทินน้ำสะเทินบกของกองทัพเรือสหรัฐฯ
พร้อมเรือสนับสนุนและนาวิกโยธิน 2,500 นาย ได้เดินทางข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกไปแล้วกว่าครึ่งทาง โดยอยู่ระหว่างพักที่ฮาวาย เพื่อเตรียมเข้าร่วมกับหน่วยนาวิกโยธินที่ 31 (31st Marine Expeditionary Unit) ซึ่งมีจำนวนทหารเท่ากันประจำการอยู่รอบๆ ช่องแคบฮอร์มุซบนเรือ "ยูเอสเอส ทริโปลี" (USS Tripoli) และกำลังเสริมมีกำหนดจะเดินทางถึงตะวันออกกลางในเร็วๆ นี้
รวมถึงเรือบรรทุกสินค้าดัดแปลงที่ติดตั้งโรงพยาบาลบนเรือ ที่มีเตียงมากกว่า 100 เตียง เพราะคาดว่าจะมีผู้บาดเจ็บจำนวนมากในภารกิจที่อาจ "อันตราย" เพื่อเข้าควบคุมพื้นที่ขนส่งน้ำมันหลักของโลก ที่ถูก IRGC ควบคุม ขณะที่พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ ได้เปรียบเทียบสถานการณ์นี้กับ "การปิดล้อมตัวประกันโดยผู้ก่อการร้ายในระดับโลก"
ดาดฟ้าชั้นล่างของเรือ ถูกดัดแปลงเป็นดาดฟ้าสำหรับเรือสะเทินน้ำสะเทินบกแบบโฮเวอร์คราฟต์ LCAC (Landing Craft Air Cushion) ขนาดใหญ่หลายสิบลำ ที่ใช้ในการขนส่งกำลังเสริม ปืนใหญ่ ยานเกราะ และเสบียงจำนวนมาก ไปยังหน่วยนาวิกโยธินที่ถูกส่งเข้าไปในตอนแรกโดยเฮลิคอปเตอร์และเครื่องบินปีกหมุน
พันเอกรอน แมคแคมมอน อดีตนายทหารหน่วยรบพิเศษของสหรัฐฯ ให้ความเห็นว่า "การรักษากองกำลังบนเกาะจะเป็นงานที่ซับซ้อน พวกเขาต้องการอุปกรณ์ป้องกันภัยทางอากาศและอุปกรณ์ทางวิศวกรรม ถุงลมขนาดมหึมา อาจใช้พัดทุ่นระเบิดลอยน้ำที่ถูกทิ้งลงในน่านน้ำรอบเกาะต่างๆ"
เรือพิฆาตและเรือสนับสนุนของกองทัพเรือ ยังได้รับการติดตั้งปืนเลเซอร์ที่พัฒนาขึ้นใหม่ ซึ่งสามารถยิงลำแสงที่สามารถทำลายฝูงโดรนได้ทั้งฝูง แต่ตำแหน่งของเรือรบและหน่วยนาวิกโยธินของสหรัฐฯ อาจถูกเปิดเผยโดยดาวเทียมสอดแนมของรัสเซีย
ซึ่งเชื่อว่ากำลังติดตามความเคลื่อนไหวทางทหารของสหรัฐฯ ในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย ข่าวกรองจากดาวเทียมรัสเซีย อาจเป็นปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้สามารถโจมตีเรดาร์ป้องกันภัยทางอากาศที่สำคัญของสหรัฐฯ และเครื่องบินเอแว็ค (Airborne Warning and Control System-AWAC) ที่ถูกทำลายโดยโดรนชาเฮด (Shahed) ที่ฐานทัพอากาศปริ๊นซ์ สุลต่าน ในซาอุดิอาระเบีย เมื่อวันเสาร์ (28 มีนาคม) ที่ผ่านมาได้
เกาะคาร์ก (เปอร์เซีย: جزیره خارگ) เป็นเกาะในประเทศอิหร่าน ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอ่าวเปอร์เซีย อยู่ห่างจากชายฝั่งของอิหร่าน 25 กิโลเมตร (16 ไมล์) และอยู่ห่างจากช่องแคบฮอร์มุซไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ 483 กิโลเมตร (300 ไมล์) เป็นที่ตั้งของสถานีส่งออกน้ำมันที่สำคัญ เป็นที่มั่นสุดท้ายของฮอลันดาในอ่าวเปอร์เซีย จนชาวเปอร์เซียบุกเข้าทำลายสถานีการค้าในปี ค.ศ. 1766
ภาพและข้อมูลจาก Wikipedia
#เกาะคาร์ก #โดนัลด์ทรัมป์ #อิหร่านสหรัฐ #สงครามพลังงาน #นาวิกโยธิน #เลเซอร์รบ #ช่องแคบฮอร์มุซ #IRGC #ข่าวต่างประเทศ #สถานการณ์โลก2026