ขณะเดียวกันเรื่องผู้ทรงคุณวุฒิของกองทัพ ที่มีประสบการณ์การทำงานจะมีการดึงเข้ามาช่วยงานด้วยหรือไม่นั้น นายเศรษฐา ชี้แจงว่า ยังไม่มีการพูดคุยกันในเรื่องนี้ ซึ่งจะต้องเป็นการประชุมกันอย่างเป็นกิจลักษณะ พร้อมย้ำว่า เมื่อวานเป็นเพียงการฟังความคิดเห็นเท่านั้น ส่วนงบประมาณจัดซื้อเรือดำน้ำของกองทัพเรือ ที่รัฐบาลก่อนชะลอนั้น ยังไม่ได้พูดคุยกันกับกองทัพเรือ
นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2567 ที่อาจจะต้องใช้กรอบงบประมาณจากปี 2566 โดยยืนยันว่า ไม่มีปัญหาในการดำเนินนโยบายของรัฐบาล แต่ยอมรับว่า อาจจะมีล่าช้า พร้อมทั้งจะนำเรื่องนี้ไปพูดคุยกับรัฐมนตรีของพรรควันนี้ด้วย ยืนยัน จะไม่กระทบกับนโยบายกระเป๋าเงินดิจิทัล 10,000 บาท และจะจ่ายแบบครั้งเดียว ไม่มีแบ่งจ่ายตามที่นักวิชาการวิพากษ์วิจารณ์
ขณะนี้เดินสายพูดคุย รับฟังกับฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดทำนโยบายเตรียมแถลงต่อรัฐสภา ซึ่งขณะนี้นโยบายเสร็จสิ้น และส่งพิมพ์แล้ว จากนี้จะหารือกับพรรคร่วมรัฐบาลอีกครั้ง
นายเศรษฐา ชี้แจงถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์ภาพที่ปรากฏในโซเชียล ที่โยนปากกาขณะรับฟังเสียงสะท้อนของกลุ่มวินจักรยานยนต์รับจ้าง เมื่อวันเสาร์ ที่ 2 ก.ย. ที่ผ่านมาว่า ขอโทษหากภาพที่ออกมาจะบ่งบอกถึงความไม่พอใจ แต่ส่วนตัวไม่ได้คิดอะไร เนื่องจากกลุ่มวินจักรยานยนต์สะท้อนปัญหาหลายประเด็น ตนเองก็อยากจะจดประเด็นว่ามีปัญหาอะไร พร้อมยืนยันว่า ไม่ได้ขว้างปากกา แค่ปล่อยลงบนโต๊ะ ก็เข้าใจว่าตนเองเป็นบุคคลสาธารณะแล้ว การจะทำอะไรหลังจากนี้ต้องระมัดระวัง เพราะภาพที่ออกไป ไม่ได้สะท้อนความรู้สึกของตัวเรา แต่คนที่ดูอยู่อาจเข้าใจผิด พร้อม กราบขอโทษ และจะพยายามระมัดระวังตัวมากขึ้น
นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อ เที่ยงวันนี้(4 ก.ย.) ได้นัดทานข้าวกับรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นการพบปะพูดคุยกันปกติ ไม่มีอะไรพิเศษ เพียงแต่ต้องการพบปะพูดคุย จะได้รู้จักเข้าใจถึงสไตล์กันมากขึ้น เนื่องจากตนเองนั้นมาจากภาคธุรกิจ อาจจะมีความไม่เข้าใจเพียงพอในการทำงานกับภาคการเมืองและสส. ส่วนในพรุ่งนี้( 5 ก.ย.) จะเดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาลในช่วงเช้า ซึ่งตามกำหนดการจะถึงทำเนียบประมาณ 10.30 น.