"นายกฯ" เชิญ บิ๊กโจ๊ก-เลขาฯ ปปส. ถกรับ นทท.จีน กำชับล้างมาเฟีย-ปราบยาเสพติด
10 ก.ย. 2566 | tinakit_rat

"นายกฯ" เปิดบ้านพิษณุโลก เชิญ "บิ๊กโจ๊ก-เลขาธิการ ปปส." วางแผนรับ นักท่องเที่ยวจีนสนองนโยบายฟรีวีซ่า พร้อมกำชับล้างบางมาเฟีย-ปราบยาเสพติด
การเมือง
10 ก.ย. 2566 | tinakit_rat

"นายกฯ" เปิดบ้านพิษณุโลก เชิญ "บิ๊กโจ๊ก-เลขาธิการ ปปส." วางแผนรับ นักท่องเที่ยวจีนสนองนโยบายฟรีวีซ่า พร้อมกำชับล้างบางมาเฟีย-ปราบยาเสพติด
10 กันยายน 2566 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาลในวันนี้ (10 ก.ย.) เวลาประมาณ 12.0 น. เป็นการส่วนตัว ภายหลังเดินทางลงพื้นที่จังหวัดขอนแก่น อุดรธานี และหนองคาย ระหว่างวันที่ 8-9 กันยายนที่ผ่านมาเสร็จสิ้น และในเวลา 12.30 น. นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางต่อไปยังบ้านพิษณุโลก พร้อมสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำบ้านพิษณุโลก และสักการะรูปปั้นนารายณ์บรรทมสินธุ์ และเดินชมบริเวณโดยรอบ ก่อนเป็นประธานการประชุม เพื่อรับทราบรายงานปัญหายาเสพติด โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม อาทิ นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส., พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) และนพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นต้น
ทั้งนี้ ภายหลังการหารือประมาณ 30 นาที พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ได้มีการหารือถึงนโยบายการปลดล็อกวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวจีน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งตนในฐานะอดีตรองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เห็นว่า นโยบายดังกล่าว จะก่อให้เกิดประโยชน์เศรษฐกิจของประเทศ ช่วยให้ภาคการท่องเที่ยวขับเคลื่อนได้อย่างรวดเร็ว เพราะนักท่องเที่ยวจีนส่วนหนึ่ง ที่ไม่มาท่องเที่ยวในประเทศไทย หรือมาท่องเที่ยวกันน้อย ทั้งที่ประเทศไทยเป็นเป้าหมายการท่องเที่ยวหลักของชาวจีน
เนื่องจากมีขั้นตอนการเดินทางเข้าประเทศไทยยาก และมีการทุจริต จึงมั่นใจว่าการเปิดฟรีวีซ่า จะทำให้นักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าประเทศไทยสะดวกขึ้น และหลังจากนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดเตรียมแผนกำกับมาตรการการรักษาความปลอดภัยตามดำริของนายกรัฐมนตรี เพื่อรองรับนโยบายของรัฐบาล ที่เมื่องดเว้นการขอวีซ่ากับชาวจีนแล้ว แต่ยังจะต้องระมัดระวังเรื่องความปลอดภัย
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เปิดเผยอีกว่า นายกรัฐมนตรี ได้มอบนโยบายในการปราบปรามผู้มีอิทธิพล โดยได้เน้นย้ำให้ตำรวจ จะต้องปราบปรามให้ถึงที่สุด แก้ไขปัญหาการฮั้วประมูล พร้อมตั้งข้อสงสัยเหตุใด นายประวีณ จันทร์คล้าย หรือ "กำนันนก" กำนันต.ตาก้อง จ.นครปฐม ในวัย 35 ปี จึงมีฐานะร่ำรวยโดยใช้เวลาเพียงไม่กี่ปี และยังมีตำรวจใกล้ชิด ล้อมหน้าล้อมหลัง พร้อมมอบแนวทางให้ตำรวจไปแก้ไขปัญหาในพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนกลับมามีความเชื่อมั่นในตำรวจ และตำรวจ จะต้องไม่เป็นไม้ค้ำยันของผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ ทำให้ตำรวจอยู่กับประชาชน ไม่ใช่อยู่กับผู้มีอิทธิพล
พร้อมเปิดเผยอีกว่า นายกรัฐมนตรี ยังมีความห่วงใยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยขอให้มีการขยายผล หาตัวผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดและหาแนวทางให้สามารถขยายผลไปจนถึงต้นตอ และแก้ปัญหาการทุจริตในพื้นที่