เนชั่นทีวี

การเมือง

สว."คำนูณ-ณัฐวุฒิ" อภิปรายเห็นชอบ "เศรษฐา" เป็นนายก แต่เสียงแตกปมแก้รธน.

22 ส.ค. 2566 | sirisak_rue

สว."คำนูณ-ณัฐวุฒิ" อภิปรายเห็นชอบ "เศรษฐา" เป็นนายก แต่เสียงแตกปมแก้รธน.

สว."คำนูณ-ณัฐวุฒิ" อภิปรายเห็นชอบ "เศรษฐา" เป็นนายกฯ เหตุไม่เป็นภยันตรายต่อรัฐธรรมนูญ และระบบการปกครอง แต่ยังเสียงแตกเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ

22 สิงหาคม 2566 ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมรัฐสภา วาระการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี โดยมีการเสนอชื่อนายเศรษฐา ทวีสิน เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย โดยนายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา (สว.) อภิปรายเห็นชอบนายเศรษฐา ว่า ถ้าเป็นกรณีทั่วไปตามปกติเห็นควรให้ความเห็นชอบ ตามเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรเป็นหลัก เพื่อสะท้อนผลการเลือกตั้งทั่วไป เพราะการบริหารราชการแผ่นดินหลังได้นายก ต้องอาศัยเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร์ทั้งสิ้น แต่ไม่ใช่ว่า สว.จะต้องให้ความเห็นชอบตามเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรเสมอไปทุกกรณี เพราะไม่เช่นนั้นก็ไม่จำเป็นจะต้องมีบทบัญญัติพิเศษมาตรา 272

โดย สว. ย่อมสามารถใช้วิจารณญาณตัดสินใจ ความเห็นชอบบุคคลทั้งสมควรได้รับเป็นการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี แตกต่างไปจากเสียงข้างมากของสภาผู้แทนราษฎรได้ แต่จำกัดเฉพาะในกรณีที่เห็นว่าสำคัญที่สุดจริง ๆ ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้เท่านั้น โดยเฉพาะที่เห็นว่าอาจเป็นภยันตรายอันใหญ่หลวง ต่อรัฐธรรมนูญและต่อระบอบการปกครองของประเทศ เสมือนเป็นการใช้สิทธิยับยั้งในฐานะสภาที่ 2

สว."คำนูณ-ณัฐวุฒิ" อภิปรายเห็นชอบ "เศรษฐา" เป็นนายก แต่เสียงแตกปมแก้รธน.
ซึ่งการตัดสินใจไม่ให้ความเห็นชอบแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลในครั้งแรก นั้น เพราะแคนดิเดตคนนั้นและพรรคต้นสังกัด ยังคงมีนโยบายแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 จึงเห็นว่านี่เป็นภยันตรายต่อบ้านเมือง และแคนดิเดตคนนั้นก็ไม่ได้ถอยในเรื่องนี้ แม้ว่าจะมีเสียงอภิปรายคัดค้าน


แต่ในการให้ความเห็นชอบบุคคลที่เป็นแคนดิเดตสมควรที่จะได้รับการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีในวันนี้ เพราะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ที่ได้รับการเสนอชื่อ ไม่ได้มีนโยบายที่อาจจะเป็นภยันตรายต่อรัฐธรรมนูญ และระบบการปกครอง รวมทั้งไม่ได้มีพรรคการเมืองเจ้าของนโยบายแก้ไขมาตรา 112 เข้าร่วมในการจัเตั้งรัฐบาล ตนจึงตัดสินใจลงมติให้เป็นไปตามเสียงข้างมาก ของสภาผู้แทนราษฎร

อย่างไรก็ตาม มีคำถามอีกว่านโยบายที่จะให้คณะรัฐมนตรีมีมติในการประชุมวาระแรกให้มีการออกเสียงประชามติสอบถามประชาชนว่า ให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่หรือไม่นั้น ถือเป็นภยันตรายต่อรัฐธรรมนูญและระบอบการปกครองหรือไม่ ซึ่งบางคนบอกว่าเรื่องนี้ร้ายแรงกว่าการแก้ไขมาตรา 112

