เนชั่นทีวี

การเมือง

พรฎ.กำหนดลักษณะกิจการ หน่วยงาน ได้ยกเว้นไม่ให้นำ กม.คุ้มครองข้อมูลมาใช้

18 ส.ค. 2566

พรฎ.กำหนดลักษณะกิจการ หน่วยงาน ได้ยกเว้นไม่ให้นำ กม.คุ้มครองข้อมูลมาใช้

คลอด พรฎ. กำหนดลักษณะกิจการ หรือหน่วยงาน ได้รับการยกเว้นไม่ให้นำกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลบางส่วนมาบังคับใช้ ให้เวลา 150 วัน มีผลบังคับใช้

18 สิงหาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 17 สิงหาคมที่ผ่านมา ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ พรฎ.กำหนดลักษณะกิจการ หรือหน่วยงานที่ได้รับการยกเว้น ไม่ให้นำ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 บางส่วนมาบังคับใช้ พ.ศ. 2566

สาระสำคัญ ระบุว่า 

มาตรา 4 พระราชกฤษฎีกานี้มุ่งหมายให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ระบุไว้ในแต่ละมาตราในพระราชกฤษฎีกานี้ ได้รับการยกเว้น ไม่ให้นำพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 บางส่วนมาใช้บังคับภายใต้เงื่อนไข ที่กำหนดโดยมีหลักการสำคัญดังต่อไปนี้

  1. การร้องขอข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชกฤษฎีกานี้ ต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะ ตามวัตถุประสงค์และขอบเขตซึ่งกฎหมายที่ให้อำนาจหน่วยงานของรัฐกำหนดไว้ โดยไม่สร้างภาระเกินสมควร แก่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งมีหน้าที่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
  2. หน้าที่ของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เมื่อได้รับการร้องขอข้อมูลดังกล่าวจากหน่วยงานของรัฐ ซึ่งมีกฎหมายให้อำนาจในการร้องขอข้อมูลนั้น โดยหน่วยงานของรัฐได้ระบุบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ที่ให้อำนาจในการร้องขอ เพื่อปฏิบัติงานตามหน้าที่และอำนาจของหน่วยงานของรัฐที่ร้องขอนั้น
  3. การรับรองสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกร้องขอข้อมูลส่วนบุคคลในการร้องเรียนต่อคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญหรือขอให้คณะกรรมการตีความหรือวินิจฉัยชี้ขาดแล้วแต่กรณี
  4. การยกเว้นความผิดและโทษอาญาตามพระราชกฤษฎีกานี้ ไม่คุ้มครองการดำเนินการ โดยมิชอบด้วยพระราชกฤษฎีกานี้

 

มาตรา 13 ในกรณีที่มีปัญหาว่าลักษณะ กิจการ หรือหน่วยงานใดอยู่ภายใต้บังคับ แห่งพระราชกฤษฎีกานี้ ผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องอาจขอให้คณะกรรมการตีความและวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาที่เกิดขึ้นได้  ให้คณะกรรมการตีความและวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาตามวรรคหนึ่งให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวัน และแจ้งให้ผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องทราบ คณะกรรมการอาจขยายระยะเวลาตามวรรคสองออกไปอีกได้ไม่เกินสามสิบวัน ให้คณะกรรมการประกาศการตีความและวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาตามวรรคสองให้ทราบเป็นการทั่วไป 

ในกรณีที่คณะกรรมการตีความและวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาในเรื่องใดแล้ว หากผู้เกี่ยวข้องขอให้คณะกรรมการตีความและวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาเรื่องในลักษณะหรือทำนองเดียวกัน สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอาจส่งคำวินิจฉัยในเรื่องนั้นให้ผู้นั้นถือปฏิบัติได้

มาตรา 14 เพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและเป็นไปตามเจตนารมณ์ของ มาตรา 4 ให้คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนดมาตรฐานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลให้แล้วเสร็จภายใน 120 วัน นับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกาประกาศในราชกิจจานุเบกษา แต่จะให้มีผลใช้บังคับก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกานี้มีผลใช้บังคับมิได้ ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งได้รับการยกเว้นไม่ให้นำพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาใช้บังคับและตามพระราชกฤษฎีกานี้ ถือปฏิบัติ

ทั้งนี้พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 150 วัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา

นายกรัฐมนตรี

 

พรฎ.กำหนดลักษณะกิจการ หน่วยงาน ได้ยกเว้นไม่ให้นำ กม.คุ้มครองข้อมูลมาใช้ พรฎ.กำหนดลักษณะกิจการ หน่วยงาน ได้ยกเว้นไม่ให้นำ กม.คุ้มครองข้อมูลมาใช้ พรฎ.กำหนดลักษณะกิจการ หน่วยงาน ได้ยกเว้นไม่ให้นำ กม.คุ้มครองข้อมูลมาใช้

พรฎ.กำหนดลักษณะกิจการ หน่วยงาน ได้ยกเว้นไม่ให้นำ กม.คุ้มครองข้อมูลมาใช้ พรฎ.กำหนดลักษณะกิจการ หน่วยงาน ได้ยกเว้นไม่ให้นำ กม.คุ้มครองข้อมูลมาใช้ พรฎ.กำหนดลักษณะกิจการ หน่วยงาน ได้ยกเว้นไม่ให้นำ กม.คุ้มครองข้อมูลมาใช้ พรฎ.กำหนดลักษณะกิจการ หน่วยงาน ได้ยกเว้นไม่ให้นำ กม.คุ้มครองข้อมูลมาใช้