เนชั่นทีวี

ข่าว

“กรณ์” จี้ รบ.ใช้อำนาจตามกฎหมายดึงกำไรโรงกลั่น-หยุดหน่อมแน้ม

04 เม.ย. 2569

“กรณ์” จี้ รบ.ใช้อำนาจตามกฎหมายดึงกำไรโรงกลั่น-หยุดหน่อมแน้ม

“กรณ์” กระตุกรัฐบาลอย่าหน่อมแน้มขอเงินบริจาคจากโรงกลั่น - จี้ต้องใช้อำนาจกฎหมายสาง “กำไรโรงกลั่น” ชั้ ปชช.รอการทำงานที่จริงจัง-โปร่งใส

นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคฯ เรียกร้องให้รัฐบาลแสดงความจริงใจและจริงจังในการแก้ไขปัญหาปากท้องประชาชน โดยเฉพาะกรณีส่วนต่างค่าการกลั่นน้ำมันที่พุ่งสูงผิดปกติ โดยระบุว่า รัฐต้องใช้อำนาจตามกฎหมายแทนการขอรับบริจาค เพื่อความโปร่งใสและเป็นธรรมตามหลักธรรมาภิบาล 

 

นายกรณ์ ยังระบุว่า ปัจจุบันประชาชนกำลังเผชิญวิกฤตค่าครองชีพจากปรากฏการณ์ค่าการกลั่นที่บางวันพุ่งสูงถึง 17 บาทต่อลิตร ซึ่งรัฐบาลได้แต่งตั้งคณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร.) ขึ้นมาตรวจสอบเรื่องนี้แล้ว ซึ่งหาก คตร.พบข้อเท็จจริงว่า โรงกลั่นมีกำไรเกินควรจริง รัฐบาลต้องกล้าหาญที่จะใช้อำนาจรัฐดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย อย่าหน่อมแน้มขอเงินบริจาคจากโรงกลั่น

นายกรณ์ ยังเตือนรัฐบาลว่า การใช้วิธีขอความร่วมมือโดยไม่มีกฎหมายรองรับนั้น นอกจากจะแสดงถึงความไม่จริงจังแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อหลักธรรมาภิบาลของโรงกลั่นที่เป็นบริษัทมหาชนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาการฟ้องร้องจากผู้ถือหุ้นได้

แฉยุทธศาสตร์เดิมปี 65 ตกลงหมื่นล้านจ่ายจริงแค่หลักร้อย

 

นายกรณ์ ยังได้หยิบบทเรียนเมื่อปี 2565 เพื่อเตือน นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธาน คตร.ว่า อย่าเดินซ้ำรอยยุทธศาสตร์การซื้อเวลาที่ทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และผู้ประกอบการเคยใช้มาแล้ว โดยในครั้งนั้น โรงกลั่นเคยตกลงว่าจะบริจาคเงินรวม 24,000 ล้านบาท (เดือนละ 8,000 ล้านบาท เป็นเวลา 3 เดือน) แต่สุดท้ายกลับมีการจ่ายจริงเพียงไม่กี่ร้อยล้านบาทจากบางบริษัทเท่านั้น และเรื่องก็เงียบหายไปโดยไม่มีการแก้ไขโครงสร้างราคาที่บกพร่องอย่างแท้จริง

นายกรณ์ ยังย้ำว่า ความชัดเจนและความโปร่งใสคือหัวใจสำคัญของการสร้างความเป็นธรรมให้กับทุกฝ่าย สังคมควรได้รับรู้ว่าโครงสร้างราคาในปัจจุบันบกพร่องจริงหรือไม่ และประชาชนรอการทำงานที่จริงจังและโปร่งใส ดังนั้น รัฐบาลอย่าใช้วิธีการซื้อเวลารอให้กระแสกดดันผ่านไป รัฐบาลต้องยึดหลักธรรมาภิบาลและกฎหมายที่ถูกต้อง เพื่อความเป็นธรรมต่อทั้งภาคธุรกิจและที่สำคัญที่สุดคือเพื่อบรรเทาความทุกข์ร้อนของพี่น้องประชาชน