สมชัย จี้ "นายกฯเศรษฐา" เปิด 50 รายชื่อ ร่วมคณะนายกฯบินไปสหรัฐอเมริกา
21 ก.ย. 2566 | อสนีบาต

ชำแหละปมคาใจ นายกฯเศรษฐา บินประชุมยูเอ็น หักล้างคำแถลง รองเลขาฯนายกฯ พบไม่เคลียร์ บางประเด็นส่อทุจริต เตือนมีผู้ขยายผล นายกฯพ้นตำแหน่งได้
การเมือง
21 ก.ย. 2566 | อสนีบาต

ชำแหละปมคาใจ นายกฯเศรษฐา บินประชุมยูเอ็น หักล้างคำแถลง รองเลขาฯนายกฯ พบไม่เคลียร์ บางประเด็นส่อทุจริต เตือนมีผู้ขยายผล นายกฯพ้นตำแหน่งได้
21 กันยายน 2566 "นายสมชัย ศรีสุทธิยากร" อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยังคงเดินหน้าตรวจสอบกรณี "รัฐบาลเศรษฐา" เช่าเหมาลำเครื่องบินการบินไทย เดินทางไปร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 78 ที่นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา แม้ "น.ส.นัทรียา ทวีวงศ์" รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำ ได้ออกมาแถลงแล้ว แต่พบว่า ยังมีข้อคำถามจากสังคมให้คาใจ พร้อมกับเรียกร้องให้สำนักนายกฯ เปิดเผยข้อมูลรายชื่อคณะร่วมเดินทาง 50 คน
"นายสมชัย" เปิดเผยผ่าน "เนชั่นทีวี" โดยได้แจกแจงหักล้างเป็นข้อๆดังนี้
หนึ่ง ถามว่า ทำไมเครื่องทอ.แพงกว่าเครื่องเอกชนได้อย่างไร คิดง่ายๆ ถ้าเดินทางไปสักที่หนึ่ง มีการเช่ารถตู้เอกชน กับใช้รถหลวงเติมน้ำมัน รถหลวงเติมน้ำมันต้องถูกกว่า ทอ. มีเครื่องบินอยู่แล้วค่าใช้จ่ายคือค่าน้ำมันและค่าปฏิบัติการต่างๆ แล้วซื้อมาหลายพันล้านเป็นเครื่องบินประจำตำแหน่งนายกฯ ซึ่งเครื่องเป็นของหลวงต้องถูกกว่า เครื่องเหมาจ่ายการบินไทย
การกล่าวอ้างว่า เครื่องทอ.แพงกว่า เป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อว่าจริง จะให้จริงต้องมีเอกสารหลักฐาน จากกองทัพอากาศ มาแสดงด้วย ไม่ใช่พูดแต่เพียงปากเปล่า
สอง ที่มีการแถลงว่า เครื่องกองทัพอากาศ มีที่นั่งชั้นหนึ่ง 6 ที่นั่ง ที่นั่งชั้นธุรกิจ 30 ที่นั่ง ปรากฏว่า เสียหายใช้การไม่ได้ 15 ที่นั่งเกรงว่าจะไม่เพียงพอ เป็นเครื่องหมายคำถามใหญ่ๆว่า ทอ.มีหน้าที่ดูแลทรัพย์สมบัติของชาติให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานตลอดเวลา คุณทำหน้าที่อย่างไร ให้เครื่องบิน ซึ่งเป็นเครื่องบินของนายกฯเก้าอี้เสียหาย 15 ที่นั่ง
"เป็นการกล่าวหารุนแรง และทำให้ทอ.เสียเกียรติภูมิ ในความหมายทางการทหาร เหมือนกับว่าถ้ามีการรบกันแต่เครื่องไม่พร้อมประมาณนั้น อีกทั้งนายกฯจะเดินทางเก้าอี้เสียหาย 15 ที่นั่ง คำถาม ทำไมไม่บำรุงรักษาเครื่องให้พร้อมใช้งาน เป็นคำถามทอ. สิ่งนี้ เป็นการทำให้เกียรติภูมิกองทัพเสียหาย"
สาม ที่อ้างว่า ไม่มีหลักประกันหากใช้เครื่องทอ.ในกรณีนายกฯ มีภารกิจ แต่มีงานอื่นเข้ามา อาจแคนเซิลงานนายกฯ ประโยคนี้ กล่าวไม่ได้ งานอะไรสำคัญกว่า นายกฯกับกองทัพ ใครใหญ่กว่า จะมาอ้างว่ามีความไม่แน่นอน คำตอบแบบนี้เป็นการตอบแบบเด็กๆ และทำให้ประชาชนรู้สึกว่าไม่ใช่คำตอบที่ดี เพราะถ้าวิเคราะห์เนื้อหายังเป็นคำถามตลอดเวลา
กรณี ระบุว่ามีผู้โดยสาร 50 คน เรารู้แค่ตัวเลข แต่ไม่เคยเปิดเผยรายชื่อ ทั้งที่สื่อมวลชน สังคม เรียกร้องมีใครบ้าง ปรากฏว่าทุกอย่างเป็นความลับทางราชการ จนกระทั่งกลายเป็นว่า พอมีชื่อปรากฏต่อหน้าสื่อ 19 รายชื่อ มีรายชื่อแปลก ๆเพิ่งมาแจ้งสื่อมวลชน ว่าไปในฐานะผู้ติดตามอย่างนั้นอย่างนี้
