ประเด็นเรื่องคดีความที่นายพงศธร เคยถูกแจ้งความร้องทุกในคดียักยอกทรัพย์ ซึ่งข้อเท็จจริงปรากฏอยู่ชัดเจนแล้วว่าสุดท้ายทางตำรวจมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง นายพงศธร จึงยังมีคุณสมบัติครบถ้วนลงสมัครรับเลือกตั้งได้ ดังนั้นการที่เอาคดีในอดีตที่ตำรวจสั่งไม่ฟ้องมาโจมตี จึงมองว่า เป็นการดิสเครดิตทางการเมือง
“ขอยืนยันต่อสื่อมวลชนว่าเราเข้าใจดีในการตรวจสอบ และเราก็ยินดีที่พี่น้องสื่อมวลชน พี่น้องประชาชนจะตรวจสอบพวกเรา เพราะถือเป็นมาตรฐานขั้นต่ำที่สำคัญที่จะทำให้เกิดการเมืองที่มีความโปร่งใส แต่เมื่อพิจารณาจากพาดหัวข่าวและประเด็นที่มีการโจมตี ต้องเรียนว่าเกินเลยจากข้อเท็จจริงไปมาก สุดท้ายก็คงคิดเป็นอื่นไม่ได้ว่าคงจะมีกลุ่มบุคคล ใครบางคนหวังใช้ข้อเท็จจริงเหล่านี้หวังประโยชน์ทางการเมืองจากการดิสเครดิตนี้ ผมขอฝากว่าอย่าเลยครับ เรามาสู้กันเพื่อเอาชนะใจประชาชนมากกว่าจะมาใช้การสาดโคลนดิสเครดิตทางการเมือง จะดีกว่า” รังสิมันต์ โรม กล่าว
ส่วนกรณีที่ นายแทนคุณ จิตต์อิสระ รักษาการประธานคณะกรรมการส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและความเสมอภาคระหว่างเพศ พรรคประชาธิปัตย์ นายรังสิมันต์ ระบุว่า หากสรรพากรจะตรวจสอบก็ยินดีให้ตรวจสอบ ส่วนเรื่องภาษีถ้ายังกังวลว่าจะปกปิดหรือไม่ ก็ยินดีให้ตรวจสอบและพร้อมเข้าสู่กระบวนการทุกกระบวนการ ที่กฎหมายกำหนด
ขณะที่ นายพงศธร บอกด้วยว่า ขอยืนยันตามข้อเท็จจริงที่นายรังสิมันต์แถลง และยืนยันว่า ขณะนี้กำลังใจยังดี เราต้องการทำงานอย่างสร้างสรรค์และไม่ตอบโต้อะไร
“ตอนนี้กำลังใจดีขอให้ทุกคติดตามข่าวสารและเชื่อว่าทุกคนมีวุฒิภาวะในการแยกแยะข้อเท็จจริงได้”
ทั้งนี้หากสรรพากรเข้ามาตรวจสอบ ตนก็ยินดีให้ตรวจสอบเช่นกันนักข่าวถามว่า สังคมตั้งคำถามว่า เงินเดือน 15,000บาท นายพงศธร ใช้ชีวิตอย่างไรนั้น นายพงศธร ระบุว่า ก่อนมาทำงานการเมืองก็มีรายได้ที่ดีกว่านี้ แต่พอมาทำงานการเมืองก็ใช้ชีวิตสมถะ แต่ตนมีแรงบันดาลใจในการทำงานจากเหตุการณ์ที่ชาวบ้านเขาชะเมาถูกยิงเสียชีวิต ทำให้ตนยินดีที่มีรายได้ลดลงแต่ช่วยเหลือชีวิตสังคมและประชาชนได้ และตนคิดว่า พี่น้องชาวแกลง เขาชะเมา แข็งแรงพอที่จะแยกแยะข้อเท็จจริง และทุกคนยังให้กำลังใจเราต่อเนื่อง เลยคิดว่าคงจะไม่กระทบมากนักกับการเลือกตั้งซ่อมและการหาเสียงในโค้งสุดท้าย