โดยแจ้งว่าศาลออกหมายจับผู้ต้องหาที่ 1,2,3 และมีคำสั่งยกคำร้องขอออกหมายจับผู้ต้องหาที่ 4,6 นั้น กรณีศาลออกหมายจับผู้ต้องหาที่ 1-3 นั้น พนักงานอัยการ สำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต ภาค 2 พิจารณาแล้วเห็นว่า
ตาม พรป.ว่าด้วยการป้องกันและปรามการทุจริต พ.ศ. 2561มาตรา 7 บัญญัติไว้ว่า "...ถ้าผู้ถูกกล่าวหาหรือจำเลยหลบหนีไป ในระหว่างถูกดำเนินคดี หรือระหว่างการพิจารณาของศาล มิให้นับระยะเวลาที่ผู้ถูกกล่าวหาหรือจำเลยหลบหนีรวมเป็นส่วนหนึ่งของอายุความ..."
ประกอบมาตรา 13 แห่ง พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. 2559 และตามหนังสือที่อ้างถึง (1) พนักงานอัยการ ได้แจ้งให้ท่านดำเนินการขอออกหมายจับผู้ถูกกล่าวหา โดยขอให้ท่านขอให้ศาลระบุหมายเหตุไว้ในหมายจับด้วยว่า ผู้ถูกกล่าวหาได้หลบหนีไปเมื่อวันที่เท่าใด ตามสำเนาตัวอย่างหมายจับที่พนักงานอัยการแนบไปพร้อมกับหนังสือที่อ้างถึง (1)
แต่ปรากฎว่าตามสำเนาหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 2 ที่ จ. 23-25/2566, ลงวันที่ 5 กันยายน 2566 นั้น ศาลไม่ได้ระบุหมายเหตุดังกล่าวไว้แต่อย่างใด
ดังนั้น เพื่อมิให้เกิดความเสียหายแก่ราชการ พนักงานอัยการ สำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต ภาค 2 จึงขอให้ท่านดำเนินการขอออกหมายจับ นายอิทธิพล คุณปลื้ม, นายพิเชษฐ์ อุทัยวัฒนานนท์ และ นายวิทยา ศิรินทร์รชัย ผู้ต้องหาที่ 1-3 ต่อ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 2 ใหม่อีกครั้งหนึ่ง โดยขอให้ท่านขอให้ศาลระบุหมายเหตุไว้ในหมายจับด้วยว่า ผู้ถูกกล่าวหาได้หลบหนีไปเมื่อวันที่เท่าใด