ทักษิณ เข้าใจ
ส่วนการตัดสินใจยุติบทบาทเดินออกจากพรรคเพื่อไทยครั้งนี้ ได้แจ้งให้นายทักษิณและน.ส.ยิ่งลักษณ์เรียบร้อย ซึ่งนายทักษิณก็เข้าใจถึงการตัดสินใจ และไม่อยากให้เกิดวินาทีแบบนี้ แต่ก็บอกไปกับทุกคนว่า “ผมไปด้วยไม่ได้จริงๆและขอส่งแค่ตรงนี้ ”
ปรึกษาแกนนำนปช.
นายณัฐวุฒิ ยังได้กล่าวอีกว่าได้พูดคุยกับแกนนำรุ่นใหญ่ของ นปช.(แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ )ทั้ง นพ.เหวง (โตจิราการ) นางธิดา(ถาวรเศษรฐ) นายวีระกานต์ (มุสิกพงศ์) หลายคนยังอยู่ด้วยกัน มีอะไรก็นัดพูดคุยกันแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกัน การตัดสินใจครั้งนี้ก็ได้บอกกับทุกคนเรียบร้อย ทุกคนก็เห็นด้วยกับการตัดสินใจถอนตัวครั้งนี้
รัฐบาลเดินหน้าลำบาก
เมื่อถามถึง การตั้งรัฐบาลครั้งนี้ของพรรคเพื่อไทยจะเป็นอย่างไรนั้น นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า จะเป็นรัฐบาลที่เดินหน้าไปด้วยความยากลำบากและจะถูกตั้งคำถาม เรื่องความชอบธรรม หลักการอย่างหนักหน่วงเข้มข้น แต่ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องที่ใครในพรรคเพื่อไทยมองไม่เห็น คิดว่าหลายคนก็ประเมินสถานการณ์ว่า จะเป็นแบบนี้เมื่อตัดสินใจ ต้องเดินไปข้างหน้าอย่างที่จะเป็น
เพื่อไทยสูญพันธุ์ คำตอบอยู่ที่ประชาชน
ส่วนอนาคตพรรคเพื่อไทยจะสูญพันธุ์หรือไม่นั้น ไม่ขอทำนายคาดเดาอะไร แต่ขอให้รอดูคำตอบจากประชาชนจะดีกว่า เพราะคำตอบสุดท้ายอยู่ที่ประชาชน และในระหว่างที่จะเดินทางไปถึงคำตอบสุดท้าย ก็เป็นเรื่องที่พรรคเพื่อไทยต้องพิสูจน์ตัวเอง ต้องแสดงผลงานที่เป็นรูปธรรม ของสิ่งที่ประกาศว่าจะเข้าไปทำให้ปรากฏชัด และที่เหลือก็เป็นเรื่องของประชาชนแล้ว แต่ตนเองรับรู้ว่าประชาชนที่มีความรู้สึกนั้นและคิดว่าเพื่อไทยเทหมดหน้าตักคราวนี้แล้ว ก็ไม่รู้ว่าเดินไปข้างหน้าเหตุการณ์มันจะเป็นไปยังไง
กลับบ้านคนละเรื่องกับตั้งรัฐบาล
เมื่อถามว่าเทหมดหน้าตักเพื่อนายทักษิณ(ชินวัตร)กลับบ้านหรือเพื่อส่งนายเศรษฐา ให้ได้เป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่นั้น นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า คิดว่าเรื่องการกลับบ้านของนายทักษิณเป็นคนละเรื่องกับการตั้งรัฐบาล เพราะแผนกลับบ้านมีมาก่อนหน้านี้แล้วและการประกาศว่าจะกลับภายในปีนี้ ก็เกิดขึ้นก่อนวันลงคะแนนเลือกตั้ง ในการที่นายทักษิณประกาศจะถึงประเทศไทยพรุ่งนี้ 9 โมงเช้า ไม่ต้องรอให้โหวตนายกรัฐมนตรีจบหรือตั้งรัฐบาลเสร็จ ก็ชัดว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นนายทักษิณตัดสินใจแล้วจะกลับมา
การตั้งรัฐบาลหรือโหวตนายกรัฐมนตรียังคิดว่าจะจบตั้งแต่วันที่ 18 ส.ค. แต่ได้ขยับมาเป็นวันที่ 22 ส.ค. จึงต้องมาแถลงแจ้งยุติบทบาท ก่อนวันโหวตนายกรัฐมนตรี แม้จะดูว่าเกี่ยวข้องกันบ้างแต่ส่วนตัวคิดว่า สาระหลักไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นหรือใครเป็นรัฐบาล นายทักษิณต้องกลับบ้านแน่นอน ต่อให้ใครเป็นนายกฯกำหนดเดินทางกลับประเทศไทยของนายทักษิณ ก็ยังคงอยู่ และคิดว่าจะไม่ใช่ตัวประกันใครเป็นนายกฯ หากตัดสินใจจะกลับก็ต้องกลับและพร้อมเผชิญกับทุกอย่าง
พร้อมเคียงข้าง"เศรษฐา" หากเกิดอุบัติเหตุการเมือง 22 ส.ค.
