เปิดคำสั่งศาลฎีกาโต้ปมใส่ร้าย "วันนอร์" โยงยุบพรรค
20 ส.ค. 2566 | tinakit_rat

เปิดคำสั่งศาลฎีกาโต้ปมใส่ร้าย "วันนอร์" โยงยุบพรรค แจง ศาลฯระบุชัดว่า ไม่อนุมัติให้เป็นผู้สมัคร ถือว่ายังไม่มีการส่งสมัคร สส. จึงยังไม่เข้าข่ายมาตรา 56
การเมือง
20 ส.ค. 2566 | tinakit_rat

เปิดคำสั่งศาลฎีกาโต้ปมใส่ร้าย "วันนอร์" โยงยุบพรรค แจง ศาลฯระบุชัดว่า ไม่อนุมัติให้เป็นผู้สมัคร ถือว่ายังไม่มีการส่งสมัคร สส. จึงยังไม่เข้าข่ายมาตรา 56
20 สิงหาคม 2566 จากกรณี นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาชาติ ลงนามอนุมัติส่งผู้สมัคร สส. 2 เขต จ.สตูล และ 2 เขต จ.สงขลา ลงเลือกตั้ง แต่พรรคประชาชาติ ไม่มีสาขาพรรค หรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดดังกล่าว จึงไม่สามารถส่งผู้สมัคร สส.แบบแบ่งเขตใน 2 จังหวัดนี้ได้ และ กกต.ไม่อนุมัติให้ลงสมัครเลือกตั้ง เนื่องจากมีคุณสมบัติขัดต่อกฎหมาย โดยผู้สมัครอาจถูกตัดสิทธิ์ ทั้งที่ไม่ผ่านการทำไพรมารีโหวตอย่างถูกต้อง จึงเข้าข่ายการกระทำผิดกฎหมายชัดเจน ซึ่งทางพรรคได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา แต่ศาลได้ยกคำร้องไปในที่สุด
ล่าสุดแกนนำคนสำคัญของพรรคประชาชาติ เปิดเผยกับ “เนชั่นทีวี” ว่า ข่าวที่เสนอมีเจตนาใส่ร้าย และคลาดเคลื่อนกับคำสั่งศาลฎีกาทั้ง 4 คำสั่ง กรณีไม่ให้ผู้สมัคร 4 เขตของพรรคประชาชาติลงสมัคร สส. แยกเป็นสงขลา 2 เขต และสตูล 2 เขต เพราะคำสั่งศาลระบุชัดว่า ไม่อนุมัติให้เป็นผู้สมัคร ฉะนั้นจึงถือว่ายังไม่มีการส่งสมัคร สส.ใน 4 เขตนี้ั จึงไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับหัวหน้าพรรค (นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา) ที่ลงนามอนุมัติส่งผู้สมัคร
ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
ยกตัวอย่าง คำสั่งศาลฎีกาลงวันที่ 27 เมษายน 2566 ได้แก่คดีหมายเลขดำที่ ลต สสข1/2566 และคำสั่งศาลฎีกาคดีหมายเลขดำที่ ลต สสข2/2566 ศาลวินิจฉัยว่า ผู้สมัคร สส.พรรคประชาชาติสงขลาเขต 8 และเขต 7 ไม่มีสิทธิ์สมัคร เนื่องจากตัวแทนพรรคประจำจังหวัดครบวาระไปแล้ว การรักษาข้อบังคับขณะนั้นไม่ได้กำหนดไว้ จึงไม่สามารถส่งผู้สมัครได้ตามมาตรา 47
จากคำสั่งศาลฎีกา จะเห็นว่าศาลไม่ได้พิพากษาว่า มีผู้ใดกระทำความผิด และประเด็นที่สื่อนำไปลงใส่ร้ายว่า มีความผิดตาม มาตรา 56 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมืองฯ กรณีหัวหน้าพรรคออกหนังสือรับรองส่งผู้สมัครตามมาตรา 50 นั้น ศาลได้วินิจฉัยไว้ชัดเจนว่า ยังไม่ถือว่าพรรคประชาชาติได้ส่งผู้สมัครเลย เพราะเหตุตัวแทนพรรคประจำจังหวัดครบวาระ ถือว่าไม่มีสาขาพรรคการเมือง จึงไม่เข้าข่ายมาตรา 56
นอกจากนั้น ในประเด็นเดียวกันนี้ หากถือว่ามีการสมัครจริง ผู้สมัครจะได้รับการคุ้มครองตามมาตรา 56 วรรค 2 ของกฎหมายพรรคการเมือง ที่บัญญัติว่า “ซึ่งแม้ปรากฏภายหลังไม่ได้ดำเนินการตามมาตรา 50 และ 51 ก็ไม่ทำให้การสมัครรับเลือกตั้งเสียไป” คือผู้สมัครยังมีสิทธิ์นั่นเอง
แต่นี่ยังไม่ถึงขั้นตอนตามมาตรา 56 และในคำวินิจฉัยตามคำสั่งศาลฎีกาข้างต้น แสดงให้เห็นว่าพรรคดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ข้อบังคับ และแจ้งการดำเนินรายงานให้นายทะเบียนพรรคการเมือง คือ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง( กกต. ) ทราบก่อนดำเนินการ ซึ่งนายทะเบียนพรรคการเมืองในช่วงนั้นได้รับทราบให้พรรคประชาชาติดำเนินการได้ (อนุมัติให้ส่งผู้สมัครได้ในตอนแรก) แสดงถึงการกระทำโดยเปิดเผย และเชื่อโดยสุจริต ไม่มีเจตนาทุจริตในการส่งผู้สมัคร สส.แต่อย่างใด
ทั้งนี้สำหรับโทษ กรณีดังกล่าว ตามมาตรา 120 ระบุว่า “หัวหน้าพรรคการเมืองผู้ใดออกหนังสือรับรองผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.ตามมาตรา 56 อันเป็นเท็จ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนด 5 ปี ต่อด้วยอาจถึงขั้นถูกตัดสิทธิเลือกตั้ง และเข้าข่ายความผิดที่นำไปสู่การยุบพรรค ตาม พ.ร.ป.การเลือกตั้ง สส. 2560 มาตรา 132”