ทั้งนี้ในส่วนของข้อมูลการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในรอบปีภาษีที่ผ่านมา นายชาดา แจ้งว่ามีเงินได้พึงประเมิณตามประมวลรัษฎากร 6,036,751.38 บาท และแจ้งเกี่ยวกับรายได้ในส่วนรายละเอียดในส่วนของเงินลงทุนบางส่วน
จากมีโค จำนวน 214 ตัว 10,700,000 บาท และกระบือ จำนวน 132 ตัว 6,600,000 บาท เมื่อเปรียบเทียบกับนายจักรพันธ์ ปิยพรไพบูลย์ ที่ยื่นพ้นจากตำแหน่ง สส. ระบุมีรายได้รวมต่อปี 1,962,700 บาท จากเงินเดือน 1,362,720 บาท และรายได้จากการเลี้ยงสัตว์ 600,000 บาท เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในรอบปีที่ผ่านมา ตามประมวลรัษฎากร 1,962,7000 บาท
และมีระบุรายละเอียดประกอบรายการเงินลงทุน(บางส่วน) มีรายได้จาก ไก่ชนพร้อมอุปกรณ์เลี้ยงไก่ 500 ตัว มูลค่า 5,000,000 บาท ซึ่งจะเห็นว่ารายได้รวมกับเงินได้พึงประเมิณตามประมวลรัษฎากร มีจำนวนเท่ากัน แต่นายชาดา ที่แจ้งรายได้รวมต่อปี 28,012,720 บาท เมื่อหักรายได้ค่าขายนาฬิกา 1 เรือน มูลค่า 8,000,000 บาท (น่าจะเป็นการขายสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องรวมเสียภาษี) ควรจะเหลือรายได้ที่นำไปเสียภาษี 20,012,720 บาท
ดังนั้น เงินได้พึงประเมินตามประมวลรัษฎากร ที่แจ้งไว้ 6,036,751.38 บาท จึงมีผลต่างเป็นจำนวนประมาณเกือบ 14 ล้านบาท (20,012,720 - 6,036,751.38) กรณีจึงมีเหตุอันควรขอให้มีการตรวจสอบภาษีต่อไป ว่ามีการนำรายได้ที่แจ้งต่อ ป.ป.ช. ไปชำระภาษีให้แก่กรมสรรพากรโดยถูกต้องครบถ้วนหรือไม่