ซึ่งตนไม่เห็นว่าการแก้ไขรายมาตราสามารถทำได้ แต่นโยบายนี้เป็นนโยบา เกือบทุกพรรคการเมืองที่เราต้องยอมรับ แต่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องใช้เวลาอีกตั้ง 2 ปี ผ่านการพิจารณาในรัฐสภาแห่งนี้อีก 1-2 ครั้ง และผ่านการออกเสียงประชามติ 3 ครั้ง จึงให้ความสำคัญเรื่องคำถามในประชามติควรจะต้องตรง และไม่เกินไปจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ร่างรัฐธรรมนูญที่คณะรัฐมนตรีจะส่งเข้าสู่สภาควรจะรับฟังความคิดเห็นจากทุกพรรคการเมืองและสมาชิกวุฒิสภาให้มากที่สุด และควรจะคำนึงถึงสาระสำคัญคือรูปแบบของส.ส.ร. และเมื่อ ส.ส.ร.ร่างเสร็จแล้วจำเป็นต้องผ่าน ที่ประชุมรัฐสภาเป็นครั้งสุดท้าย
สว."คำนูณ-ณัฐวุฒิ" อภิปรายเห็นชอบ "เศรษฐา" เป็นนายก แต่เสียงแตกปมแก้รธน.
จากนั้น นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สส. สุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา อภิปรายเห็นชอบนายเศรษฐา ว่า ผู้นำพรรคการเมืองที่ได้รับคะแนนเสียงเลือกตั้งสูงสุด ไม่ใช่จะได้เป็นนายกรัฐมนตรีเสมอไป วันนี้สมาชิกอาจให้ความเห็นชอบคดีเด็ดนายกรัฐมนตรีจากพรรคการเมืองที่ประสบความสำเร็จในการบริหารประเทศสูงสุดมาแล้วครั้งหนึ่ง รัฐบาลที่เกินขึ้นในอนาคตจะเรียกว่ารัฐบาลสลายขั้วหรืออะไรก็แล้วแต่ เคยเกิดขึ้นแล้วเสมอในสังคมไทย

แต่ตนห่วงว่า คำพูดของนักการเมือง ทั้งในการหาเสียงเลือกตั้งและระหว่างการจัดตั้งรัฐบาลได้ทำลายความเชื่อถือต่อคำพูดของนักการเมือง จนประชาชนหมดศรัทธาอย่างรุนแรง ดังนั้นนายกรัฐมนตรีที่จะเกิดขึ้นต่อไปนี้ จะแก้ไขเรื่องนี้ได้อย่างไร ก็ต้องนำนโยบายต่าง ๆ ที่จะแก้ไขปัญหาให้กับประเทศชาติและประชาชน ทำให้สำเร็จให้ได้ ความศรัทธาความเชื่อถือก็จะกลับมา

โดยรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันก่อปัญหาให้เกิดวิกฤตที่ไม่สามารถเลือกนายกรัฐมนตรี ได้ภายหลังจากการเลือกตั้ง ดังนั้นจำเป็นที่จะต้องมีการแก้ไขโดยด่วน จึงเห็นด้วยกับพรรคที่เป็นแกนนำที่จะมีการเสนอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญทันที โดยแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญยึดถือการปฏิรูปการเมืองปี 2539 คือได้ส.ส.ร.มาดำเนินการแก้ไข จึงจะได้รัฐธรรมนูญโดยประชาชนเพื่อประชาชน

อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีต้องรู้บริบทพลวัตรในการเปลี่ยนแปลง ที่จะเกิดขึ้นแน่นอนสายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นแน่ ต้องคำนึงอยู่เสมอว่าจะประสบกับผู้นำหรือตัวแทนที่จะมากำกับควบคุมดูแลภายในสภาที่เข้มแข็ง และประโยชน์ทั้งหมดก็จะตกอยู่ที่ประเทศชาติและประชาชน โดยวันนี้ยินดีกับอดีตผู้นำที่กลับประเทศ และจะยินดีสูงสุด ถ้าโลกแห่งความขัดแย้งในประเทศจะสิ้นสุดสักที ก้าวเข้าสู่ยุคโลกแห่งความฝันที่เราปรารถนาสูงสุด ประเทศเจริญ รุ่งเรือง สันติ สงบสุขนิรันดร์กาล

ข่าวล่าสุด