"นายสมชัย" ยังชี้ประเด็น "คำชี้แจงว่าเป็นการเช่าเหมาลำ คิดมูลค่าทั้งหมด 50 คน มีที่นั่งชั้นธุรกิจ 22 ที่นั่ง ชั้นประหยัด 234 ที่นั่ง ถ้าเช่าเหมาลำ ต้องคิดจากที่นั่งหมดออกมา รายการการบินไทยพูดมาคือเช่าทั้งลำ ถ้าขึ้นไป อาจมีผู้ใหญ่นั่งชั้นธุรกิจ 22 ที่ ส่วนอีก 28 ที่ นั่งยาวเลย เพื่อให้คน 28 คนนั่งยาวเลย ค่าใช้จ่ายนี้เป็นการถัวจาก 50 คน"
"จะมาบอกว่า คนที่ไปออกค่าใช้จ่ายเอง กี่คนก็ไม่บอก จะมีหนึ่งหรือสองคน หรือมีมากกว่านี้หรือไม่ บางคนบอกมีผู้สื่อข่าวออกเงินเองด้วย ตรงนี้ก็ไม่ชัดเจนทั้งสิ้น วิธีการจ่ายคืนอย่างไร ระเบียบราชการให้จ่ายคืนได้ไหม
"ในเมื่อทุกอย่างมีบิลจากการบินไทยส่งมาให้เบิก 30 ล้าน ราชการก็ตั้งงบสามสิบล้านจ่ายคืนไป แต่การแถลงของรองเลขาธิการนายกฯเป็นการตอบเพื่อให้พ้นตัวไปว่า จ่ายเงินเองจบ ทั้งที่โดยข้อเท็จจริงแล้วคนเหล่านี้ไม่สามารถไปได้"
"นายสมชัย" ยังแจกแจง ต่อไปว่า 1.ผู้ติดตามนายกฯ อาจบอกว่าเป็นเลขาส่วนตัวสำคัญหรือไม่ อาจสำคัญเพราะเป็นคนที่นายกฯไว้ใจที่สุด เดินตามนายกฯตลอดเวลา สิ่งที่นายกฯควรทำควรแต่งตั้งให้เป็นคณะทำงานอะไรบางอย่างขึ้นมาและใช้สิทฺธิในการเดินทางไป ไม่ใช่ยังไม่ทันแต่งตั้งก็ใช้สิทธิเดินทางไปแล้ว ถ้าเป็นเช่นนั้นใครก็ตาม เดินถือแฟ้ม หรือสนิทนายกฯเดินขึ้นได้ใช่หรือไม่ อย่างนี้ไม่ถูกต้อง
"กรณี ลูกสาวนายกฯ ประเด็นนี้สำคัญ ในส่วนภรรยาไปได้ เพราะต้องออกพิธีการด้วย แต่การแถลงอ้างว่าที่มีลูกสาวไปด้วยเพื่อไปติดตามดูแลคุณแม่ จะเกิดคำถาม ต้องมียาม ติดตามไปไหม แม่บ้านติดตามไปไหม ทุกอย่างตามไปได้หมด ทั้งหมดนี้ไม่สามารถใช้เครื่องบินของหลวงขึ้นไปได้ ถ้าอยากไปดูแลแม่ต้องขึ้นเครื่องบินแยกต่างหากไป จะมาบอกว่าจ่ายเงินคืนทีหลังไม่ได้ ฉะนั้นสิ่งที่รองเลขาธิการนายกฯแถลง สังคมมีสิทธิตั้งคำถาม เคลือบแคลงสงสัย"
"ถึงเวลานี้ 50 รายชื่อ เป็นใครบ้างยังไม่เปิดเผย แต่พอมีรายชื่อหลุดมา 19 รายชื่อ ก็แก้ต่างใน 19 รายชื่อนั้น ส่วนอีก 31 รายชื่อ มีสิทธิหรือไม่มีสิทธิในการขึ้นเครื่องหรือเปล่ามีภาคธุรกิจเอกชน ข้าราชการ กี่คน ก็ยังไม่ชี้แจงให้กระจ่าง"
"นายสมชัย" ยังได้เตือนว่า รัฐบาลพรรคเพื่อไทยเพิ่งตั้งขึ้นมา จะต้องทำตัวให้โปร่งใสตั้งแต่ต้นให้ประชาชน ทุกภาคส่วนไว้วางใจ ไม่ใช่เริ่มต้นด้วยผลประโยชน์ส่วนตัวและทำให้ประชาชนเคลือบแคลงสงสัย และจะกลายเป็นจุดออ่อนเป็นเหตุให้ตัวเองสะดุดล้มเองด้วย
"อย่างกรณี รายชื่อบุตรสาว ถ้ามีรายชื่อออกมาก่อนและแจ้งว่า ไม่ขึ้นเครื่องไปด้วย ก็ไม่มีเรื่อง แต่คราวนี้ มีชื่อปรากฏ ขึ้นเครื่องไปด้วย ถือว่าความผิดสำเร็จแล้วเป็นการเอื้อประโยชน์ ต่อตัวเองหรือครอบครัวหรือไม่"
"นายสมชัย" บอกว่า ถ้าจะมีคนขยายผลตรวจสอบเรื่องนี้ หรือหาเรื่องในเชิงข้อกฎหมายเอาผิด ทำได้ เพราะประเด็นนี้ จะไปไกลกว่านี้ อาจทำให้"นายเศรษฐา" พ้นตำแหน่งนายกฯได้ ถึงบอกว่าเรื่องพวกนี้อย่าคิดว่าเป็นเรื่องเล็ก อย่าคิดว่าเป็นซีอีโอมาจะทำอะไรก็ได้ ขณะที่ฝ่ายกฎหมายต้องรู้ทัน ถ้าไม่รู้ระบบราชการต่างๆสุดท้ายท่านจะล้มด้วยตัวเอง