เนชั่นทีวี

การเมือง

"ก้าวไกล" ประกาศเป็นฝ่ายค้านเชิงรุก หวังผลเลือกตั้งรอบหน้า

22 ส.ค. 2566 | sirisak_rue

"ก้าวไกล" ประกาศเป็นฝ่ายค้านเชิงรุก หวังผลเลือกตั้งรอบหน้า

"ก้าวไกล" ประกาศเป็นฝ่ายค้านเชิงรุก หวังผลเลือกตั้งรอบหน้า ชี้ตั้งรัฐบาลรอบนี้ต่อลมหายใจคณะรัฐประหาร รับมีโอกาสยกตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านให้ ปชป. เพื่อรักษาเก้าอี้หมออ๋อง

22 สิงหาคม 2566 นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล แถลงข่าวภายหลังโหวตเลือกนายกฯ ว่า พรรคก้าวไกลขอแจ้งว่า นายอานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย ส.ส.สมุทรสงคราม พรรคก้าวไกล ที่หมดสติกลางห้องประชุม พ้นขีดอันตรายแล้วกำลังตรวจเช็คร่างกาย และทางพรรคได้ติดต่อทางภรรยาและครอบครัวแล้ว พร้อมขอบคุณเจ้าหน้าที่ และ สส.จากพรรคอื่นที่เป็นแพทย์ ที่เข้ามาช่วยดูแล

จากนั้น นายชัยธวัช ได้อ่านแถลงการณ์พรรคก้าวไกล ว่า วันนี้เป็นที่ประจักษ์แล้วว่าการเลือกนายกรัฐมนตรี และการจัดตั้งรัฐบาล หลังจากนี้มิได้เป็นไปตามเจตจำนงของประชาชนส่วนใหญ่ที่ได้แสดงออกผ่านการเลือกตั้ง พรรคก้าวไกลขอย้ำว่าการจัดตั้งรัฐบาลในครั้งนี้มิใช่การสลายขั้ว สลายความขัดแย้ง โดยเอาวาระของประชาชนและประเทศเป็นตัวตั้ง แต่เป็นการสยบยอมและต่อลมหายใจให้กับระบบการเมือง ที่คณะรัฐประหารปี 2557 พยายามที่จะสถาปนาขึ้น

ซึ่งเป็นการทำลายความหวัง ความศรัทธา และอำนาจของประชาชน ตามระบอบประชาธิปไตย ต่อจากนี้ไปพรรคก้าวไกลจะทำงานในฐานะพรรคฝ่ายค้าน โดยจะเป็นฝ่ายการเชิงรุก ทุกเสียงของประชาชนที่มอบให้ ต้องมีความหมาย สส.ของพรรคก้าวไกลทุกคน จะทำงานสุดความสามารถ ทั้งการตรวจสอบฝ่ายบริหาร การผลักดันกฎหมายที่ก้าวหน้า รวมถึงวาระของประชาชนตามกลไกต่าง ๆ ของสภา รวมทั้งการทำงานกับประชาชนนอกสภา เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงในสังคมร่วมกันอย่างไม่ท้อถอย
"ก้าวไกล" ประกาศเป็นฝ่ายค้านเชิงรุก หวังผลเลือกตั้งรอบหน้า

นายชัยธวัช ระบุว่า แม้ในวันนี้จะมีความพยายามทำให้อำนาจของประชาชนไม่มีความหมาย แต่พรรคก้าวไกลยังยืนอยู่ข้างประชาชนอย่างมั่นคง ด้วยความเชื่อมั่นว่า พลังของประชาชนจะสามารถสร้างอนาคตแบบใหม่ให้แก่สังคมไทยได้ในที่สุด วันหนึ่งเราจะมีประชาธิปไตยอย่างแท้จริง มีระบบเศรษฐกิจก้าวหน้าเท่ากันโลกและเป็นธรรม มีสังคมที่เคารพความแตกต่างหลากหลาย สิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชน ยึดถือความมั่นคงของประชาชนเป็นความมั่นคงของชาติ ด้วยความเคารพประชาชนผู้ทรงอำนาจสูงสุดของประเทศ

เมื่อถามว่า ตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านทางพรรคจะตัดสินใจอย่างไร นายชัยธวัช กล่าวว่า เรื่องนี้จะพิจารณากันภายในพรรคซึ่งยังมีเวลาอยู่ตามรัฐธรรมนูญ มีการกำหนดระยะเวลาว่าการแต่งตั้งผู้นำฝ่ายค้านจะเกิดขึ้นเมื่อใด

