แต่เราคิดผิด เพราะยิ่งจับมือกันยิ่งจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ ซึ่งพรรคไทยรักไทย พรรคเพื่อไทยเกิดมาก่อน มีประสบการณ์มากกว่าจะเอาหัวไปชนฝาให้เกิดความเสียหายทำไม เราไม่ทำ สิ่งที่ดีที่สุดคือ ต้องประนีประนอมดุลอำนาจและให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อบ้านเมือง ซึ่งเป็นแนวคิดที่ดีที่สุดในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ โดยการปกป้องสถาบันหลักของชาติ พรรคเพื่อไทยจึงอาสาเข้ามาสลายความขัดแย้งจัดตั้งรัฐบาลในนามของทุกฝ่าย ที่สามารถร่วมมือกันได้ซึ่งขนาดนี้มี 11 พรรคและมั่นใจว่าจะมีอีก 12, 13, 14, พรรคตามมา เพื่อมาร่วมกันเป็นรัฐบาลที่เข้มแข็ง ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน"
นพ.ชลน่าน กล่าวต่อถึงความห่วงใยเรื่องนโยบายจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งต่อไปหากทุกพรรคการเมืองจัดทำเป็นนโยบายของรัฐบาลและแถลงต่อรัฐสภา ยังสามารถปรับแปลงแก้ไขได้ ขณะที่วิกฤตรัฐธรรมนูญ เข้าใจว่าผู้เขียนรัฐธรรมนูญต้องการปกป้องคุ้มครองสิ่งที่เห็นว่าสำคัญ แต่เมื่อถึงเวลาสิ่งหนึ่งย่อมถูกสลายออกไป เป็นดุลอำนาจที่ดี การแก้ไขรัฐธรรมนูญจึงจำเป็นและสำคัญ ในเงื่อนไขที่จะไม่เกิดความขัดแย้ง
โดยกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยังต้องผ่านการทำประชามติ ซึ่งต้องใช้เวลานาน จึงปล่อยให้เนิ่นช้าไม่ได้ และต้องไปคุยในรายละเอียดว่า สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญจะเป็นอย่างไร เพื่อให้ทำงานร่วมกันได้ ความเห็นต่างเป็นสีสันสวยงามในระบอบประชาธิปไตย แต่จะแปลงความเห็นต่างเป็นความเห็นร่วมอย่างไร ขึ้นอยู่กับพวกเรา 750 คนในวันนี้(22 ส.ค.) การเห็นชอบ นายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี จะเป็นจุดเริ่มต้นในเรื่องดังกล่าว
“ผมขอขอบคุณท่านประธาน ผ่านไปยังสมาชิกรัฐสภาทุกท่าน ที่จะขานชื่อให้ความเห็นชอบ เศรษฐา ทวีสิน เป็นบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 30 ของประเทศไทย ขอขอบคุณครับ” นพ.ชลน่าน กล่าวทิ้งท้าย