"ก้าวไกล"ขยับขุน-เดินหมาก...พ่ายทั้งกระดาน?
08 ก.ย. 2566 | chairat_pat

หากใช้การตั้งรัฐบาลเป็นดัชนีชี้วัดความสำเร็จ เพราะเป็นสุดยอดปรารถนาของพรรคการเมือง เมื่อ "เพื่อไทย" ชนะ "ก้าวไกล" ในฐานะผู้ชนะจากสนามเลือกตั้ง ย่อมเป็นฝ่ายแพ้พ่าย
การเมือง
08 ก.ย. 2566 | chairat_pat

หากใช้การตั้งรัฐบาลเป็นดัชนีชี้วัดความสำเร็จ เพราะเป็นสุดยอดปรารถนาของพรรคการเมือง เมื่อ "เพื่อไทย" ชนะ "ก้าวไกล" ในฐานะผู้ชนะจากสนามเลือกตั้ง ย่อมเป็นฝ่ายแพ้พ่าย
แต่ที่น่าตกใจก็ คือ ความพ่ายแพ้ของก้าวไกล เป็นการแพ้ทั้งกระดาน คือ ชนะเลือกตั้งมาด้วยจำนวน สส. ไม่น้อย คือ 151 เสียง เพราะถ้าเป็นสมัยอดีต ก่อนยุคไทยรักไทย สส.แค่ร้อยต้นๆ หรือใกล้ๆ ร้อย ก็เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้สบาย
ท่วา ก้าวไกลนอกจากจะไม่ได้เป็นรัฐบาลแล้ว ยังไม่ได้เก้าอี้ฝ่ายบริหารแม้แต่ตำแหน่งเดียว ส่วนเก้าอี้ฝ่ายนิติบัญญัติก็มีปัญหาให้ต้องปวดหัว และสุดท้ายอาจต้องเลือก หรือต้องทิ้งเก้าอี้ที่มีอยู่
หากไล่เรียงลำดับย้อนกลับไปดูว่าตั้งแต่ก้าวไกลชนะเลือกตั้ง ต้องสูญเสียอะไรไปแล้วบ้าง ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริง ควรจะได้จัดตั้งรัฐบาล ทดลองบริหารประเทศ
1.วืดเก้าอี้ประธานสภา
-เพื่อไทยแสดงท่าทีอยากได้
-มีสถานการณ์แย่งชิงประมุขนิติบัญญัติ
-สุดท้ายมีการยื่นเงื่อนไข "คนกลาง"
-ก้าวไกลยอม
-แต่ไปๆ มาๆ "คนกลาง" ที่ว่าอาจยืนข้างๆ เพื่อไทย
2.ไม่ได้เก้าอี้นายกฯ
-เมื่อพลาดประธานสภา จีงไม่สามารถคุมเกมโหวตนายกฯได้
-ชื่อ "พิธา ลิ้มเจริญรัตน์" ถูกเสนอหนเดียว ได้เสียง สว.แค่ 13 เสียง ขาดอีกหลายสิบเสียง จึงไม่ได้เป็นนากยฯ
-พอจะเสนอชื่อซ้ำ ก็โดนสกัดจากที่ประชุมรัฐสภา ลงมติว่าการเสนอชื่อนายกฯ "เป็นญัตติ" ตกไปแล้วเสนอซ้ำไม่ได้ในสมัยประชุมเดียวกัน
-แม้มีการยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย แต่สุดท้ายผลไม่ได้เปลี่ยนแปลง
3.ไม่ได้เป็นรัฐบาล
-ไม่ใช่แค่พลาดเก้าอี้ประมุขนิติบัญญัติ และประมุขฝ่ายบริหารเท่านั้น
-ก้าวไกลถูกเขี่ยพ้นออกจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ทั้งๆ ที่มีการแถลง ทำเอ็มโอยู 8 พรรค ฝ่ายประชาธิปไตยเอาไว้เป็นหลักประกัน
-แต่เอ็มโอยูฉีกได้ ไม่ต่างจากสัญญาประชาคมในอดีต ที่ฉีกกันมาแล้วหลายครั้งในทางการเมือง
