เนชั่นทีวี

การเมือง

"ประพันธุ์" แฉบริษัท "เศรษฐา" หากินเอาเปรียบประชาชน ครอบครองพื้นที่สาธารณะ

22 ส.ค. 2566 | sirisak_rue

"ประพันธุ์" แฉบริษัท "เศรษฐา" หากินเอาเปรียบประชาชน ครอบครองพื้นที่สาธารณะ

"ประพันธุ์" เปิดหลักฐานบริษัท "เศรษฐา" ผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง เอาเปรียบครองพื้นที่-เบียดบังสมบัติสาธารณะ แอบหากินจากประชาชน

22 สิงหาคม 2566 นายประพันธุ์ คูณมี สมาชิกวุฒิสภา หรือ สว. อภิปรายถึงนายเศรษฐา ทวีสิน บุคลที่พรรคเพื่อไทย เสนอชื่อให้ที่ประชุมรัฐสภา พิจารณาเป็นนายกรัฐมนตรี โดยยอมรับว่า ตนเองไม่ให้ได้ความสำคัญว่า พรรคเพื่อไทย จะสามารถรวบรวมพรรคการเมืองใดบ้างจัดตั้งรัฐบาล

แต่ให้ความสำคัญกับการพิจารณาว่าบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อมานั้น เหมาะสมเป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ โดยได้หยิบยกพฤติกรรมของนายเศรษฐา ที่ควรปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้อง และยังมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญในการครอบทางสาธารณะ และยังมีการเก็บค่าผ่านทาง จากกรณีที่บริษัทเอกชนนายเศรษฐา ครอบครองพื้นที่สร้างอาคารชุด 2 โครงการ บนถนนสุขุมวิท 77 และถนนสุขุทวิท 77 แยกซอย 1

ซึ่งในปีถัดมามีการพัฒนาโครงการ และมีการซื้อที่ดินตาบอดติดกับทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวไม่มีทางเข้า-ออกที่ต้องมีขนาดความกว้าง 12 เมตร บริษัทของนายเศรษฐา จึงว่าจ้างทำ EIA เพื่อขออนุญาตสร้างสะพานข้ามคลองพระโขนง ที่เป็นพื้นที่สาธารณะ และเป็นเส้นทางเดินเรือ 

โดยนำที่ดิน 6 แปลงของบริษัทในเครือของนายเศรษฐา มาจัดสร้างเพื่อให้มีขนาดความกว้างสำหรับทางเข้า-ออกตามที่กฎหมายกำหนด ก่อนจะมีการขึ้นโครงการศูนย์การค้า และอื่น ๆ ตามมาในภายหลัง ซึ่งหากไม่มีสะพานดังกล่าว ก็จะไม่สามารถพัฒนาพื้นที่ใด ๆ ได้

โดยยินยอมให้ประชาชน สามารถใช้ประโยชน์สาธารณะจากสะพานดังกล่าวได้โดยภาระจำยอม และเงื่อนไขในการขออนุญาตสร้างสะพานนั้น มีการระบุกำหนดว่า ผู้ได้รับอนุญาตต้องยินยอมยกสะพานที่ก่อสร้างให้เป็นประโยชน์สาธารณะ และบำรุงรักษาสะพานดังกล่าว ให้สามารถใช้งานได้ และยินยอมให้ประชาชนใช้ประโยชน์ได้ แต่นับตั้งแต่เปิดการใช้งานสะพานปี 2558 กลับมีการเรียกเงินค่าผ่านทางการใช้สะพาน รถจักรยานยนต์ คันละ 10 บาท รถยนต์คันละ 20 บาท และผู้ที่พักอาศัยในอาคารชุดต้องเสียเงินเช่นเดียวกับประชาชนทั่วไป

นายประพันธุ์ เห็นว่า เรื่องดังกล่าวถือเป็นเรื่องผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรงในการครอบครองพื้นที่สาธารณะแล้ว ยังมีสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน จึงขอให้พรรคเพื่อไทยได้ยืนยัน หรือชี้แจงเรื่องดังกล่าวว่าจะยุติเรื่องดังกล่าว และปฏิบัติตามกฎหมาย รวมถึงจะไม่ใช้อำนาจนายกรัฐมนตรี ไปเบียดบังสมบัติสาธารณะของแผ่นดินไปหากินเป็นผลประโยชน์ส่วนตัวและพวกพ้อง

ข่าวล่าสุด