เมื่อถามว่า เงื่อนไขการหยุดปฏิบัติหน้าที่ของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล จะเกิดปัญหาหรือไม่ต่อการเป็นผู้นำฝ่ายค้าน นายชัยธวัช กล่าวว่า แน่นอน แต่สิ่งสำคัญคือเราเรียกร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณาเรื่องนี้โดยเร็วที่สุด ในเมื่อคณะกรรมการไต่สวนสืบสวนของกกต. มีความเห็น ไปยังกกต.ใหญ่ ให้ถอนฟ้อง ด้วยเหตุผลที่ชัดเจนว่า คณะกรรมการไต่สวนสืบสวนของกกต.ในอีกคดีหนึ่ง ที่จะยื่นไปยังศาลอาญา เห็นว่าไอทีวีไม่ได้เป็นบริษัทสื่อแล้ว
"ก้าวไกล" ประกาศเป็นฝ่ายค้านเชิงรุก หวังผลเลือกตั้งรอบหน้า

ดังนั้นในอีกคดีที่อยู่ในขั้นตอนของศาลรัฐธรรมนูญ เราหวังว่าศาลจะพิจารณาไต่สวนเรื่องนี้โดยเร็ว หลังจากที่ พรรคก้าวไกลยื่นเอกสารชี้แจงไปแล้ว เพื่อคืนความยุติธรรม ความเป็นธรรมให้กับนายพิธา

เมื่อถามว่า มีแผนยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจเร็วที่สุดเมื่อใด นายชัยธวัช กล่าวว่า การทำงานในฐานะพรรคฝ่ายค้าน คงทำแบบสร้างสรรค์ ยึดหลักการและเหตุผลเป็นตัวตั้ง ไม่ใช่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านที่คัดค้านไม่เห็นด้วย หรือจ้องจะล้มรัฐบาลทุกวัน คิดว่ารัฐบาลชุดนี้สิ่งที่จะล้มได้คือศรัทธาของพี่น้องประชาชน นอกจากนี้แม้ว่าเราจะเป็นฝ่ายค้าน แต่จะเดินหน้าทำงาน เพื่อเตรียมความพร้อมที่จะบริหารประเทศให้ดีที่สุดในการเลือกตั้งครั้งหน้า นั่นคือเป้าหมายของเรา

เมื่อถามว่า จะผลักดันแก้ไขกฎหมาย มาตรา 112 อยู่หรือไม่ นายชัยธวัช กล่าวว่า กฎหมายที่เราได้หาเสียงกับประชาชนเราจะดำเนินการผลักดันทั้งหมด ตอนนี้ทยอยเสนอร่างกฎหมายไปแล้ว และจะดำเนินการให้ครบ

เมื่อถามว่า ในส่วนพรรคฝ่ายค้านได้มีการพูดคุยกับพรรคอื่นหรือไม่ นายชัยธวัช กล่าวว่า ต้องเข้าใจว่าพรรคฝ่ายค้านไม่ได้มีการจับมือกัน เพราะทุกพรรคที่ไม่ได้เป็นรัฐบาลก็ต้องเป็นฝ่ายค้านหมด โดยภาระหน้าที่อยู่แล้ว

ส่วนจะคุยพรรคประชาธิปัตย์แบ่งงานหรือไม่นั้น นายชัยธวัช มองว่า ไม่จำเป็น แต่มีวาระที่ต้องทำงานร่วมกัน เช่น การอภิปรายไม่ไว้วางใจ การตรวจสอบฝ่ายบริหารในวาระต่าง ๆ และหลังจากที่มีการแต่งตั้งวิปทั้งไปค้าน ฝ่ายรัฐบาลก็จะมีการพูดคุยกันถือเป็นกลไกปกติในสภา

ส่วนตำแหน่งรองประธานสภาของ นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ต้องลาออกหรือไม่ นายชัยธวัช กล่าวว่า ยังมีเวลา ต้องดูตามกรอบรัฐธรรมนูญ ส่วนจะโดนกดดันหรือไม่ คิดว่าไม่น่าจะเกี่ยวกับฝ่ายบริหาร เป็นการตัดสินใจของพรรคก้าวไกลอย่างเดียว คงไม่มีเหตุผลอะไรที่ฝ่ายนิติบัญญัติจะมากดดันเรื่องนี้

เมื่อถามว่า มีโอกาส เอาตำแหน่งรองประธานสภาไว้ แล้วยกตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านให้พรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ นายชัยธวัช กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับพรรรคก้าวไกลตัดสินใจ หากไม่ยึดติดกับตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้าน ตนเข้าใจว่าโดยกลไกต้องถือว่าพรรคประชาธิปัตย์ น่าจะเป็นพรรคฝ่ายค้านอย่างเป็นทางการตามรัฐธรรมนูญที่มี สส.มากที่สุด

เมื่อถามถึงกรณีข้อมูลของนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ที่ออกมาเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับคุณสมบัติของ นายเศรษฐา ทวีสิน ว่าที่นายกฯ จะตรวจสอบหรือไม่ นายชัยธวัช กล่าวว่า ต้องดูข้อเท็จจริง ถ้ามีประเด็นที่สมควรว่านายกรัฐมนตรีต้องถูกตรวจสอบ ก็ทำอย่างตรงไปตรงมาอยู่แล้ว แต่ขอดูเนื้อหาให้ชัดเจน

ข่าวล่าสุด