ย้อนกลับไปบนเส้นทางของ "ณัฐวุฒิ" ก่อนจะเข้าสู่ถนนการเมือง เริ่มจากเข้าประกวดแข่งขันรายการโต้วาที จนเป็นที่รู้จัก กระทั่งได้รับโอกาสฝากฝีมือผ่านหน้าจอทีวี ด้วยการรับบทเป็นนักแสดงเลียนแบบ "ดร.ไตรรงค์ สุวรรณคีรี" ให้กับรายการ "สภาโจ๊ก"
ต่อมาภายหลังรัฐประหารปี 2549 "เต้น ณัฐวุฒิ" ได้ก่อตั้ง บริษัท เพื่อนพ้องน้องพี่ จำกัด ร่วมกับ วีระ (วีระกานต์) มุสิกพงศ์ , จตุพร พรหมพันธุ์ , จักรภพ เพ็ญแข , ก่อแก้ว พิกุลทอง และ อุสมาน ลูกหยี โดย "ณัฐวุฒิ" มีตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม "พีทีวี" อีกทั้ง ยังเป็นหนึ่งในผู้ดำเนินรายการ "ความจริงวันนี้" กับ "วีระ และ จตุพร"
ก่อนต่อมาทั้งหมดจะผันตัวสู่การเมืองภาคประชาชน ด้วยการเป็นแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปก.) ก่อนเปลี่ยนชื่อเป็น แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. ภายหลัง ระหว่างนั้นเอง "ณัฐวุฒิ" ยังถูกแต่งตั้งให้เป็นโฆษกประจำสำนักนายกฯในรัฐบาล "สมชาย วงศ์สวัสดิ์" เมื่อช่วงปี 2551 เพียง 56 วัน
จากนั้น "ณัฐวุฒิ" มารับหน้าที่เป็นเลขาธิการ นปช. ช่วงปี 2553 ซึ่งถือเป็นการชุมนุมครั้งรุนแรงที่สุดบนหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย กระทั่งการเลือกตั้งปี 2554 ได้ลงสมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ต่อมาได้รับแต่งตั้งเป็น รมช.เกษตรและสหกรณ์ และรมช.พาณิชย์ ในรัฐบาล "ยิ่งลักษณ์ ชิวัตร"
เมื่อพ้นจากตำแหน่งต่างๆ ในการเลือกตั้ง 2562 "ณัฐวุฒิ" กลับมาลงสนามเลือกตั้งอีกครั้ง ในนามผู้สมัคร สส.ปาร์ตี้ลิสต์ อันดับ 7 พรรคไทยรักษาชาติ ทว่า ต่อมาศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเอกฉันท์ เมื่อวันที่ 19 มี.ค. 2562 ให้ยุบไทยรักษาชาติ พร้อมทั้งตัดสิทธิ์กรรมการบริหารพรรค เป็นเวลา 10 ปี จากกรณีการเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