"ขอชี้แจงว่า ทุกๆเดือนสุดท้ายของปีงบประมาณนั้น โดยเฉพาะงบของกรมกิจการเด็กและเยาวชน ไม่เพียงพอต่อจำนวนของเด็กที่จะได้รับการสนับสนุน เนื่องจากจำนวนเด็กแรกเกิดมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา แต่ขอย้ำว่าจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์ขึ้นอีก" นายวราวุธ กล่าว
นายวราวุธ ยังกล่าวถึงกรณีของหยก ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มเคลื่อนไหวของเด็กและเยาวชน ว่า เรื่องนี้ต้องแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่เกิดขึ้นในสถานศึกษา และส่วนที่เกิดขึ้นในครอบครัว ซึ่งบริบทของ พม. ที่รับผิดชอบนั้น จะไม่ก้าวล่วงในเรื่องสถานศึกษา เพราะเป็นบทบาทของกระทรวงศึกษาธิการที่ต้องรับผิดชอบ แต่ในส่วนที่เกี่ยวกับครอบครัว มิติต่างๆ คงใช้สหวิชาชีพในทุกแขนงซับพอร์ทดูแล และย้ำว่าไม่ได้เน้นเรื่องปัจเจกบุคคล คือ ดูแลใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นการทำงานทั้งระบบ ไม่ให้เกิดปัญหาเช่นนี้ เพราะเชื่อว่ามีอีกหลายกรณีที่เกิดเรื่องคล้ายๆกัน ดังนั้น ต้องแก้ไขทั้งระบบ