เนชั่นทีวี

ข่าว

โลกจับตา! "ทรัมป์" เดินหน้า! สั่ง "นาวิกโยธิน" เตรียมยึด "เกาะคาร์ก" จุดยุทธศาสตร์น้ำมัน 95% ของ "อิหร่าน"

04 เม.ย. 2569

โลกจับตา! "ทรัมป์" เดินหน้า! สั่ง "นาวิกโยธิน" เตรียมยึด "เกาะคาร์ก" จุดยุทธศาสตร์น้ำมัน 95% ของ "อิหร่าน"

โลกจับตา! "ทรัมป์" เดินหน้า! สั่ง "นาวิกโยธิน" เตรียมยึด "เกาะคาร์ก" ส่งเรือรบติดตั้งเลเซอร์สอยโดรน ปิดล้อมจุดยุทธศาสตร์น้ำมัน 95% ของ "อิหร่าน"

4 เมษายน 2569 เริ่มมีสัญญาณที่ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ เกี่ยวกับแผนการยึด "เกาะคาร์ก" ที่ถือเป็น "หัวใจด้านพลังงาน" ของอิหร่าน ที่รวมทั้งการส่งหน่วยนาวิกโยธินที่ 31 (31st Marine Expeditionary Unit) ซึ่งเป็นหน่วยเคลื่อนที่เร็ว และประจำการถาวรบนเกาะโอกินาวาของญี่ปุ่น เดินทางไปยังตะวันออกกลาง เพื่อเตรียม "บุกโจมตีป้อมปราการสำคัญบนเกาะต่างๆ" เพื่อเปิดทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และหลักฐานที่เด่นชัดอีกประการหนึ่งคือ กระทรวงกลาโหม หรือ เพนตากอน ได้สั่งซื้อบังเกอร์สำเร็จรูปสำหรับยึดครองเกาะต่างๆ เหล่านี้

 

โลกจับตา! "ทรัมป์" เดินหน้า! สั่ง "นาวิกโยธิน" เตรียมยึด "เกาะคาร์ก" จุดยุทธศาสตร์น้ำมัน 95% ของ "อิหร่าน"

เกาะคาร์ก

 

โลกจับตา! "ทรัมป์" เดินหน้า! สั่ง "นาวิกโยธิน" เตรียมยึด "เกาะคาร์ก" จุดยุทธศาสตร์น้ำมัน 95% ของ "อิหร่าน"

 

โลกจับตา! "ทรัมป์" เดินหน้า! สั่ง "นาวิกโยธิน" เตรียมยึด "เกาะคาร์ก" จุดยุทธศาสตร์น้ำมัน 95% ของ "อิหร่าน"

 

 

 

 

 

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เล็งเป้าหมายไปที่ท่าเรือน้ำมันหลักของอิหร่านบนเกาะคาร์ก ซึ่งเป็นจุดขนส่งน้ำมันถึง 95% ของประเทศ ซึ่งเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เขาเปรยว่าอาจกำลังจะส่งหน่วยนาวิกโยธินฝีมือเยี่ยมของเขาออกไป 

 

โดยบอกว่า "ผมกำลังพิจารณาที่จะยึดเกาะคาร์ก"

ยังมีเกาะเล็กอื่นๆ ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งภายใต้การควบคุมของอิหร่าน ซึ่งอยู่ใน "เส้นวงแหวนสีแดง" (Red Ring) ที่หมายถึงกลยุทธ์การป้องกันทางทหารที่เข้มงวด

โดยเฉพาะการวางแนวป้องกันพื้นที่สำคัญของเกาะ  

 

โลกจับตา! "ทรัมป์" เดินหน้า! สั่ง "นาวิกโยธิน" เตรียมยึด "เกาะคาร์ก" จุดยุทธศาสตร์น้ำมัน 95% ของ "อิหร่าน"

 

โลกจับตา! "ทรัมป์" เดินหน้า! สั่ง "นาวิกโยธิน" เตรียมยึด "เกาะคาร์ก" จุดยุทธศาสตร์น้ำมัน 95% ของ "อิหร่าน"

 

โลกจับตา! "ทรัมป์" เดินหน้า! สั่ง "นาวิกโยธิน" เตรียมยึด "เกาะคาร์ก" จุดยุทธศาสตร์น้ำมัน 95% ของ "อิหร่าน"

 

 

 

 

 

 

เพราะการยึดเกาะเหล่านี้ จะทำลายการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่าน ผู้สันทัดกรณีชี้ว่า การแย่งชิงเกาะเหล่านี้จากอิหร่าน อาจเป็นการต่อสู้ที่นองเลือดอย่างยิ่ง เนื่องจากได้รับการคุ้มครองโดยกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม หรือ IRGC ที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหดและติดอาวุธครบครัน

 

สหรัฐฯ ใช้ปฏิบัติการทางอากาศทำลายบังเกอร์ กองกำลังรักษาการณ์บนเกาะ เรือปืน และโดรนทางทะเลของ IRGC รวมถึงเฮลิคอปเตอร์อาปาเช่ (Apache) และเครื่องบินรบ "เอ-เทนธันเดอร์โบลท์" (A-10 Thunderbolt) ที่บินต่ำ แต่หน่วยนาวิกโยธิน 

ซึ่งได้รับการฝึกฝนให้ยึดและเสริมกำลังบนเกาะเล็กๆ อาจเผชิญกับการโจมตีอย่างหนักด้วยขีปนาวุธและโดรนสังหารของอิหร่าน ที่ยิงมาจากแทบทุกที่บนแผ่นดินใหญ่ของอิหร่าน ซึ่งศาสตราจารย์อีแวน เอลลิส จากวิทยาลัยการสงครามกองทัพบกสหรัฐฯ (US Army War College) ให้ความเห็นว่า "นาวิกโยธินอาจกลายเป็นเป้าหมายของโดรน" 

