1. การปล่อยให้เกิดสถานการณ์เช่นนี้ ไม่เพียงแต่สร้างความหวาดกลัวให้แก่ประชาชนไทยบริเวณชายแดน ซึ่งทหารไทยใช้เวลาถึง 2 วันหลังรับแจ้งเข้าไปคลี่คลายสถานการณ์ หากเป็นเหตุเกิดกับคนไทยในเมือง จะใช้เวลานานอย่างนี้หรือไม่
2. การคลี่คลายสถานการณ์ด้วยการเจรจากับ KNLA จำเป็นต้องทำ แต่หากทำแบบนี้บ่อย ๆ จะเป็นการแสดงตนไม่เป็นกลางอย่างชัดเจน เนื่องจากเข้าไปเกี่ยวพันกับการสู้รบ ด้วยการเจรจาให้ฝ่ายหนึ่งเปิดทางให้ฝ่ายหนึ่ง
3. การที่ทหารเข้ามาซื้อของ ปกติแล้วเกิดขึ้นตลอดพรมแดน ไม่ว่าจะทหารฝ่ายใดก็ข้ามมาซื้อของได้ แต่จะต้องไม่ถืออาวุธเข้ามา
4. ทหารไทยอาจอ้างว่า การเจรจาตอนนี้เป็นไปได้ยาก เนื่องจากประธานคณะกรรมการชายแดน TBC ฝ่ายเมียนมา คือ พ.ท.อ่องจอมิน เพิ่งเสียชีวิตจากการวางระเบิดที่สถานีตำรวจเมียวดี เมื่อคืนวันที่ 3 กันยายน (พร้อมผู้ว่าราชการจังหวัดเมียวดี)
ตนเห็นว่าการที่ละเมิดอธิปไตยโดย "กองทหารจำนวนเกือบร้อย" เป็นประเด็นระดับประเทศ ไม่ใช่ระดับชายแดน ประเด็นนี้ ผู้ที่จะต้องรับผิดชอบในการแก้ปัญหาคือ กระทรวงกลาโหม(กห.) และกระทรวงการต่างประเทศ(กต.) เป็นหลัก จะต้องไม่ใช่เรื่องทหารต่อทหาร แต่เป็นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
ประเด็นนี้ได้รับการพูดถึงในสื่อภาษาเมียนมาและกะเหรี่ยงจำนวนหนึ่ง สร้างความไม่พอใจในหมู่ชาวเมียนมาและกะเหรี่ยงว่ารัฐไทยวางตัวเข้าข้างกองทัพเมียนมาหรือไม่ หากไม่แก้ไขจะนำไปสู่ความขัดแย้งได้อีก
"ไม่เห็นนโยบายรัฐบาลใดๆ พูดถึงเรื่องนี้ น่าเสียดายจริงๆ คงต้องตรวจสอบกันให้ลึก เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนคนไทยบริเวณชายแดน รวมทั้ง การให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ต่อผู้ได้รับผลกระทบจากการริดรอนสิทธิขั้นพื้นฐานของการเป็นมนุษย์" นายกัณวีร์ กล่าว