เนชั่นทีวี

การเมือง

เรืองไกร ข้องใจ ส่งจดหมายขอนายกฯ สั่งกรมสรรพากร สอบ"ชาดา" ปมเลี่ยงเสียภาษี

30 ส.ค. 2566 | sirisak_rue

เรืองไกร ข้องใจ ส่งจดหมายขอนายกฯ สั่งกรมสรรพากร สอบ"ชาดา" ปมเลี่ยงเสียภาษี

"เรืองไกร" ส่งจดหมายถึงนายกฯ สั่งกรมสรรพากรตรวจสอบการเสียภาษี "ชาดา ไทยเศรษฐ์" ถูกต้องหรือไม่ ด้าน "เสี่ยหนู" มั่นใจ ลูกพรรคไม่ทำผิดกฎหมาย คนอุทัยยังบอกเป็นคนดี

30 สิงหาคม 2566 นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ได้ส่งหนังสือทางไปรษณีย์ไปถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้พิจารณาสั่งการให้กรมสรรพากรตรวจสอบการเสียภาษีของ นายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส. พรรคภูมิใจไทย จากกรณีการยื่นแสดงบัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช. กรณีพ้นจากตำแหน่ง สส. เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2566 โดยระบุมีรายได้รวมต่อปี 28,012,720 บาท มาจากค่าตอบแทน ค่าที่ปรึกษา ขายนาฬิกา 1 เรือนมูลค่า 8,000,000 บาท  

และการประกอบธุรกิจปสุสัตว์ (รายได้ค่าตอบแทน 1,362,720 บาท รายได้ค่าที่ปรึกษา 600,000 บาท รายได้ค่าเช่าแผงเนื้อ  600,000 บาท รายได้ค่าขายนาฬิกา 1 เรือน 8,000,000 บาท รายได้ค่าอ้อย 450,000 บาท    รายได้ธุรกิจค้าโค-กระบือ 10,000,000 บาท รายได้ค้าโคกระบือชำแหละ 7,000,000 บาท รวมรายได้ต่อปี  28,012,720 บาท)

ทั้งนี้ในส่วนของข้อมูลการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในรอบปีภาษีที่ผ่านมา นายชาดา แจ้งว่ามีเงินได้พึงประเมิณตามประมวลรัษฎากร 6,036,751.38 บาท และแจ้งเกี่ยวกับรายได้ในส่วนรายละเอียดในส่วนของเงินลงทุนบางส่วน 

จากมีโค จำนวน 214 ตัว 10,700,000 บาท และกระบือ จำนวน 132 ตัว 6,600,000 บาท เมื่อเปรียบเทียบกับนายจักรพันธ์ ปิยพรไพบูลย์ ที่ยื่นพ้นจากตำแหน่ง สส. ระบุมีรายได้รวมต่อปี 1,962,700 บาท จากเงินเดือน 1,362,720 บาท และรายได้จากการเลี้ยงสัตว์ 600,000 บาท เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในรอบปีที่ผ่านมา ตามประมวลรัษฎากร 1,962,7000 บาท 

และมีระบุรายละเอียดประกอบรายการเงินลงทุน(บางส่วน) มีรายได้จาก ไก่ชนพร้อมอุปกรณ์เลี้ยงไก่ 500 ตัว มูลค่า 5,000,000 บาท ซึ่งจะเห็นว่ารายได้รวมกับเงินได้พึงประเมิณตามประมวลรัษฎากร มีจำนวนเท่ากัน     แต่นายชาดา ที่แจ้งรายได้รวมต่อปี 28,012,720 บาท เมื่อหักรายได้ค่าขายนาฬิกา 1 เรือน มูลค่า 8,000,000 บาท (น่าจะเป็นการขายสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องรวมเสียภาษี) ควรจะเหลือรายได้ที่นำไปเสียภาษี  20,012,720 บาท  

ดังนั้น เงินได้พึงประเมินตามประมวลรัษฎากร ที่แจ้งไว้ 6,036,751.38 บาท จึงมีผลต่างเป็นจำนวนประมาณเกือบ 14 ล้านบาท (20,012,720 - 6,036,751.38) กรณีจึงมีเหตุอันควรขอให้มีการตรวจสอบภาษีต่อไป ว่ามีการนำรายได้ที่แจ้งต่อ ป.ป.ช. ไปชำระภาษีให้แก่กรมสรรพากรโดยถูกต้องครบถ้วนหรือไม่

ด้าน นายอนุทิน ชาญ​วี​ร​กูล ​หัวหน้า​พรรค​ภูมิใจไทย เผยถึงกรณีที่นายชาดา ถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องความเหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ว่า ทุกอย่างต้องอธิบายด้วยหลักของกฎหมาย ซึ่งพรรคก็ได้ตรวจสอบคุณสมบัติในระดับหนึ่ง และทางสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ก็ตรวจสอบอีกระดับหนึ่ง

นอกจากนี้ ประชาชนก็ตรวจสอบอีก ดังนั้น อะไรที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ก็ต้องเป็นไปตามนั้น เราไม่ทำผิดกฎหมายแน่นอน ความรู้สึกของคนมีทั้งชอบและไม่ชอบ จะเอามาเป็นสาระสำคัญไม่ได้ ต้องดูตามกฎหมาย

"ส่วนตอนนี้ในโซเชียลมีเดียวิจารณ์นายชาดา เรื่องยาเสพติด ทุกอย่างเป็นไปตามหลักฐาน ผมไม่เคยเห็นนายชาดา ทำผิดกฎหมาย หรือทำสิ่งที่ไม่เหมาะสมใด ๆ เวลาอยู่ที่จังหวัดอุทัยธานี นายชาดา ลงพื้นที่พบชาวบ้าน ทำตัวกลมกลืน จึงต้องไปถามคนอุทัยธานี ว่า นายชาดาเป็นอย่างไร ผมมั่นใจว่าคนอุทัยธานี ต้องตอบว่านายชาดาเป็นคนดี รับใช้ประชาชนและเสียสละ" นายอนุทิน ระบุ 
เรืองไกร ข้องใจ ส่งจดหมายขอนายกฯ สั่งกรมสรรพากร สอบ"ชาดา" ปมเลี่ยงเสียภาษี
เรืองไกร ข้องใจ ส่งจดหมายขอนายกฯ สั่งกรมสรรพากร สอบ"ชาดา" ปมเลี่ยงเสียภาษี
เรืองไกร ข้องใจ ส่งจดหมายขอนายกฯ สั่งกรมสรรพากร สอบ"ชาดา" ปมเลี่ยงเสียภาษี
เรืองไกร ข้องใจ ส่งจดหมายขอนายกฯ สั่งกรมสรรพากร สอบ"ชาดา" ปมเลี่ยงเสียภาษี
เรืองไกร ข้องใจ ส่งจดหมายขอนายกฯ สั่งกรมสรรพากร สอบ"ชาดา" ปมเลี่ยงเสียภาษี

ข่าวล่าสุด