หน่วยปฏิบัติการนาวิกโยธิน (Marine Expeditionary Unit) หรือ MEU พร้อมเรือสนับสนุนด้านโลจิสติกส์ กำลังเดินทางมาจากฐานทัพในแคลิฟอร์เนีย เพื่อเสริมกำลังในการยึดครองพื้นที่ เป็นการตอกย้ำคำขู่ของทรัมป์ที่จะยึดครองคาร์ก ขณะที่กองเรือยกพลขึ้นบกที่ 11  (11th Amphibious Ready Group) หรือ ARG ซึ่งเป็นกลุ่มเรือรบสะเทินน้ำสะเทินบกของกองทัพเรือสหรัฐฯ 

พร้อมเรือสนับสนุนและนาวิกโยธิน 2,500 นาย ได้เดินทางข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกไปแล้วกว่าครึ่งทาง โดยอยู่ระหว่างพักที่ฮาวาย เพื่อเตรียมเข้าร่วมกับหน่วยนาวิกโยธินที่ 31 (31st Marine Expeditionary Unit) ซึ่งมีจำนวนทหารเท่ากันประจำการอยู่รอบๆ ช่องแคบฮอร์มุซบนเรือ "ยูเอสเอส ทริโปลี" (USS Tripoli) และกำลังเสริมมีกำหนดจะเดินทางถึงตะวันออกกลางในเร็วๆ นี้ 

 

รวมถึงเรือบรรทุกสินค้าดัดแปลงที่ติดตั้งโรงพยาบาลบนเรือ ที่มีเตียงมากกว่า 100 เตียง เพราะคาดว่าจะมีผู้บาดเจ็บจำนวนมากในภารกิจที่อาจ "อันตราย" เพื่อเข้าควบคุมพื้นที่ขนส่งน้ำมันหลักของโลก ที่ถูก IRGC ควบคุม ขณะที่พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ ได้เปรียบเทียบสถานการณ์นี้กับ "การปิดล้อมตัวประกันโดยผู้ก่อการร้ายในระดับโลก" 

 

ดาดฟ้าชั้นล่างของเรือ ถูกดัดแปลงเป็นดาดฟ้าสำหรับเรือสะเทินน้ำสะเทินบกแบบโฮเวอร์คราฟต์ LCAC (Landing Craft Air Cushion) ขนาดใหญ่หลายสิบลำ ที่ใช้ในการขนส่งกำลังเสริม ปืนใหญ่ ยานเกราะ และเสบียงจำนวนมาก ไปยังหน่วยนาวิกโยธินที่ถูกส่งเข้าไปในตอนแรกโดยเฮลิคอปเตอร์และเครื่องบินปีกหมุน 

 

 

พันเอกรอน แมคแคมมอน อดีตนายทหารหน่วยรบพิเศษของสหรัฐฯ ให้ความเห็นว่า "การรักษากองกำลังบนเกาะจะเป็นงานที่ซับซ้อน พวกเขาต้องการอุปกรณ์ป้องกันภัยทางอากาศและอุปกรณ์ทางวิศวกรรม ถุงลมขนาดมหึมา อาจใช้พัดทุ่นระเบิดลอยน้ำที่ถูกทิ้งลงในน่านน้ำรอบเกาะต่างๆ" 

 

เรือพิฆาตและเรือสนับสนุนของกองทัพเรือ ยังได้รับการติดตั้งปืนเลเซอร์ที่พัฒนาขึ้นใหม่ ซึ่งสามารถยิงลำแสงที่สามารถทำลายฝูงโดรนได้ทั้งฝูง แต่ตำแหน่งของเรือรบและหน่วยนาวิกโยธินของสหรัฐฯ อาจถูกเปิดเผยโดยดาวเทียมสอดแนมของรัสเซีย 

ซึ่งเชื่อว่ากำลังติดตามความเคลื่อนไหวทางทหารของสหรัฐฯ ในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย ข่าวกรองจากดาวเทียมรัสเซีย อาจเป็นปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้สามารถโจมตีเรดาร์ป้องกันภัยทางอากาศที่สำคัญของสหรัฐฯ และเครื่องบินเอแว็ค (Airborne Warning and Control System-AWAC) ที่ถูกทำลายโดยโดรนชาเฮด (Shahed) ที่ฐานทัพอากาศปริ๊นซ์ สุลต่าน ในซาอุดิอาระเบีย เมื่อวันเสาร์ (28 มีนาคม) ที่ผ่านมาได้

 

เกาะคาร์ก (เปอร์เซีย: جزیره خارگ) เป็นเกาะในประเทศอิหร่าน ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอ่าวเปอร์เซีย อยู่ห่างจากชายฝั่งของอิหร่าน 25 กิโลเมตร (16 ไมล์) และอยู่ห่างจากช่องแคบฮอร์มุซไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ 483 กิโลเมตร (300 ไมล์) เป็นที่ตั้งของสถานีส่งออกน้ำมันที่สำคัญ เป็นที่มั่นสุดท้ายของฮอลันดาในอ่าวเปอร์เซีย จนชาวเปอร์เซียบุกเข้าทำลายสถานีการค้าในปี ค.ศ. 1766

 

 


ภาพและข้อมูลจาก Wikipedia 


#เกาะคาร์ก #โดนัลด์ทรัมป์ #อิหร่านสหรัฐ #สงครามพลังงาน #นาวิกโยธิน #เลเซอร์รบ #ช่องแคบฮอร์มุซ #IRGC #ข่าวต่างประเทศ #สถานการณ์โลก2026