สำหรับทิศทางของการโหวตนายกฯ หลังจากที่พรรคก้าวไกลแถลงไม่โหวตนายกฯ จากพรรคเพื่อไทย นายเสรีกล่าวว่า ยังไม่มีอะไรที่ไว้ใจได้ แม้พรรคก้าวไกลจะแถลงไม่โหวตให้ แต่ในข้อเท็จจริงต้องพิจารณาในวันประชุมรัฐสภา ที่กำหนดโหวตนายกฯ อีกครั้ง และอย่างที่ตนเคยพูดไปว่า การเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทย ท้ายสุดอาจไม่ใช่นายเศรษฐาก็ได้ ต้องรอดูวันสุดท้าย
ส่วนการโหวตนายกฯ ตอนนี้ต้องอาศัยเสียง สว. เพื่อโหวตให้ถึงเกณฑ์ 375 เสียง หาก สว.ยังแคลงใจนายเศรษฐา ถือเป็นเกมบีบให้เปลี่ยนตัวหรือไม่ นายเสรี กล่าวว่า “สว.ไม่เกี่ยว จะบีบอะไรได้อย่างไร ทั้งนี้เงื่อนไขที่ สว. จะใช้พิจารณาขณะนี้เป็นเเรื่องที่นอกเหนือจากคุณสมบัตินายเศรษฐา เพราะต้องดูนโยบาย และทิศทางของการนำประเทศ ซึ่งขณะนี้มองดูแล้วว่าพรรคเพื่อไทยที่มีนโยบายทำประชามติแก้รัฐธรมนูญโดย สภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากการเลือกตั้ง อาจทำให้ประเทศศยุ่งยาก วุ่นวาย รวมถึงนโยบายเศรษฐกิจ นโยบายแจกเงินดิจิตอล ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นประเด็นที่ทำให้ ชื่อของนายเศรษฐา นั้นไม่น่าจะผ่านไปได้”
นายเสรี กล่าวย้ำว่าสำหรับการโหวตนายกฯ นั้น ตนเชื่อว่ายังไม่นิ่ง เพราะพรรคร่วมที่ตกลงจะจัดตั้งรัฐบาลยังตกลงกันไม่ได้และไม่นิ่ง ดังนั้นในส่วนของ สว.ต้องรอดูว่าสุดท้ายแล้ว พรรคร่วมรัฐบาลจะยอมรับและโหวตนายกฯ ได้ในเร็วๆ นี้หรือไม่