-สุดท้ายชนะเลือกตั้ง แต่เป็นฝ่ายค้าน
-มีคนบอกว่าไม่แปลก เพราะเพื่อไทยก็โดนมาแล้วเมื่อปี 62
4.เป็นฝ่ายค้านแล้ว ยังไม่ได้เก้าอี้ผู้นำฝ่ายค้าน
-จริงๆ พรรคก้าวไกลไม่ได้เป็นรัฐบาล และเป็นพรรคที่มีจำนวน สส.มากที่สุด ที่ไม่ได้เป็นรัฐบาล หัวหน้าพรรคจึงควรได้เป็นผู้นำฝ่ายค้านโดยอัตโนมัติ
-แต่รัฐธรรมนูญนี้ไปกำหนดคุณสมบัติ "ผู้นำฝ่ายค้าน" ว่าต้องเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองที่สมาชิกไม่มีตำแหน่งรัฐมนตรีและประธานสภา รวมถึงรองประธานสภาด้วย
-ก้าวไกลมีสมาชิกเป็นรองประธานสภา ทำให้หัวหน้าพรรคเป็นผู้นำฝ่ายค้านไม่ได้
-ขณะนี้กำลังชั่งน้ำหนักว่าจะให้ "หมออ๋อง ปดิพัทธ์ สันติภาดา" ลาออกจากรองประธานสภา เพื่อให้หัวหน้าพรรครับตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านหรือไม่
5.ถ้าก้าวไกลจะรับตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้าน ก็ต้องให้ "หมออ๋อง" ลาออกจากรองประธานสภา
6.เมื่อก้าวไกลทิ้งเก้าอี้รองประธานสภา จะเป็นผู้นำฝ่ายค้านได้หรือไม่ ยังมีปัญหา
7.อาจต้องสูญเสียหัวหน้าพรรคที่มีคะแนนนิยมพุ่งสูงไม่ต่างจากดาราเกาหลี
-"พิธา"ยังมีชนักติดหลังเรื่องคดีหุ้นไอทีวี
-หากศาลรัฐธรรมนูญสั่งฟัน ก็จะพ้น สส. เพราะถือว่าขาดคุณสมบัติ อาจจะต้องแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรคก้าวไกล มิฉะนั้นจะขับเคลื่อนงานสภาลำบาก เนื่องจากพรรคไม่มีหัว
8.พรรคก้าวไกลกำลังถูกบีบไม่ให้ได้เก้าอี้ประธาน กมธ.สามัญ ที่สำคัญๆ จากทั้งหมด 35 คณะ
-ใน กมธ.สามัญ 35 คณะ มี กมธ.หลายชุดที่รับผิดชอบงานที่เกี่ยวโยงโดยตรงกับกระทรวง หรือหน่วยงานฝ่ายบริหารที่สำคัญ เช่น กมธ.ตำรวจฯ , กมธ.การปกครองฯ , กมธ.ทหาร ซึ่งสามารถทำหน้าที่รับเรื่องร้องเรียน หรือตั้งเรื่องตรวจสอบรัฐมนตรีเจ้ากระทรวง ซึ่งเป็นฝ่ายบริหารได้ สามารถเรียกมาให้ถ้อยคำได้ เรียกหัวหน้าหน่วยงานนั้นๆ มาชี้แจงก็ได้ เช่น ผบ.ตร. หรือแม้แต่ผู้นำเหล่าทัพ
-ล่าสุดพรรคก้าวไกลแสดงความจำนงเป็นประธาน กมธ.ที่สำคัญๆ หลายชุด เพื่อตรวจสอบฝ่ายบริหาร แต่ก็ถูกตัวแทนพรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาล ส่งคนมาประกบ และสุดท้ายอาจต้องมีจับสลากกัน เนื่องจากตกลงกันไม่ได้ ทำให้พรรคก้าวไกลอาจพลาดเก้าอี้ กมธ.หลายชุดไปอีกตามเคย