สำหรับนายเศรษฐานั้น ตนเองยังรักและเคารพและขอส่งกำลังใจ ยังเชื่อในเจตนาดีที่จะทำงานแก้ปัญหาให้กับประชาชนและเชื่อว่านายเศรษฐา จะได้รับการโหวตให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันพรุ่งนี้(22 ส.ค.) แน่นอนไม่มีเกมพลิก การข่าวบอกว่าชื่อนายเศรษฐาอยู่ในระยะปลอดภัยแล้ว พรุ่งนี้หากนายเศรษฐาผ่านการโหวตได้เป็นนายกรัฐมนตรี ตนเองก็จะขอนั่งดูข่าวอยู่ที่บ้าน แต่หากเกิดอุบัติเหตุการเมืองอะไรให้ไปไม่ถึงตรงนั้น จะขอไปหานายเศรษฐาไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม จะไปอยู่ข้างๆแน่นอน
ไม่ใช่ละครแต่เจอแบบนี้มาตลอดชีวิต
เมื่อถามย้ำว่า ในอนาคตจะมีโอกาสกลับเข้ามาทำงานช่วยพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นายณัฐวุฒิ หัวเราะและกล่าวว่า วันนี้เพิ่งตัดสินใจออกมาและยังไม่ได้คิดถึงเรื่องอนาคต เชื่อว่าในพรรคมีคนที่มีศักยภาพอยู่หลายคนคงทำหน้าที่ต่อได้ ตนเองขอส่งเพียงเท่านี้ ยืนยันไม่ใช่การละครอย่างที่หลายคนคิด เพราะนายณัฐวุฒิก็เจอแบบนี้มาตลอดชีวิตทางการเมือง แล้วมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์และตั้งคำถามจิกกัดกระแหนะกระแหนเป็นเรื่องปกติธรรมดา แต่เวลาเท่านั้นจะเป็นเครื่องมือพิสูจน์และอธิบาย ขอยืนยันว่า ยังเป็นตัวตนของตัวเองวิถีแบบ "ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ" คือวิธีแบบนี้
ขอต้อนรับอดีตนายกรัฐมนตรีกลับบ้าน
เมื่อถามว่า หากวันพรุ่งนี้ 9 โมงเช้านายทักษิณแตะถึงพื้นประเทศไทย ประโยคแรกที่อยากจะบอกกับนายทักษิณคือ "ขอยินดีต้อนรับท่าน กลับบ้านยังคงรักและเคารพในตัวท่านอยู่เสมอ หัวใจไม่เคยเป็นอื่นแต่ยืนอยู่ที่เดิมไม่ได้ ดังนั้นขอให้ท่านปลอดภัย ได้ประสบกับทุกสิ่งที่ตั้งใจหวังไว้ ได้ทำหน้าที่คุณปู่คุณตาไปส่ง ไปรับหลานที่โรงเรียนอย่างที่ได้พูดให้ได้ยินหลายครั้ง ขอต้อนรับอดีตนายกรัฐมนตรีกลับบ้าน" นายณัฐวุฒิกล่าว